จากแฟนคลับ “สนธิ ลิ้ม” ถึงเสื้อแดงชักธงรบ จ.อุบลฯ

ในร้านกาแฟเล็กๆ ที่ดูทันสมัยใกล้ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่แห่งเมืองอุบลราชธานี เหล่าสตรีเหล็กเสื้อแดง 4-5 คน ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการต่อสู้กับ The Isaan Record อย่างเป็นกันเอง 

ก่อนจะเริ่มบทสนทนา หนึ่งในสมาชิกสตรีเหล็กกล่าวถึงสัญลักษณ์ของกลุ่มว่า เป็น “กลุ่มสงครามโลกครั้งที่สอง” โดยให้เหตุผลว่า เพราะรวมอายุของทุกคนแล้วน่าจะใกล้เคียงกับช่วงอายุของคนในยุคนั้น 

ปรารถนา มุทาลัย วัย 66 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มสตรีแหล็กเสื้อแดง เปิดบทสนทนาด้วยการเล่าที่มาที่ไปของตัวเองว่า เคยเป็นครูมากว่า 27 ปี ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี ก่อนจะเข้าร่วมกับเสื้อแดง “กลุ่มชักธงรบ” จ.อุบลราชธานี เธอเคยชื่นชอบและติดตาม สนธิ ลิ้มทองกุล จากการจัดรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ก่อนปี 2549 ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ช่อง 9 ซึ่งเป็นรายการวิเคราะห์ข่าวรอบสัปดาห์ 

สาเหตุที่เธอชอบสนธิ เพราะเป็นคนพูดจาดี น่าฟัง แต่เริ่มรู้สึกว่าสนธิพูดใส่ร้ายi ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนเกินความน่าเชื่อถือ หลังจากนั้นจึงหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอดีตนายกฯ ทักษิณเพื่อชั่งน้ำหนัก และนั่นคือจุดเปลี่ยนของปรารถนา

“แต่ก่อนกะบ่มักทักษิณ เพราะเลาเป็นคนพูดจาโผงผาง เฮาเลยมักสนธิมากกว่า แต่พอฟังสนธิหลายๆ สนธิมักเว่าใส่ร้ายทักษิณโพด ด่าอย่างเดียว กะเลยคิดว่า บ่แม่นแล้ว เพราะทักษิณเล่ากะบ่ได้เว่าพื้นไผ เลาแค่เป็นคนเว่าตรงๆ แบบโผงผางเลยหันมาติดตามทักษิณ”

ปรารถนาเป็นคนสนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็ก แต่ก่อนหน้านี้มีอาชีพครูจึงไม่สามารถแสดงออกทางการเมืองได้ ประกอบกับในช่วงนั้นเธอไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ ทำให้ไม่ค่อยรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการเมือง 

หลังจากที่เริ่มไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่สนธิพูดในรายการ เธอจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นการเมืองกับเพื่อนครูด้วยกันมากขึ้น ทำให้ตัดสินใจซื้อโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนเพื่อติดตามข่าว 

“โลกออนไลน์เฮ็ดให้ตาสว่าง พอซื้อโทรศัพท์มา เฮากะได้ค้นหาข้อมูล มันกะเฮ็ดให้เฮาได้เห็นความจริงอีกชุด มันเฮ็ดให้เฮาตาสว่างเลย โลกออนไลน์มันกะดีแบบนี้ล่ะ”
ปรารถนากล่าวถึงจุดเปลี่ยนในการรับรู้ข้อมูลของเธอ

“ความจริงวันนี้” กับจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลง

ภายหลังรัฐประหารปี 2549 ปรารถนาเริ่มหันมาติดตามรายการ “ความจริงวันนี้” ซึ่งเป็นรายการถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นการเมือง ดำเนินรายการโดย ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ วีระ มุสิกพงศ์ และจตุพร พรหมพันธุ์ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเริ่มสนใจขบวนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงจนถึงปัจจุบัน

“เริ่มเคลื่อนไหวกับเสื้อแดงหลังลาออกจากครู แล้วช่วงปี’53 กะไปชุมนุมกับเสื้อแดง กลุ่มชักธงรบ จ.อุบลฯ ตอนชุมนุมอยู่กรุงเทพฯ เฮาพากันไปตลอดอยู่ชุมนุมจนมื้อเสธ.แดง (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล)ถืกยิง แต่เฮากลับบ้านก่อน จากนั้นเสธ.แดงกะถืกยิง พอฮู้ว่า เพิ่นถืกยิงเฮาคุยกันว่า สิกลับเข้ากรุงเทพฯ แต่มีคนบอกว่า อย่ากลับไปขนาด เสธ.แดงเขายังยิง” อดีตครูเล่าจากความทรงจำ 

เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แววตาดุดัน เมื่อถามว่า ทำไมถึงเชื่อมั่นในขบวนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง 

เหตุการณ์สลายการชุมนุมปี’53 ยิ่งตอกย้ำว่าคนเสื้อแดงถืกกระทำ มีคนตายหลาย มีคนติดคุกหลายคน บางคนหลังติดคุกชีวิตบ้านแตกสาแหรกขาด บางคนถืกตัดสินประหารชีวิต บางคนต้องลี้ภัย แล้วเฮาสิไปเห็นความยุติธรรมกับเขาได้จังได๋ เพราะเขาบ่เคยยุติธรรมกับเฮามาแต่ได๋แล้ว มันรู้สึกโกรธแค้นแฮง แต่นั่นคือสิ่งที่ตอกย้ำว่าเฮาเลือกจุดยืนบ่ผิด เพราะเฮาบ่มักคนเอาเปรียบคน” ปรารถนากล่าวถึงจุดยืนในการต่อสู้กว่า 10 ปี ที่แสนเจ็บปวดของคนเสื้อแดง 

แม้การต่อสู้ของคนเสื้อแดงจะดูหมดหวังเพราะไม่เคยได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ แต่การเคลื่อนไหวของคณะราษฎร 2563 ทำให้ปรารถนามีความหวังกับประชาธิปไตยอีกครั้ง เธอยังกล่าวอีกว่ารู้สึกดีใจที่คนรุ่นใหม่ยอมรับและมองเห็นการต่อสู้ของคนเสื้อแดง 

“เฮาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร เด็กน้อยเขากล้าหาญหลายที่เขากล้าเว่า กล้าออกมาต่อสู้ แล้วเขากะมาสู้ด้วยมือเปล่า ถือว่าเขาสุดยอด แฮ่งมั่นใจ แฮ่งใจซื่นว่าเฮายังมีหวัง ประชาธิปไตยต้องเกิดขึ้นในยุคนี้แน่นอน เฮารู้สึกขอบคุณเขาตลอดเวลา”

ปรารถนากล่าวทิ้งท้าย

Scroll Up