การเดินทางของคนเสื้อแดง (A journey of the red shirts)

ปฐวี โชติอนันต์ เรื่อง

“สถานการณ์ที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ สะท้อนไปถึงการเมืองภาพใหญ่ในสังคม ทำให้ผมนึกถึงคำปราศรัยของแกนนำท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นขบวนการภาคประชาชนที่เข้มแข็งที่สุดและถูกตีตราจากสังคมมากที่สุด ขณะนี้แกนนำท่านนั้นอยู่ในคุก ผมขอปรบมือให้กับวีรกรรมของพี่น้องเสื้อแดงที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วย”

(ตัวแทนกลุ่มสปริงมูฟ: 14/8/63)

“ขณะนี้เรามีนักศึกษาเป็นส่วนหน้า พวกเราคนเสื้อแดงประกาศเสริมทัพเป็นกองหนุนอย่างเต็มเปี่ยม”

(20แกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสาน: 4/10/63)

ในช่วงนาทีที่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกาศขอบคุณและยกย่องคนเสื้อแดง และอ่านคำปราศรัย “เสียงจากดินถึงฟ้า” ที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เคยปราศรัยไว้เมื่อปี 2551 คนเสื้อแดง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เคยสร้างความสั่นสะเทือนต่อการเมืองและการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยกลับมามีตัวตนอีกครั้ง  ในการต่อสู้ทางการเมืองร่วมกับกลุ่มนักเรียน นิสิต และนักศึกษา

ก่อนหน้านั้นปรากฏการณ์การของคนเสื้อแดง ถือได้ว่าเป็นพลังสำคัญในการต่อต้านระบอบเผด็จการและการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทย ในวงวิชาการทางด้านรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ หัวข้อการศึกษาเรื่องคนเสื้อแดงนับได้ว่า ได้รับความนิยมอย่างมากเพื่ออธิบายว่า คนเสื้อแดงเป็นใครและมีส่วนในการต่อต้านระบอบเผด็จการและการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทยอย่างไร 

ในงาน Andrew Walker นักวิชาการทางด้านสังคมศาสตร์ที่ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของสังคมชาวนาในเชียงใหม่แสดงให้เห็นว่า ชาวนาและการเมืองในชนบทนั้นมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก นับตั้งแต่พรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2544 และคนกลุ่มดังกล่าวได้ส่งผลกระทบทางการเมืองอย่างมากภายหลังการรัฐประหารปี 2549 

หลังจากนั้นก็มีงานวิชาการชิ้นสำคัญอีกหลายชิ้น เช่น งานของ Charle Keys ที่ศึกษาการพัฒนาทางการเมืองของกลุ่มคนในอีสานผ่านการมีส่วนร่วมทางการเมือง งานของ ปิ่นแก้ว เหลืองอารามศรี ที่ศึกษาหมู่บ้านเสื้อแดงในอำเภอเมือง อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของคนเสื้อแดงภาคเหนือ และงานของ วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย ที่ศึกษาการกำเนิดเสื้อแดงในหมู่บ้านนาใหญ่ จังหวัดอุดรธานี 

งานเหล่านี้มีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือ การเกิดขึ้นของคนเสื้อแดงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือซึ่งเป็นฐานใหญ่ของคนเสื้อแดงนั้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของพรรคไทยรักไทย ที่สำคัญคือ คนเสื้อแดงคือ กลุ่มคนที่ต่อสู้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพวกเขาได้เรียนรู้ว่า ระบอบดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความเป็นมนุษย์ เสียงของเขามีความหมาย

ภายหลังการรัฐประหารปี 2549 โดยเฉพาะในช่วงปี 2551 ศาลมีมติตัดสินยุบพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นพรรคที่สืบทอดอุดมการณ์ทางการเมืองมาจากพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นพรรคของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่โดนยุบไปก่อนหน้านั้น สถานการณ์การเมืองในขณะนั้น มีการย้ายพรรคของภูมิใจไทย ที่เคยเป็นฝ่ายร่วมรัฐบาลไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านในตอนนั้น 

ผลที่ตามมา คือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในเวลาต่อมาเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้คนเสื้อแดง โดยเฉพาะจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียง ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนเดินทางเข้ามาชุมนุมประท้วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ลาออกและจัดการเลือกตั้งใหม่ 

แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับ คือ การสลายการชุมนุมจากเจ้าหน้าที่รัฐที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2553 ผลที่ตามมาคือ มีคนเสื้อแดงเสียชีวิตจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีพยาบาลที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บถูกยิงจนเสียชีวิต เสื้อแดงบางคนต้องหลบหนีจากการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่รัฐ แกนนำและผู้ชุมนุมบางส่วนถูกจับติดคุก

ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงภาคอีสานร่วมกิจกรรมกับนิสิต นักศึกษา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2563 จ.มหาสารคาม ภาพโดย อติเทพ จันทร์เทศ

ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มคนเสื้อแดงยังถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้เผาบ้านเผาเมือง (ภายหลังศาลมีการตัดสินแล้วว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกกล่าวหาไม่ได้เป็นผู้เผา)

เมื่อรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ถูกถ่ายทอดอุดมการณ์มาจากพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนที่โดนยุบไปก่อนนั้น ถูกรัฐประหารยึด โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการกองทัพบกในขณะนั้นเป็นผู้นำ 

คนเสื้อแดงจากภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นฐานเสียงและผู้สนับสนุนหลักของพรรคนั้นมีสถานะที่ถูกย่ำแย่และทำให้ตกต่ำลงกว่าเดิม กล่าวคือ คนเสื้อแดงบางคนต้องหลบหนีออกจากประเทศ เนื่องถูกไล่ล่าจากรัฐ เพราะเป็นแกนนำในการต่อต้านการทำรัฐประหาร บางคนถูกเชิญตัวเขาไปปรับทัศนคติ บางคนต้องหลบซ่อนตัวและปิดบังตัวเองไม่ให้รู้ว่าเป็นเสื้อแดง 

บ้านเสื้อแดงบางคนถูกทหารตรวจค้นและยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการชุมนุม เช่น ตีนตบ สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เช่น ปฏิทินที่มีภาพทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ขันสีแดงที่มีลายเซ็นและข้อความจากทักษิณ เสื้อสีแดง หรือ โปสเตอร์ที่มีรูปหรือข้อความต่อต้านเผด็จการ มีการส่งเจ้าหน้าที่มาวนเวียนอยู่บริเวณบ้าน มีการปลดป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง พยายามหาคดีความเพื่อเล่นงานแกนนำเสื้อแดงเพื่อให้ย้ายข้าง มาอยู่ฝ่ายตัวเองเพื่อเตรียมเลือกตั้ง รายการวิทยุของคนเสื้อแดงก็เปลี่ยนไปรายงานข่าวเศรษฐกิจสังคมทั่วไป แต่ก็ยังถูกติดตามและคุกคาม เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่คนเสื้อแดงถูกกระทำในช่วงภายหลังการประหารปี 2557 

แม้คนเสื้อแดงจะถูกคุกคาม ไล่ล่า จับติดคุก หรือ ต้องปกปิดหลบซ่อนสัญลักษณ์ในการแสดงถึงความเป็นเสื้อแดงของตนหรือการจับกลุ่มเพื่อพูดถึงเศรษฐกิจการเมืองของคนเสื้อแดงในช่วงภายหลังรัฐประหารจะมีน้อยลง เพราะมีคำสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คน แต่เมื่อรัฐบาลเผด็จการเปิดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 คนเสื้อแดงเหล่านี้ที่ดูเหมือนจะหายไปจากการเมืองไทยได้กลับมาอีกครั้ง 

การกลับมาครั้งนี้คือ การกลับมาสนับสนุนพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งเป็นพรรคที่มีแกนนำเสื้อแดงหลายท่านเป็นสมาชิกของพรรค บางส่วนยังคงสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เนื่องจากระบบการเลือกตั้งที่ออกแบบเพื่อต้องการให้พรรคเล็กได้เปรียบทำให้ แกนนำเสื้อแดงที่อยู่พรรคเพื่อไทยแยกออกมาตั้งพรรคไทยรักษาชาติและส่งผู้สมัครลงในเขตที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้สมัครซึ่งถือว่าเป็นยุทธศาสตร์การเลือกตั้งรูปแบบหนึ่ง หรือ เสื้อแดงบางส่วนชื่นชอบ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เพราะมีบุคลิกและอุดมการณ์ที่กล้าหาญในการต่อต้านเผด็จการ

พรรคที่คนเสื้อแดงให้การสนับสนุนกลับต้องเกิดอุบัติเหตุทางการณ์เมือง ถูกยุบอีกครั้งจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ 

การยุบพรรคไทยรักษาชาติในรอบนี้ ส่งผลให้คนเสื้อแดงบางส่วนหันไปเทคะแนนให้กับพรรคอนาคตใหม่ที่ลงในเขตที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ผลที่ตามมาคือ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นพรรคที่เพิ่งตั้งขึ้นได้ไม่นานได้รับเสียงส่วนหนึ่งจากคนเสื้อแดงที่ต้องการเลือกพรรคไทยรักษาชาติแต่ไม่ได้เลือก เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 พรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ถูกยุบพรรคอีกครั้ง แต่การยุบพรรคอนาคตใหม่ครั้งนี้ เป็นการเร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยอย่างมาก

การยุบพรรคอนาคตใหม่สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่อย่างมากโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่เคยได้เลือกตั้งครั้งแรก ประกอบกับการบริหารประเทศที่ย่ำแย่ เศรษฐกิจตกต่ำ การรับมือกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน 

ผลที่ตามมาคือ เกิดการประท้วงจากนิสิต นักศึกษาและนักเรียนจากกลุ่มต่างๆ ในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศไทย เช่น กลุ่มเยาวชนปลดแอก กลุ่มธรรมศาสตร์ กลุ่มจุฬา กลุ่มเกษตร กลุ่มคบเพลิง กลุ่มนักศึกษาขอนแก่น กลุ่มนักศึกษามหาสารคาม กลุ่มนักเรียนเลว กลุ่ม LGBTIQ+ เป็นต้น 

จนสุดท้ายเมื่อหลายกลุ่มรวมกันกลายมาเป็นกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า “กลุ่มราษฎร” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 และใปัจจุบันนี้กลายเป็นม็อบที่ไม่มีแกนนำ ผู้ที่รักในประชาธิปไตยทั้งที่มีกลุ่มและไม่มีกลุ่มสังกัดต่างพากันเข้าร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มราษฎร เนื่องจากมีเป้าหมายหลักร่วมกันคือ ไล่รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันของคนที่เข้าร่วมว่าจะทำยังไงต่อไป

คำถามสำคัญ คือ กลุ่มคนเสื้อแดงที่เคยเป็นพลังสำคัญในการต่อต้านอำนาจเผด็จการและปกป้องประชาธิปไตยอยู่ตรงไหนในการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชาในครั้งนี้ จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและสอบถามคนเสื้อแดงในจังหวัดในอีสานและบางคนที่เข้าไปร่วมชุมนุมกับนักเรียนนักศึกษาในกรุงเทพ สิ่งที่พบคือ

ประการที่หนึ่ง ในช่วงแรกที่มีนักเรียน นิสิตและนักศึกษาประท้วง กลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่กล้าที่จะออกมาให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะไม่รู้ว่าทิศทางการเคลื่อนไหวจะเป็นไปในทางไหน แต่เมื่อมีการกล่าวขอบคุณคนเสื้อแดง การยกย่องเขาจากนิสิต นักศึกษาและนักเรียนที่อยู่ในกรุงเทพฯ รวมถึงในต่างจังหวัดทำให้รู้ว่า พวกเขาไม่เคยถูกลืมไปจากหน้าประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของไทยและคนเหล่านี้ไม่ได้รังเกียจพวกเขาว่า เป็นคนบ้านนอกหรือถูกชักจูงมา ส่งผลให้พวกเขากล้าจะออกมาที่ยืนเคียงข้างขบวนการนักเรียน นิสิตและนักศึกษา และต่อสู้ไปด้วยกัน อย่างเช่น กลุ่มแกนคนเสื้อแดงอีสานมีการขึ้นเวทีประกาศตัวในการร่วมต่อสู้กับนักเรียน นิสิตและนักศึกษา ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2563 หรือ ที่บริเวณทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563

ประการที่สอง คนเสื้อแดงบางกลุ่มปรับบทบาทของตนเองในการขบวนการต่อสู้เรียกร้องของตน จากที่เคยเป็นผู้นำในการต่อสู้ต่อต้านเผด็จการภายหลังรัฐประหาปี 2549 ตอนนี้พวกเขาบางคนกลายมาเป็นผู้สนับสนุน นักเรียน นิสิต และนักศึกษาในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น การช่วยเหลือในเรื่องของเงินบริจาค การออกมาให้กำลังใจนิสิต นักเรียนและนักศึกษา เมื่อมีการจัดม็อบประท้วงรัฐบาลหรือช่วยปราศรัยในเวทีกับนักเรียน นิสิตและนักศึกษา ในลักษณะการสร้างความบันเทิงผ่านบทเพลงต่างๆ ของคนเสื้อแดง เช่น เพลงดาว รอเธอกลับมา รักคนเสื้อแดง ดอกหญ้าสีแดง ของแป๊ะ บางสนาน ศิลปินของคนเสื้อแดง เป็นต้น 

ประการที่สาม คนเสื้อแดงบางกลุ่มเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมกับ นักเรียน นิสิตและนักศึกษาในลักษณะของผู้ตามมากกว่านำในการจัดการชุมนุม เพราะหลายคนคิดว่าควรให้ขบวนการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นพลังบริสุทธิ์ซึ่งมีกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาเป็นผู้นำมากกว่า ในช่วงแรกของการชุมนุม เพราะถ้าเข้าไปยุ่งมากขบวนการเคลื่อนไหวจะถูกกล่าวหาจากฝ่ายตรงข้ามว่า ถูกครอบงำ 

ประการที่สี่ พ่อค้าแม่ค้าเสื้อแดงเริ่มมีการนำสินค้ามาขายในม็อบที่ประท้วงรัฐบาลประยุทธ์มีมากขึ้นกว่าช่วงแรกที่มีการชุมนุมประท้วงโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ ในอีสาน การที่มีสิ่งของของคนเสื้อแดง เช่น เสื้อ Truth Today ธงเสื้อแดง ตีนตบ หรือ สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับ นปช. ที่มีมากขึ้นในม็อบนั้น เป็นสิ่งสะท้อนว่า สัญลักษณ์ของคนเสื้อแดงยังเป็นที่ต้องการของผู้ชุมนุมและการต่อต้านเผด็จการ ถ้าเราสังเกตให้ดีผู้ชุมนุมบางท่านจะมีตีนตบหรือใส่เสื้อแดงเข้าร่วมมากขึ้น

ประการที่ห้า คนเสื้อแดงที่เคยติดสัญลักษณ์ของเสื้อแดง เช่น สติ๊กเกอร์ หรือ ข้อความสนับสนุนเสื้อแดงในอดีต เริ่มมีการนำมาติดที่ร้านของตนมากขึ้นเพื่อประกาศให้รู้ว่าเป็นคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตย หลังจากที่ต้องหลบซ่อนภายหลังรัฐประหารปี 2557

จากที่กล่าวมา เป็นเส้นทางการเดินทางของกลุ่มคนที่เรียกว่า คนเสื้อแดงที่ต้องสู้กับเผด็จการมาก่อน หลายคนต้องสูญเสียญาติพี่น้อง คนที่รักจากการปราบปราบของเจ้าหน้าที่รัฐ หลายคนต้องติดคุกหรือติดคุกอยู่ตอนนี้ หลายคนต้องหลบหนีไปต่างประเทศเพราะกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม หลายคนต้องหลบซ่อนตัวเองให้รอดพ้นจากการไล่ล่าจากอำนาจเผด็จการ วันนี้พี่น้องเสื้อแดงได้กลับมาสู่สนามรบกับเผด็จการและพร้อมที่จะยืนเคียงข้างกับนักเรียน นิสิต นักศึกษาและผู้รักประชาธิปไตยทุกคนอีกครั้ง และเขาจะต่อสู้ไปเรื่อยๆจนกว่าประเทศจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เหมือนดังเพลง นักสู้ธุลีดิน ที่ถูกแต่งให้กับคนเสื้อแดง

สุดท้ายเพื่อเป็นการสดุดีและยกย่องคนเสื้อแดง ผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านที่สู้มาก่อนและทุกวันนี้ยังคงต่อสู้อยู่ ผมขอจบบทความด้วยคำปราศรัยของ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ 

“เราเกิดบนผืนแผ่นดิน เราโตบนผืนแผ่นดิน เราก้าวเดินบนผืนแผ่นดิน เมื่อเรายืนอยู่บนดิน เราจึงห่างไกลเหลือเกินกับท้องฟ้า เมื่อเรายืนอยู่บนดิน ต้องแหงนคอตั้งบ่า แล้วเราก็รู้ว่า ฟ้าอยู่ไกล เมื่อเราอยู่บนดิน แล้วก้มหน้าลงมา เราจึงรู้ว่า เรามีค่าเพียงดิน….แต่ผมแน่ใจว่า ด้วยพลังของประชาชนที่จะมากขึ้นทุกวัน ทุกวัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทุกนาที ทุกนาที แม้เรายืนอยู่บนผืนดิน แม้เราพูดอยู่บนผืนดิน แต่จะได้ยินถึงท้องฟ้า แน่นอน!”

หมายเหตุ: ความคิดเห็นหรือมุมมองต่างๆ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์เดอะอีสานเรคคอร์ด เป็นข้อคิดเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่ได้เป็นมุมมองหรือความคิดเห็นของกองบรรณาธิการเดอะอีสานเรคคอร์ด

ข้อมูลอ้างอิง 

1.Andrew Walker. (2012). Thailand’s Political Presents: Power in the modern Rural Economy. Madison: University of Wisconsin Press.

2.Keys, Charles. (2014). Finding Their Voices: Northeastern Villagers and the Thai State. Chiang Mai: Silkworm Books

3.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี Becoming Red: กำเนิดและพัฒนาการเสื้อแดงในเชียงใหม่ [บรรณาธิการ]. (2556). เชียงใหม่: ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

4.วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย.(2555). หมู่บ้านเสื้อแดง : การปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงอำนาจในชุมชนชนบทไทย กรณีศึกษาหมู่บ้านนาใหญ่ จังหวัดอุดรธานี. (วิทยานิพนธ์ปริญามหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

5.Charoenmuang, Tanet. (2016). THE RED SHIRTS AND THEIR DEMOCRATIC STRUGGLE IN NORTHERN THAILAND, APRIL 2010 TO MAY 2015. Singapore: ISEAS Publishing.

6.Alexander, Saowanee T.. (2019). Cooptation doesn’t work: How redshirts voted in Isan. Retrieved 21 October 2020 from https://www.newmandala.org/cooptation-doesnt-work-how-redshirts-voted-in-isan/

 

Scroll Up