คุณูปการของ “จอมพลสฤษดิ์” ต่อขอนแก่นกับสิ่งที่ถูกสร้างโดยรัฐ

จนิสตา อาภาแสงเพชร นักศึกษาฝึกงาน The Isaan Record ภาพปก

กิตติธัช สังข์จุ้ย นักศึกษาฝึกงาน The Isaan Record เรื่อง 

จากเหตุการณ์ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกคลุมผ้าถุงให้อนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ต้องการต่อต้านการขดขี่ผู้หญิงและไว้อาลัยต่อความยุติธรรมในวันสตรีสากล เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ตัวแทนกลุ่มราษฎรขอนแก่น ได้ทำกิจกรรมสวมชุดนักเรียนให้กับอนุสาวรีย์ฯ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อเครื่องแบบนักเรียน นักศึกษา 

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนำมาสู่ข้อสงสัยว่า ทั้งจอมพลสฤษดิ์และเมืองขอนแก่นสัมพันธ์กันอย่างไร 

จอมพลสฤษดิ์ทำอะไรให้กับเมืองขอนแก่นจึงมีอนุสาวรีย์ตั้งอยู่กลางเมือง หน้าศูนย์ราชการ ชาวเมืองขอนแก่นมีมุมมองความคิดอย่างไรต่อจอมพลสฤษดิ์ 

มุมมองความคิดของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่และความคิดของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรต่อสัญลักษณ์ที่กล่าวได้ว่า เป็นผู้นำเผด็จการอำนาจนิยม 

กำแพงโค้งด้านหลังอนุสาวรีย์สฤษดิ์ มีภาพปูนปั้นประวัติจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ภาพโดย จนิสตา อาภาแสงเพชร

สฤษดิ์สำคัญอย่างไรต่อขอนแก่น

จอมพลสฤษดิ์ ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลโทถนอม กิตติขจร เมื่อปี 2501 และขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2502 – 2506 

การเข้ามาของจอมพลสฤษดิ์ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการเมืองไทยเป็นอย่างมาก 

การรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ทำให้ประเทศเข้าสู่ยุคของการเมืองแบบพ่อขุนอุปถัมภ์ โดยเฉพาะการใช้อำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จของนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 17 ฉบับปี 2502 ที่นายกรัฐมนตรีสามารถสั่งสังหารผู้คนโดยไม่ต้องเข้าสู่ชั้นศาล 

รศ.ดร.บัวพันธ์  พรหมพักพิง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงการปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์ว่า นำมาสู่แนวคิดเรื่องการพัฒนา “แบบสมัยใหม่” โดยการพัฒนารูปแบบดังกล่าวเป็นการพัฒนาตามแนวคิดเสรีนิยมที่ให้ตลาดเป็นตัวนำ และให้มีการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า 

“ไทยได้รับการสนับสนุนมาจากชาติตะวันตก อย่าง สหรัฐอเมริกา จากบริบทของสงครามเย็นที่นำมาสู่การเกิดขึ้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภายในช่วงรัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน”

สำหรับจังหวัดของแก่นเองก็ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดการพัฒนาดังกล่าว ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในขอนแก่นเองนั้นก็มีที่มาจากโครงการพัฒนาของจอมพลสฤษดิ์ 

ถนนมิตรภาพช่วงจังหวัดนครราชสีมาถึงหนองคายถูกสร้างเมื่อปี 2504  

ส่วนมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็มีมติในการก่อสร้างในช่วงของจอมพลสฤษดิ์ ก่อนที่จะมีชื่อดังเช่นปัจจุบัน มหาวิทยาลัยขอนแก่นเคยมีชื่อว่า “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”

รวมไปถึงเขื่อนอุบลรัตน์ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากโครงการน้ำพอง ที่มีวัตถุประสงค์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า 

การพัฒนาในสมัยจอมพลสฤษดิ์นั้นมีแนวทางในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานผ่านการสร้างถนน สถาบันการศึกษา และแหล่งผลิตพลังงาน เพื่อให้สามารถรองรับต่อการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจได้ 

มรดกชิ้นใหญ่ที่จอมพลสฤษดิ์ได้ฝากไว้ที่ขอนแก่นก็ยังสามารถพบเห็นร่องรอยของจอมพลสฤษดิ์ได้อีกมากมาย ทั้งอาคารกรมประชาสัมพันธ์ (เก่า) บ้านพักจอมพลสฤษดิ์ที่ปัจจุบันกลายเป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น 

แม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นทำให้สามารถพูดได้ว่า ภายใต้ยุคที่จอมพลสฤษดิ์ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ขอนแก่นได้รับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างมากตามสโลแกน “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก” ของจอมพลสฤษดิ์

บ้านพักจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ปัจจุบันกลายเป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ภาพโดย จนิสตา อาภาแสงเพชร

ทำไมต้องขอนแก่น?

ปฎิเสธไม่ได้ว่า  “การพัฒนา” ของจอมพลสฤษดิ์เป็นการสร้างปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เขาต้องการให้เกิดขึ้นในภาคอีสานและยังเป็นการขยายอำนาจศูนย์กลางให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ภาคอีสานได้อย่างทั่วถึง ด้วยเหตุนี้จอมพลสฤษดิ์จึงพยายามทำให้ขอนแก่นกลายเป็นจังหวัดศูนย์กลางของภาคอีสาน 

ทว่าหากดูจากแผนที่แล้วจะพบว่า จังหวัดที่มีตำแหน่งอยู่กลางภาคอีสานนั้นไม่ใช่ขอนแก่น แต่เป็นทางจังหวัดนครพนม หรือมหาสารคามมากกว่า แต่จังหวัดที่ได้รับการพัฒนาเพื่อที่จะให้เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานกลับเป็นจังหวัดขอนแก่น 

รศ.ดร.บัวพันธ์ ให้ความเห็นว่า เหตุผลที่ขอนแก่นได้รับเลือกให้เป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน นั้นเป็นเพราะขอนแก่นในขณะนั้นมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกกว่า นครพนมและมหาสารคาม โดยมีทางรถไฟและเริ่มก่อสร้างถนนมิตรภาพ ประกอบกับบริบทของสงครามเย็นทำให้ขอนแก่นที่อยู่ห่างจากพรมแดน มีความปลอดภัยจากการแทรกซึมของประเทศรอบข้างที่เป็นคอมมิวนิสต์ ขอนแก่นจึงได้รับเลือกให้เป็นจังหวัดศูนย์กลางของภาคอีสานในช่วงเวลานั้น

คุณูปการของสฤษดิ์ต่อขอนแก่น

ขณะที่ รศ.ดร.พิธันดร นิตยสุทธิ์ อาจารย์ประจำคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้ามาพัฒนาจังหวัดขอนแก่นว่า ไม่ได้เกิดจากความเกี่ยวข้องส่วนตัวของจอมพลสฤษดิ์ ที่มีแม่เป็นชาวมุกดาหาร แต่การเข้ามาพัฒนาขอนแก่นและภาคอีสานของจอมพลสฤษดิ์เป็นสิ่งที่รัฐบาลส่วนกลางจะต้องเข้ามาพัฒนาตามแผนการที่วางไว้อยู่แล้ว ทำให้จอมพลสฤษดิ์ไม่ได้มีคุณูปการต่อเมืองขอนแก่นขนาดนั้น 

“เป็นมติของส่วนกลางอยู่แล้วที่จะกระจายการพัฒนาออกไปตามภูมิภาค แต่ในสมัยนั้นทำได้เพียงภูมิภาคละหนึ่งจังหวัดเท่านั้น” รศ.พิธันดร กล่าว 

รศ.ดร.พิธันดร นิตยสุทธิ์ อาจารย์ประจำคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครดิตภาพ เว็บไซด์ ม.ขอนแก่น

ทำไมจึงสร้างอนุสาวรีย์ให้สฤษดิ์ 

ส่วนเหตุผลที่ในตัวเมืองขอนแก่นมีอนุสาวรีย์ของจอมพลสฤษดิ์ตั้งอยู่อาจารย์ได้ให้เหตุผลว่า เป็นการกระทำที่แสดงถึงความภักดีของผู้มีอำนาจในทางการปกครองต่อจอมพลสฤษดิ์

“น่าจะเป็นการสืบทอดพระเดชพระคุณกันมา พอแก่ตัวมาก็เลยนึกถึงเลยสร้าง (อนุสาวรีย์) ให้”นักวิชาการผู้นี้บอก 

หนังสือ “การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมป์แบบเผด็จการ” เขียนโดย ศ.ทักษ์ เฉลิมเตียรณ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา  ระบุว่า อนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ขนาดเท่าตัวจริงอยู่ในชุดทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ หล่อที่วัดพรมสุวรรณสามัคคี เมื่อ 23 พฤษภาคม 2526 โดยมีคุณหญิงวิจิตรา ภริยาของจอมพลสฤษดิ์เข้าร่วมในพิธีนั้นด้วย 

“อัฐิของจอมพลสฤษดิ์ก็ถูกบรรจุไว้ในฐานของอนุสาวรีย์เพื่อทำให้อนุสาวรีย์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์และวิเศษมีมนต์ขลังยิ่งขึ้น ซึ่งพิธีเปิดอนุสาวรีย์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธานแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2527”ส่วนหนึ่งของหนังสือระบุ 

ทั้งนี้ รศ.ดร.พิธันดร เห็นว่า จอมพลสฤษดิ์มีคุณูปการต่อเมืองขอนแก่นในแง่ของการนำความเจริญด้านโครงสร้างพื้นฐานมาสู่ขอนแก่น แต่การพัฒนาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องหน้าที่ของส่วนกลางที่จำเป็นจะต้องทำอยู่แล้ว 

เหตุที่ภาคอีสานเป็นจังหวัดขอนแก่นก็เพราะมีปัจจัยด้านการคมนาคมที่สะดวกกว่าพื้นที่อื่นๆ และในช่วงเวลาที่จอมพลสฤษดิ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็มีการพัฒนาในลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ เช่น ภาคเหนือก็มีการตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น

“แกก็ทำเสมอภาคกันหมด ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ”นักวิชาการคนนี้เน้นย้ำ 

มุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อสฤษดิ์ 

ทว่าในสายตาคนรุ่นใหม่ อย่าง วชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือ เซฟ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที เห็นว่าความเกี่ยวข้องของจอมพลสฤษดิ์กับขอนแก่นนั้นเป็นการสร้างความสำคัญของตัวจอมพลสฤษดิ์โดยรัฐ ผ่านการสร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่ขอนแก่น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการที่จอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารเมื่อปี 2500 ทำให้เกิดการดึงอำนาจจากคณะราษฎรที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 กลับไปสู่สถาบันกษัตริย์อีกครั้ง

“สิ่งที่สฤษดิ์ทำ คือ ก้าวแรกของฝ่ายขวาที่จะดึงอำนาจกลับไปสู่สถาบันกษัตริย์ กลับไปสู่อภิสิทธิ์ชนใช่หรือไม่”

เขามองว่า คนรุ่นใหม่ในจังหวัดขอนแก่นไม่ได้มีความรู้สึกว่าจอมพลสฤษดิ์มีคุณูปการต่อจังหวัดขอนแก่นต่อไปแล้ว 

“ไม่มีเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่มองหรือให้ความสำคัญต่อจอมพลสฤษดิ์เลย”เซฟกล่าว 

ตัวแทนกลุ่มราษฎรขอนแก่น จัดกิจกรรมสวมชุดนักเรียนให้กับอนุสาวรีย์ฯ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อเครื่องแบบนักเรียน นักศึกษา เมื่อ 5 ธันวาคม 2563 ภาพโดย อติเทพ จันทร์เทศ

จอมพลสฤษดิ์กับการเมืองในยุคสมัย

มุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อสฤษดิ์เปลี่ยนแปลงไปเป็นลักษณะที่มองว่า จอมพลสฤษดิ์เป็นตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน 

“ก้าวแรกของฝ่ายศักดินาที่ทำให้ไทยนั้นมีปัญหาจนทำให้คนรุ่นใหม่ต้องออกมาสู้ในปัจจุบัน”แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันทีขยายความ

นอกจากนั้นเซฟยังมองว่า สมัยก่อนการสื่อสารถูกควบคุมโดยรัฐทำให้เกิดการโฆษณาชวนเชื่อ ประกอบกับการให้ความสำคัญของรัฐไทยผ่านกลไกราชการทำให้เกิดกระบวนการในการสร้างความสำคัญของจอมพลสฤษดิ์ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เช่น ทุกๆ วันที่ 8 ธันวาคม จะมีพิธีการแสดงความเคารพต่อจอมพลสฤษดิ์ ดังนั้นความสำคัญของจอมพลสฤษดิ์จึงเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐ

พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ในสายตาคนรุ่นใหม่จึงกลายเป็นสถานที่ชุมนุมและเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อต้องการสื่อให้เห็นว่า จอมพลสฤษดิ์เป็นต้นตอของปัญหาที่มาจากระบอบศักดิ์นา ต้องการที่จะประกาศอย่างชัดเจนว่า เป็นการต่อสู้กับฝ่ายขวาและต้องการให้คนขอนแก่นทราบว่า จอมพลสฤษดิ์ได้ทำอะไรไว้บ้าง 

“เราต้องการสื่อสารให้เห็นว่า จอมพลสฤษดิ์ได้ทำอะไรกับฝ่ายประชาธิปไตยในอดีต มันเป็นการทำสงครามทางความคิดที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า ต้นตอของปัญหามาจากไหน”เขากล่าวทิ้งท้าย

Scroll Up