เจ้าหน้าที่คุกคามนักกิจกรรม จ.ร้อยเอ็ด อ้าง “นายสั่งมา”

กชกร บัวล้ำล้ำ Citizen Reporter of the Isaan Record เรื่อง 

อรพิชญ์ คำมุงคุณ Citizen Reporter of the Isaan Record ภาพ

ร้อยเอ็ด – เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 24 ธันวาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 ชุด ได้ขอพบ อัยการ ศรีดาวงศ์ หรือ คิว นักกิจกรรมกลุ่มพลังนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยร้อยเอ็ด ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ฝึกสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด 

โดยเจ้าหน้าที่ชุดแรกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล 2 นาย ในชุดนอกเครื่องแบบสวมหน้ากากปิดหน้ามิดชิด เข้ามาถามหาอัยการ ซึ่งเป็นครูฝึกสอน โดยไม่แสดงตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่สังกัดใด บอกเพียงว่า เป็นตำรวจในท้องที่ 

จากนั้นบุคคลที่อ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ได้ถามอัยการว่า “ใช่นักกิจกรรมชื่อนี้หรือไม่”  พร้อมทั้งขอถ่ายรูป ซึ่งทางอัยการได้ถามกลับไปว่า “ถ่ายไปทำไม ถ่ายไปให้ใคร” บุคคลอ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตอบเพียงว่า “นายสั่งมา”

เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าสอบถามข้อมูลนักกิจกรรมขณะฝึกสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด ภาพเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563

นักกิจกรรมร้อยเอ็ดปฏิเสธให้ข้อมูล

นอกจากนี้บุคคลที่อ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ยังถามต่ออีกว่า “จะมีการไปยื่นถวายฎีกาหรือทำกิจกรรมอะไรหรือไม่” พร้อมทั้งถามว่า มีเบอร์โทรศัพท์หรือไม่ โดยอ้างว่า เพื่อใช้ในติดต่อสื่อสาร หากจำเป็น 

แต่อัยการไม่ยินยอม พร้อมทั้งตอบกลับไปว่า “ผมไม่ได้จะทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวอะไร ผมมีภาระการสอน ผมมีงานต้องทำ”

หลังพูดคุย อัยการได้กลับเข้าห้องเรียนเพื่อสอนหนังสือต่อ ขณะที่บุคคลที่อ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ยังวนเวียนอยู่ในโรงเรียนกลับออกไป 

จากนั้นเวลา 11.00 น. ขณะอัยการสอนหนังสือในห้องเรียน มีนักเรียนมาบอกว่า “มีคนมาขอพบ” ซึ่งปรากฏว่า เป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีก 2 นาย ซึ่งเป็นคนละชุดกับก่อนหน้านี้ ทั้ง 2 คนไม่แสดงบัตรและสังกัดเช่นกัน มาพูดคุยและขอถ่ายรูปในลักษณะเดียว 

โดยถามว่า “จะไปถวายฎีกาหรือไปทำอะไรไหม?” ซึ่งอัยการได้ตอบเจ้าหน้าที่ว่า ไม่ได้ทะและตนมีหน้าที่สอนหนังสือ 

เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจับตาการเคลื่อนไหวของนักกิจกรรมนักศึกษาชาว จ.ร้อยเอ็ด ในโรงเรียนแห่งหนึ่งก่อนที่ในหลวง ร.10 เสด็จ

จนท.บอกนักกิจกรรม “ให้ไปถวายฎีกาได้”

ต่อมาเวลา 16.35 น. มีเจ้าหน้าที่มาหาอัยการที่โรงเรียนที่อัยการสอนอยู่อีกครั้ง และใช้คำถามแบบเดิมพร้อมกับถ่ายรูป และบอกกับอัยการว่า “ให้ไปถวายฎีกาโดยให้เหตุผลว่า ไปร้องทุกข์ได้ มีการจัดพื้นที่ไว้ให้พร้อมแล้ว”

ซึ่งทางอัยการ ได้ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า “การจะร้องทุกข์ไม่จำเป็นต้องมีพิธีการอะไรมาก คนเรารู้อยู่แก่ใจว่าอะไรควรปรับปรุง” 

อัยการยังตั้งคำถามถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ว่า “นี่ถือเป็นการคุกคามหรือไม่ และในสถานศึกษาควรจะมีแต่บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ก็มีโรงพัก มีสถานีตำรวจ มีกรมกองมีสังกัดให้อยู่ ทำไมยังต้องมาคุกคามคนเห็นต่าง หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ คือพิทักษ์สันติราษฎร์และรับใช้ประชาชนมิใช่รับใช้เผด็จการ หรือรับใช้เจ้านายแต่เพียงอย่างเดียว” 

“เพราะมีเหตุการณ์เหล่านี้ ประชาชนถึงได้ออกมาเรียกร้องและต่อสู้ให้เกิดการปฏิรูป เพราะไม่ควรมีใครต้องถูกคุกคามเพราะเห็นต่าง และโรงเรียเป็นสถานที่แห่งการเสริมสร้างปัญญา ไม่เหมาะสมที่จะมาหาตัวผมต่อหน้านักเรียนและคณะครู พวกคุณคิดอะไรกันอยู่” อัยการกล่าว

“วงสก๊อยปฏิวัติร้อยเอ็ด” โดนคุกคาม

วันเดียวกันเวลาประมาณ 12.00 น. อังกอร์ (สงวนชื่อจริงและนามสกุล) สมาชิกวงสก๊อยปฏิวัติและหนึ่งในนักกิจกรรมของพลังนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยร้อยเอ็ด ถูกคุกคามในลักษณะเดียวกันจากตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย โดยบุคคลดังกล่าวใช้รถในราชการตำรวจ แต่ไม่สวมเครื่องแบบเพื่อขอถ่ายภาพและใช้คำถามชุดเดียวกันกับอัยการ 

อังกอร์ กล่าวว่า “นี่เป็นปฏิบัติการเชิงสัญญะว่า เราจับตาดูพวกคุณอยู่”

กลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอกโดนด้วย

ในวันเดียวกันนักกิจกรรมกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอกก็ถูกคุกตามจากเจ้าหน้าที่หลายคน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. มีตำรวจ 2 นาย เข้ามาขอข้อมูลส่วนตัวของ เขมิกา ศรีเกาะ สมาชิคสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก ที่สถานศึกษาของเธอ พร้อมข้อข้อมูลของเขมิกาจากสถานศึกษา โดยไม่แจ้งว่า จะนำไปเพื่ออะไร แต่อาจารย์ไม่ได้ให้ความร่วมมือ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 แคทเทอรีน และฟิล์ม สมาชิกกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อขอข้อมูลจากทางสถานศึกษาและมีครูภายในโรงเรียนได้เชิญทั้งสองคนไปตักเตือนถึงการจัดกิจกรรมทางการเมือง โดยอ้างว่า ให้คำนึงถึงอนาคต 

Scroll Up