พลังคนรุ่นใหม่ – ประวัติศาสตร์เล่าขาน: วีรชนประชาธิปไตยแห่งสกลนคร (12)

เดวิด สเตร็คฟัสส์ เรื่อง 

ปลายเดือนที่แล้วกลุ่มราษฎรขอนแก่นอ่านแถลงการณ์เกี่ยวกับระบอบเผด็จการภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่อนุสาวรีย์ของเขา และหามศพจำลองของ ครอง จันดาวงศ์ นักการเมืองและนักกิจกรรมชาวอีสานที่ถูกสฤษดิ์สั่งประหาร 

ระหว่างการชุมนุมมีการชูป้ายข้อความเกี่ยวกับบุคคลสูญหายหลายคน อย่าง วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวอีสานที่หายตัวไปเมื่อช่วงกลางปีที่ประเทศกัมพูชา รวมถึงเตียง ศิริขันธ์ แกนนำขบวนการเสรีไทยและนักการเมืองคนสำคัญของจังหวัดสกลนคร ผู้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2495

นอกจากนี้ผู้ชุมนุมยังพยายามส่งต่อความรู้ทางประวัติศาสตร์ของอีสานให้กับคนรุ่นใหม่ ด้วยการจัดแสดงหุ่นของอดีตรัฐมนตรีชาวอีสาน 4 คนที่ถูกทางการสังหารที่ทุ่งบางเขน หลักกิโลเมตรที่ 11 เมื่อปี 2492 ประกอบด้วย ทองเปลว ชลภูมิ จากจังหวัดนครนายก ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ จากจังหวัดอุบลราชธานี ถวิล อุดล จากจังหวัดร้อยเอ็ด และจำลอง ดาวเรือง จากจังหวัดมหาสารคาม

การเคลื่อนไหวของนักศึกษาทำให้ชาวอีสานเริ่มรับรู้ถึงประวัติศาสตร์ของวีรชนในภูมิภาคของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง

ต้องยอมรับความจริงว่า จังหวัดสกลนครถือว่า ก้าวหน้ากว่าที่อื่น เพราะชื่อของลูกหลานในจังหวัดนี้ อย่าง เตียง ศิริขันธ์ ครอง จันดาวงศ์ และบุตรบุญธรรมอย่างจิตร ภูมิศักดิ์ ได้รับการจดจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แหล่งอ้างอิง : To those whose missing website

เตียง ศิริขันธ์: เสือตัวสุดท้ายแห่ง 4 เสืออีสาน

เตียง ศิริขันธ์  ถือเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยช่วงแรกเริ่มของประเทศไทย เขาเป็นที่รู้จักในฉายา “ขุนพลภูพาน” ในกลุ่มเสรีไทย ก่อตั้งโดยปรีดี พนมยงค์

เขาจบจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และได้เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้นก็ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง 5 สมัย ตั้งแต่ปี 2483 จนถึงต้นปี 2495 และได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีถึง 3 สมัย ขบวนการเสรีไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2484 และเมื่อสงครามสิ้นสุดลง เตียง ศิริขันธ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนนำหลักของขบวนการในภาคอีสาน ก็มีกองกำลังที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีมากถึง 16,000 คน

เมื่อเดือนกันยายน ปี 2490 ปรีดีมีแนวคิดที่จะจัดตั้ง “สันนิบาตเอเชียอาคเนย์” เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างขบวนการเรียกร้องเอกราชภายในภูมิภาค โดยวาง เตียง เป็นประธานสันนิบาต และ ถวิล อุดล อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นแกนนำสมาชิก ซึ่งจะทำให้ชาวอีสานขึ้นมามีบทบาทนำในเวทีระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก

คณะรัฐประหารในกรุงเทพฯ ได้ใช้แนวคิดรินี้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2490 โดยกล่าวหาว่า ปรีดีและกลุ่มเสรีไทยสมคบคิดที่จะ “บ่อนทำลายอัตลักษณ์ความเป็นไทย” ก่อตั้งสาธารณรัฐไทยและลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นคณะรัฐประหารได้เข้าตรวจค้นบ้านของ ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ รัฐมนตรีและ ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี และพบอาวุธที่ถูกชี้ว่า เป็นการซ่องสุมเพื่อปฏิวัติคอมมิวนิสต์

เตียง ทองอินทร์ และพี่ชาย ทิม ภูริพัฒน์ ซึ่งเป็น ส.ส. อุบลราชธานี เช่นกัน รวมทั้ง จำลอง ดาวเรือง และถวิล อุดล ถูกจับกุมฐาน “สมคบคิดเป็นกบฏแบ่งแยกดินแดนเพื่อนำภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปขึ้นตรงต่อสันนิบาตเอเชียอาคเนย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอมมิวนิสต์”

นักการทูตต่างชาติคนหนึ่งในขณะนั้นเห็นแย้งว่า “คนลาว” ในอีสานไม่ได้ต้องการแบ่งแยกดินแดน เพียงแต่รู้สึกว่า “อำนาจการปกครองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกควบคุมจากกรุงเทพฯ มากเกินไป และการปกครองที่มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องให้คนในท้องถิ่นมีอิสระในการปกครองตนเองมากกว่านี้”

หนังสือเกี่ยวกับ เตียง ศิริขันธ์ แหล่งที่มา: นิตยสารทางอีศาน

ในขณะนั้นเริ่มมีกระแสแนวคิดแพร่หลายว่า ชาวอีสานถูกรัฐกดขี่ ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ระหว่างการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในรัฐสภาเมื่อเดือนมกราคมปี 2492 ส.ส. อีสานกลุ่มหนึ่ง นำโดย ชื่น ระวิวรรณ อดีต ส.ส.หนองคาย โจมตีวรรคที่ระบุว่า ‘ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้’ โดยอ้างว่า นั่นอาจเป็นการลิดรอนสิทธิของชาวอีสานอย่างร้ายแรง” และ “เสนอให้ประเทศไทยแบ่งแยกออกเป็นเขตปกครองตนเองทั้งหมด 6 เขต”

ในเดือนถัดมา กองกำลังฝ่ายปรีดี นำโดย ทหารเรือส่วนหนึ่งพยายามทำรัฐประหารซ้อน โดยกลุ่มเสรีไทยวางแผนจะนำทัพจากที่มั่นในอีสานเข้ามายังกรุงเทพฯ รัฐบาลมอบหมายหน้าที่ปราบปรามการรัฐประหารให้กับพลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และดำเนินการจับกุมสมาชิกขบวนการเสรีไทยส่วนใหญ่ได้ก่อนแผนการจะเริ่มต้นขึ้น แกนนำกลุ่มหลายคนจึงถูกพบเป็นศพอยู่ในบ้านของพวกเขา

ในเดือนมีนาคม เตียงและทิมถูกนำตัวขึ้นศาลไต่สวนในข้อหากบฏแบ่งแยกดินแดน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ทองอินทร์ จำลอง ถวิล และ ส.ส. ฝ่ายปรีดีอีกคนหนึ่งถูกจับกุม และถูกตำรวจยิงจนเสียชีวิต โดยอ้างว่า เป็นเหตุชุลมุนที่เกิดตอนที่พวกเขา “พยายามหลบหนี” อันเป็นที่มาของเหตุการณ์หลักกิโลเมตรที่ 11

ขณะที่การไต่สวนยังไม่สิ้นสุด เตียง ศิริขันธ์ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. อีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน แต่เวลาถัดมารัฐบาลก็ผ่าน พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ในเดือนพฤศจิกายน และในเดือนต่อมาเตียงชนะเลือกตั้ง ส.ส. สกลนคร เป็นครั้งสุดท้าย แต่เขาและพวกอีก 2 คนก็ถูกยัดข้อหาสมคบคิดล้มล้างอำนาจรัฐบาลโดยมี “การหนุนหลังจากต่างชาติ” จากนั้น เตียงและพวกอีก 4 คนก็หายตัวไป หลายปีให้หลังซากศพของทั้ง 5 คนจึงถูกพบที่กาญจนบุรีเมื่อปี 2502

เตียงเสียชีวิตในขณะที่มีอายุ 43 ปี เขาเป็นแกนนำเสรีไทยคนสุดท้ายของภาคอีสานและเสือตัวสุดท้ายของ 4 เสืออีสานที่ยังหลงเหลืออยู่ บทบาททางการเมืองของขบวนการเสรีไทยจึงมาถึงจุดสิ้นสุด และเรื่องราวความทรงจำเกี่ยวกับเตียงก็อาจค่อยๆ เลือนหายไป

แต่เรื่องราวของเตียงก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งและมีการตีพิมพ์หนังสือชุด 3 เล่มเกี่ยวกับประวัติชีวิตของเขาออกมา

อนุสาวรีย์ ครอง จันดาวงศ์ ที่มา : Ray Withnall

อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ในช่วงเวลาที่บทบาทสำคัญทางการเมืองภาคอีสานกลับมาเป็นที่รับรู้อีกครั้งก็มีการเสนอให้สร้างอนุสาวรีย์ของเตียงด้วยงบประมาณ 2.3 ล้านบาทขึ้น เมื่อปี 2548 และได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปี 2555

แม้ข้อความที่จารึกบนป้ายจะระบุว่า เตียง คือ “วีรบุรุษสามัญชนที่ชาวสกลนครภูมิใจอย่างยิ่ง” แม้หน่วยงานในจังหวัดจะพยายามประชาสัมพันธ์อนุสาวรีย์และถ้ำลับของขบวนการเสรีไทยในเขตของอุทยานแห่งชาติภูพานให้เป็นที่รู้จัก แต่ก็ดูจะไม่สำเร็จนัก เว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดัง อย่าง ทริปแอดไวเซอร์ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้และผู้ที่สนใจมาเที่ยวชมก็อาจมีเพียงนักประวัติศาสตร์มือสมัครเล่นและนักกิจกรรมทางการเมืองวัยใกล้ฝั่งเท่านั้น

ครอง จันดาวงศ์: “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”

สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหารเมื่อปี 2501 และกำจัดทุกร่องรอยของระบบประชาธิปไตยในรัฐสภาจนหมดสิ้น หลังประสบปัญหาจากบรรดา ส.ส.หัวเอียงซ้าย ผู้นิยมระบอบสังคมนิยมมานานกว่าสิบปี กองทัพก็หันเหความสนใจมารับมือกับ “ปัญหาในภาคอีสาน” และเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2504 รัฐบาลก็จับกุม ครอง จันดาวงศ์ และทองพันธ์ สุทธิมาศ สหายของเขา

เช่นเดียวกับ เตียง ครอง เป็นสมาชิกของขบวนการเสรีไทย ขณะที่เป็นครูอยู่ที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เขาถูกจับกุมเมื่อปี 2491 ฐานสมคบคิดเป็นกบฏแบ่งแยกดินแดน แต่ถูกปล่อยตัวในภายหลัง ครองเข้าร่วมการประชุมของคณะกรรมการสันติภาพในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2495 เพื่อคัดค้านการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในความขัดแย้งอื่นๆ ในทวีปเอเชีย อย่าง สงครามเกาหลี เป็นต้น หลังรัฐบาล ผ่าน พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ในเดือนพฤศจิกายน บุคคล 38 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเรียกร้องสันติภาพดังกล่าว รวมถึงครองก็ถูกจับกุม เขาถูกตั้งข้อหากบฏและถูกตัดสินจำคุก 13 ปี 8 เดือน เขาได้รับการปล่อยตัวจากการอภัยโทษเมื่อปี 2500 จากนั้นครองได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. สกลนคร สังกัดพรรคเศรษฐกรถึง 2 ครั้งในปีเดียวกัน ก่อนจะเกิดการรัฐประหารที่สถาปนาระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จขึ้นมา

ครอง จันดาวงศ์ ก่อนเดินเข้าสู่ลานประหาร ที่มา : นิตยสารศิลปวัฒนธรรม

ครองเดินทางกลับบ้านเกิดและจัดตั้งแนวร่วมขึ้น ซึ่งเป็นภารกิจที่ดำเนินไปอย่างยากลำบากเพราะอีสานกำลังถูกควบคุมโดยกฎอัยการศึก องค์กรของครองจัดตั้งให้ชาวบ้านรู้จักกับระบอบคอมมิวนิสต์ และเน้นย้ำว่า “คนอีสานเป็นคนลาว ไม่ใช่คนไทย” รวมถึงกล่าวว่า อีสานเคยเป็นรัฐลาวอิสระมาก่อน ตำรวจกล่าวว่า ครองอ้างว่า ภาคอีสานเคยเป็นรัฐลาวอิสระ จนกระทั่งถูกไทยเข้ายึดครอง รัฐบาลอ้างว่า ครองในวัย 53 ปีเรียกร้องให้อีสานแยกตัวเป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐส่วนกลางและเข้าสวามิภักดิ์กับประเทศลาว คำสั่งประหารชีวิตระบุว่า ครองจำเป็นต้องถูกประหารเป็นตัวอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำเช่นนี้อีกในภายภาคหน้า เพื่อปกป้อง “ความมั่นคงของราชอาณาจักรและราชบัลลังก์”

การประหารชีวิตครองกลายเป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำด้วยเหตุผลหลายประการ อย่างแรก ครองมีท่าทีร่าเริงและถึงกับโบกมือให้กล้องขณะเดินเข้าหลักประหาร ทำให้หลายคนรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของเขา

นอกจากนั้นครองยังเอ่ยหนึ่ถ้อยคำต่อต้านอำนาจเผด็จการอันเป็นที่เลื่องลือที่สุดก่อนจะถูกประหาร เป็นคำพูดที่ถูกเปล่งขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทยที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น รวมถึงการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาในปัจจุบัน ที่กล่าวว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”

Source: Prachatai, May 31, 2020

แม้การประหารชีวิตครองถูกมองว่า เป็นไปอย่างโหดเหี้ยมเกินความจำเป็น แต่ก็เกิดขึ้นเป็นปกติในรัฐบาลเผด็จการ ในคำสั่งจะระบุให้ครองและสหายถูกยิงจนกระทั่งเสียชีวิตเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่กลับปฏิบัติเกินคำสั่งด้วยการรัวกระสุนไรเฟิลแรงสูงใส่ทั้ง 2 คนมากถึง 90 นัด

หลังครองถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้คนอีกหลายร้อยคนก็ถูกจับฐานเป็นสายลับคอมมิวนิสต์ที่ “คอยชักชวนชาวบ้านให้เข้าร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนให้ภาคอีสานเพื่อเป็นอิสระจากราชอาณาจักรไทย” และช่วงปลายปี 2504 สงครามครั้งแรกระหว่าง “คอมมิวนิสต์” ท้องถิ่นและกองกำลังของรัฐบาลไทยก็ปะทุขึ้นในจังหวัดนครพนม

เช่นเดียวกับเตียง เรื่องราวของครองค่อยๆ ถูกลืม ขณะที่อีสานเข้าสู่ภาวะแห่งความสงบเรียบร้อยในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา แต่แล้วปี 2546 แท่งคอนกรีตหยาบๆ สองแท่งและก้อนหินอีกก้อนก็ปรากฏขึ้นที่หลังสำนักงานเขตอำเภอสว่างแดนดิน ซึ่งคาดว่าเป็นบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่เขาถูกสังหาร

เดฟ เบลค รายงานเมื่อปี 2553 ว่าแท่งคอนกรีตและก้อนหินนั้นถูกย้ายไปไว้อีกจุดหนึ่งใกล้กับป้ายโครงการก่อสร้าง

เสาสองต้นที่ระลึกถึง ครอง จันดาวงศ์ และเพื่อนร่วมงานของเขาในพื้นที่ใกล้ลานประหารประหารชีวิตเมื่อปี 2504 ด้านซ้ายยังคงมีเสาสองต้น (ภาพเมื่อปี 2553) ส่วนด้านขวาเหลือเสาเพียง 1 ต้น (ภาพเมื่อปี 2563) เครดิต:เควิด เจเอช เบรค 

เมื่อเดือนที่แล้ว The Isaan Record พบว่า ก้อนหินนั้นล้มลงและแท่งคอนกรีตแท่งหนึ่งถูกตัดหายไปเหลือแต่ตอ รวมทั้งมีศาลาไม้ 2 แห่ง ถูกสร้างขึ้นบดบังแท่งคอนกรีตอีกแท่งที่เหลือจนมองแทบไม่เห็น

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ศูนย์เรียนรู้ครูครอง จันดาวงศ์ ถูกสร้างขึ้นในอำเภอสว่างแดนดิน เนื่องในโอกาสรำลึกวันเกิดครบรอบ 110 ปีของเขา

วันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 2 คน ได่แก่ วิชาญ ฤทธิธรรม และเกรียงไร ศรีโนนเรือง มีส่วนร่วมในการจัดงานแสดงดนตรี อ่านบทกวี และการเสวนาร่วมกับ วิทิต จันดาวงศ์ ลูกชายของครองขึ้นที่นั่นด้วย

ศูนย์เรียนรู้ ครูครอง จันดาวงศ์ ที่มา : ทวิตเตอร์ของ แคน สาริกา (@can_nw)

จิตร ภูมิศักดิ์: ปราชญ์นักปฏิวัติ

สำนักข่าวสารอเมริกัน (USIS) ซึ่งเป็นฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคสงครามเย็นเชื่อว่า การแปลหนังสือ “แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์” ของ คาร์ล มาร์กซ์ เป็นภาษาไทยจะช่วยยับยั้งชาวไทยจากการโน้มเอียงเข้าหาลัทธิคอมมิวนิสต์ สำนักงานติดต่อ วิลเลียม เก็ดนีย์ นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกันให้รับงานนี้และเขาชักชวนให้นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสุดปราดเปรื่องคนหนึ่งให้มาช่วยแปลแถลงการณ์ดังกล่าว

แทนที่จะต่อต้านหลังได้อ่านงานชิ้นนี้ จิตร ภูมิศักดิ์ กลับเชื่อว่าทางเดียวที่จะพัฒนาประเทศไทยได้ คือ การโอบรับแนวคิดแบบสังคมนิยม เขาเขียน “โฉมหน้าศักดินาไทย” งานเชิงลัทธิมาร์กซ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทยเมื่อปี 2500 ปีเดียวกับที่เขาถูกตัดสินจำคุกในข้อหาเป็นคอมมิวนิสต์

ขณะที่ถูกจำคุก จิตรได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวชีวิตของวีรบุรุษนักการเมืองชาวอีสานที่ถูกสังหาร โดยเฉพาะเตียงและครอง เขาจึงแต่งเพลง อาลัยการเมือง ให้ เตียง ศิริขันธ์ ครูครอง จังดาวงศ์ เพื่อเป็นการยกย่องทั้งคู่ จิตรพ้นจากข้อกล่าวหาและได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2507 จากนั้น ความชื่นชมที่เขามีต่อเตียงและครอง จิตรเข้าร่วมขบวนการคอมมิวนิสต์ในจังหวัดสกลนคร และถูกยิงเสียชีวิตที่นั่นเมื่อปี 2509 ขณะอายุเพียง 35 ปี

แม้จะเสียชีวิตในวัยหนุ่ม อุดมการณ์ของจิตรก็ถูกส่งต่อมาถึงกลุ่มนักเรียนนักศีกษารุ่นใหม่ในกระแสการชุมนุมในปัจจุบัน

เมื่อปี 2496 จิตรดำเนินการปรับปรุงยกเครื่องวารสารประจำปีของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ที่ตีพิมพ์ทุกวันที่ 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจิตรนำพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 6 ออกจากภาพปก และตีพิมพ์งานเขียนลัทธิมาร์กซิสต์ลงไปด้วยส่งผลให้ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยและองค์กรนิสิตโกรธหนักมาก และบังคับให้จิตรอธิบายการกระทำของเขาต่อหน้านิสิตมหาวิทยาลัยกว่า 3 พันคนในหอประชุม ก่อนจะนำไปสู่เหตุการณ์ “โยนบก” ที่นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์คนหนึ่งปรี่เข้าไปโยนจิตรลงมาจากเวที จนถูกรุมทำร้าย นิสิตคนอื่นๆ ที่เป็นผู้กระทำได้รับโทษตักเตือนเพียงเล็กน้อย แต่จิตรถูกสั่งพักการเรียนถึง 1 ปี

เดือนที่แล้ว ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์ออกแถลงการณ์ขอโทษ จิตร ภูมิศักดิ์ ต่อกรณีโยนบก และยกย่องจิตรเป็นศิษย์เก่าคนสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นแบบอย่างด้านอุดมการณ์ให้กับนิสิตของมหาวิทยาลัย

อนุสาวรีย์ จิตร ภูมิศักดิ์ที่มา อนุสรณ์สถาน จิตร ภูมิศักดิ์ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร

แม้จิตรจะไม่ใช่คนอีสาน แต่จังหวัดสกลนครก็โอบรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ทางจังหวัดจัดงานวัน จิตร ภูมิศักดิ์ ทุกวันที่ 5 พฤษภาคมของปี อนุสาวรีย์ของจิตรได้รับการเปิดตัวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2556 ในจุดที่คาดว่า เป็นบริเวณเดียวกับที่เขาถูกยิงเสียชีวิต ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครยังจัด “ห้อง จิตร ภูมิศักดิ์” ไว้ในพิพิธภัณฑ์สามัญชนเพื่อแสดงเรื่องราวชีวิตและผลงานของจิตรไว้

แม้จิตร ภูมิศักดิ์ จะได้รับการยกย่องอย่างเปิดเผย แต่เว็บไซต์ของจังหวัดกลับไม่เคยเอ่ยถึงชื่อของ จิตร หรือเตียง หรือครอง หน้า “ประวัติศาสตร์” บนเว็บไซต์ของจังหวัดหยุดอยู่ที่เรื่องราวเมื่อ 2369 แม้กระทั่งเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครก็ไม่เอ่ยถึงชื่อของจิตร หรือห้องจิตร ภูมิศักดิ์ในพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย

ภายในอนุสาวรีย์ จิตร ภูมิศักดิ์ ที่มาเว็บไซต์: The Isaander

วีรชนคนอื่นๆ

ในภาคอีสานยังมีวีรชนหัวก้าวหน้าคนอื่นๆ โดยราวปี 2480 ถึง 2500 ที่ดูเหมือนจะถูกลืมเลือน ผู้คนเหล่านี้ไม่มีอนุสาวรีย์เป็นของตัวเอง หรือแม้แต่ได้รับการจดจำจากจังหวัดบ้านเกิดของพวกเขา

เรื่องราวของบางคนได้รับการบันทึกในเว็บไซต์วิกิพีเดีย เช่น

  • จำลอง ดาวเรือง (สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เกิดที่บ้านงัวบา ตำบลงัวบา อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม)
  • ฟอง สิทธิธรรม (สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เกิดที่อำเภอเกษมสีมา หรือม่วงสามสิบในปัจจุบัน จังหวัดอุบลราชธานี)
  • เทพ โชตินุชิต (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เกิดที่จังหวัดนครพนม)
  • ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เกิดที่บ้านหนองยาง ตำบลหัวเรือ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี)

บางคนไม่ได้รับการเอ่ยถึงหรือมีชื่อปรากฏในหน้าวิกิพีเดียเพียงครั้งเดียว เช่น

  • ชื่น ระวิวรรณ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย)
  • สอิ้ง มารังกูล (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์)
  • ถวิล อุดล (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด)
  • ทวีศักดิ์ ตรีพลี (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น)
  • ทองพันธ์ สุทธิมาศ (ถูกประหารชีวิตพร้อมกับครอง จันดาวงศ์)

หลายพันคนได้สละชีพเพื่อทำให้อีสานดีขึ้น แล้ววีรชนอีสานเหล่านี้จะถูกจดจำและรำลึกถึงวันไหนกัน 

แหล่งอ้างอิง 

Charles F. Keyes, Isan: Regionalism in Northeastern Thailand (Ithaca: Cornell University Southeast Asia Program, Data Paper Number 66, March 1967).

Thak Chaloemtiarana, Thailand: The Politics of Despotic Paternalism (Ithaca: Cornell University Southeast Asia Program Publications, 2007).

Scroll Up