ปชช.ลุ่มน้ำโขงอีสาน แถลงการณ์จวก ประวิตร ปลุกผี “เขื่อนปากชม”

ชลธิชา ทักษิณาเวศน์ นักศึกษาฝึกงาน  TheIsaanRecord เรื่อง

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 กลุ่มเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมและเครือข่ายภาคประชาชนที่เน้นติดตามสถานการณ์การพัฒนาในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านมติคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่ระบุให้มีดำเนินการก่อสร้างเขื่อนปากชม ณ บ้านคกเว้า ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย ซึ่งมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานการประชุม

โดยเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา การประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 4/2563 ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ประกาศมติเรื่องการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)

ซึ่งในมติดังกล่าวประกอบไปด้วยแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และ แผนหลักการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง คือหนึ่งในนั้น แผนนี้มีทิศทางการพัฒนาและแนวทางการขับเคลื่อน 4 ระยะ กล่าวคือ การก่อสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำสาขาแม่น้ำโขง การพัฒนาใช้น้ำโขงและลำน้ำเคียง การพัฒนาโครงการโขง เลย ชี มูล และการพัฒนาเขื่อนปากชม

ในมติการประชุมอ้างว่า การพัฒนาในลักษณะข้างต้นจะขยายพื้นที่ชลประทานกว่า 30 ล้านไร่ และสามารถยกระดับรายได้ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้าและการบริการ รวมทั้งสิ้น 334,051.35 ล้านบาท และจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน 30,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ดี กลุ่มเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสานกลับคัดค้านมติดังกล่าวของรัฐบาล โดยเฉพาะในประเด็นการก่อสร้างเขื่อนปากชม ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของแม่น้ำโขงต่อชุมชนและหลายชีวิตที่มักถูกคุกคามจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่จำนวนมากจากภาครัฐ 

“โครงการเหล่านี้จะก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ทางสังคม ทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารต่อชุมชนในลุ่มน้ำโขง อีสาน และลำน้ำสาขาอย่างรุนแรงในอนาคต” ส่วนหนึ่งในแถลงการณ์ระบุ

นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสานยังได้สร้างข้อเสนอแก่ กนช. 4 ประการ โดยข้อแรกเสนอให้ กนช. ปรึกษาหารือกับประเทศเพื่อนบ้านก่อน เนื่องขาดการก่อสร้างเขื่อนปากชมนั้นคาบเกี่ยวพรหมแดนทั้ง 2 ประเทศ

ประเทศไทยและ สปป.ลาว มีข้อกฏหมายที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการแบ่งปันผลประโยชน์ หรือแม้แต่การบริหารจัดการน้ำในลำน้ำโขง

ข้อที่ 2 เสนอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการจัดการน้ำที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาในภาคอีสาน ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนอย่างแท้จริง

ข้อที่ 3 เสนอให้ภาคประชาสังคมและภาคประชาชนในลุ่มน้ำโขงอีสานร่วมกันตรวจสอบ วิพากษ์ วิจารณ์ การผลักดันโครงการจัดการน้ำขนาดใหญ่ในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา 

และข้อที่ 4 เสนอให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณ เนื่องจากการผลักดันโครงการโขง เลย ชี มูล ตลอดจนโครงการเขื่อนปากชมย่อมตามมาด้วยการใช้งบประมาณมหาศาล

“เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ยืนยันที่จะปกป้องแม่น้ำโขง ด้วยการติดตาม ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ และเสนอทางเลือกในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน” แถลงการณ์ระบุ 

อ่านแถลงการณ์

Scroll Up