จากนาหนองบง ถึง เดวิด สเตร็คฟัสส์ และ CIEE

สมานฉันท์ พุทธจักร เรื่อง

บ่ายวันที่ 21 เมษยายน ณ สำนักงาน เดอะอีสานเรคคอร์ด  ไทบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จังหวัดเลย เดินทางหมู่บ้านนาหนองบง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย 

พวกเขามาพร้อมกับพาขวัญ พานดอกไม้ ด้ายฝ้ายขาวจากอ้อมกอดภูทับฟ้า หอบหิ้วยกลงมาจากหลังกระบะรถ ปูเสื่อตำส้มตำกิน ปั้นข้าวเหนียว อาหารพื้นบ้านอีสาน เพื่อจัดงานบายศรีสู่ขวัญให้กับ เดวิด สเตร็คฟัสส์ หรือ อาจารย์เดฟ หลังถูกมหาวิทยาลัยขอนแก่นยกเลิกสัญญาจ้าง พร้อมกับกระแสข่าวการไม่ต่อวีซ่าของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นั่นหมายความว่า ไม่ให้อยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป 

กลุ่มคนไทบ้าน “ฅนรักษ์บ้านเกิดจังหวัดเลย” ที่ต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลยย มีความสัมพันธ์กับเดวิดมาอย่างยาวนาน จากการที่เขาเป็นส่วนหนึ่งในการหนุนเสริมการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของท้องถิ่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผ่านทั้งโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาที่เขาเป็นผู้อำนวยการ และผ่านสำนักข่าว The Isaan Record ในฐานะที่ปรึกษา

โดยเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาต่างชาติได้สื่อสารเรื่องราวแห่งความทุกข์ร้อนของชาวบ้านจากสายตาของพวเขาเป็นภาษาอังกฤษ ผ่านสู่สายตาชาวโลก ซึ่งต่อมาเว็บไซต์นี้ได้ผลิตเนื้อหาเป็นภาษาไทยเพื่อผู้อ่านคนไทย

นักเรียนแลกเปลี่ยน CIEE กับ บทเรียนเหมืองทอง 

แม้โครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยน Council on International Educational Exchange (CIEE) จะปิดตัวลงไปตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนของปีที่ผ่านมา  (2563) จากพิษของไวรัสโควิด 19 

แต่เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดไประยะเวลากว่า28 ปีที่ผ่านมา CIEE ได้สร้างความทรงจำมากมายไว้กับชุมชนที่มีการต่อสู้ภาคประชาชนทั่วอีสาน โดยเฉพาะกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดจังหวัดเลย 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชาวบ้านนาหนองบง ขึ้นรถปิคอัพ มาด้วยระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร หอบหิ้วความห่วงใยผ่านพิธีสู่ขวัญ เมื่อรู้ว่า เดวิดที่เขารู้จักกำลังประสบปัญหา 

นักศึกษาแลกเปลี่ยนโครงการ CIEE ลงพื้นที่ นาหนองบง จ.เลย เพื่อเรียนรู้ปัญหาที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำ เครดิตรภาพ โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา CIEE

ที่มาของโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา CIEE

CIEE ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา นำนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนรู้ในไทย ช่วงแรกๆ ของโครงการเน้นสอนภาษาไทยให้กับนักศึกษาแลกเปลี่ยนอย่างเดียว จนปี 2537 หลัง เดวิด เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฯ จึงต้องการพัฒนาหลักสูตรให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เน้นให้นักศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสังคม การเมืองไทย วัฒนธรรม  ผ่านการลงพื้นที่ชุมชนในอีสานที่ได้รับผ่านกระทบจากการพัฒนาของรัฐ เช่น เขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี เขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

“พานักศึกษาลงพื้นที่นาหนองบงก็ทำให้เห็นว่า ชาวบ้านเดือดร้อน มีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะ แล้วชาวบ้านก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากจึงมีโอกาสที่นักศึกษาจะเข้าไปช่วยได้ในหลายๆ ด้าน” จอห์นมาร์ก​ เบลลาโด อดีตหัวหน้าฝ่ายนำนักศึกษาลงพื้นที่และล่ามแปลภาษาของ CIEE เล่าย้อนถึงช่วงเริ่มแรกในการเข้าไปในพื้นที่หน้าหนองบง ในช่วงราวปี 2550 เนื่องจากทาง CIEE ต้องการเปิดพื้นที่ใหม่ ขณะนั้นไทบ้านนาหนองลงเพิ่งเริ่มรวมกลุ่มคัดค้านเหมืองแร่ทองคำที่เข้ามาดำเนินกิจการเมื่อปี 2549 จากการที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ

จากการแนะนำของ สุวิทย์ กุหลาบวง นักพัฒนาเอกชนอีสาน จอห์นเริ่มเข้าไปในพื้นที่หนานองบงโดยที่ยังไม่ได้รู้จักใครเลย จนได้มารู้จักกับแกนนำหลายๆ คน นำมาสู่ความสัมพันธ์ที่อันแนบแน่นระหว่างนักศึกษา CIEE และชาวนาหนองบง นักศึกษาอเมริกันรุ่นแล้วรุ่นเล่าเข้าเรียนรู้ประเด็นปัญหา ผ่านการใช้ชีวิตร่วมไทบ้านนาหนองบง  ตามแนวคิด “people to people learning” หรือ “การเรียนรู้จากคนสู่คน” ที่เดวิดใช้เป็นแนวทางการจัดหลักสูตรการเรียนรู้

“ผมเห็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างนักศึกษาและชาวบ้าน เหมือนกับพื้นที่อื่นๆ แต่กับนาหนองบงจะแน่นแฟ้นเป็นพิเศษ เห็นได้จากนักศึกษาหลายคน ได้กลับเข้าพื้นที่อีกครั้ง ”

จอห์น เล่าย้อนถึงความประทับใจ ที่ได้เห็นความผูกพันระหว่างนักศึกษาต่างชาติ กับไทบ้านนาหนองบง 

โดยเป็นพื้นที่ ที่พานักศึกษามาบ่อยที่สุด นอกจากการลงมาศึกษาเรียนรู้ผลกระทบในพื้นที่แล้ว นักศึกษาในโครงการของ CIEE ยังร่วมหนุนเสริมการเคลื่อนไหวอย่างการ ร่วมรณรงค์เผยแพร่ปัญหา จัดทำรายงานด้านสิทธิ  รวบรวมข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างกัน 

สมัย ภักดิ์มี แกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดนาหนองบง และ เดวิด สเตร็คฟัสส์ อดีตผู้อำนวยการโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน CIEE ร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้านร่วมกัน

นักวิจัยรุ่นคนรักษ์บ้านเกิด

“รู้จักเดวิด ครั้งแรกตอนที่เขาให้นักศึกษาเข้ามาเก็บข้อมูลเรา ตอนนั้นเราก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องวิชาการ เราก็เล่าสิ่งที่ตาเห็นหูได้ยิน มือได้สัมผัส เปรียบเทียบความเป็นอยู่ ก่อนและหลังมีเหมืองทองคำแล้วนักศึกษาเขาจะถอดบทเรียนแล้วเรียบเรียงออกมาเป็นเอกสาร” สมัย ภักดิ์มี แกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดกล่าวถึงความสำคัญของนักศึกษาต่างชาติในโครงการ CIEE ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มเสริมงานเคลื่อนไหวตั้งแต่เริ่มออกมาเคลื่อนใหม่  

โดยเฉพาะการทำข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลจากเรื่องเล่าของไทบ้าน เรียบเรียงออกมาเป็นรายงานผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับ ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม “เสียงของคนชายขอบนาหนองบง” สมัยเห็นว่า เป็นประโยชน์อย่างมาก ชุดข้อมูลดังกล่าวถูกหยิบยกนำมาใช้ต่อสู้กับเหมืองมาโดยตลอด

นอกจากนั้นสมัยยังมองว่า การที่มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกับคนในชุมชน ยังทำให้ประเด็นปัญหาในพื้นที่ถูกจับตามองจากสังคมภายนอกมากขึ้น “เราเห็นนักศึกษาเป็นเหมือนลูกหลานที่เขาช่วยเราทำให้สังคมเริ่มจับตามองปัญหาของเรา”  สมัยกล่าว 

ฝ้ายฝ้าไทเลย บินไปขายอเมริกา 

นักศึกษาอเมริกันกว่า 10 รุ่น รวมแล้วก็หลายร้อยชีวิตที่จบหลักสูตรจากมหา’ลัยเหมืองแร่ นาหนองบงไป มีไม่น้อยที่กลับมาเยี่ยมเยือนให้กำลังใจชุมชน Becky Goncharoff อดีตนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวอเมริกัน เป็นอีกคนที่กลับมายังชุมชนนาหนองบง และยังริเริ่มโครงการที่ชื่อว่า “Radical Grandma Collective” ร่วมกับกลุ่มสตรีในชุมชน ที่เป็นกำลังหลักในต่อสู้มาโดยตลอดจนได้เคยได้รับรางวัล ‘ผู้หญิงปกป้องสิทธิชุมชนจากการทำเหมือง’ จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันสตรีสากล พ.ศ.2559

โดยการนำผ้าฝ้ายทอมือจากฝีมือคนในชุมชน ที่ต่อยอดองค์ความรู้มาตั้งแต่อดีต ผ่านผลิตจากกระบวนการดั้งเดิมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การปลูกฝ้ายแบบไร้เคมี บินไกลไปขายที่อเมริกา ผ่านเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ www.radicalgrandmacollective.com

“จะมีออเดอร์มาที่ละร้อย สองร้อยตัว เราก็จะกระจายงานให้แต่ละคนไปทำ” ระนอง กองแสน หรือ “แม่รจน์” ของเหล่านักศึกษา แกนนำสำคัญอีกคนของกลุ่มตนรักษ์บ้านเกิด แนะนำวิธีการทำงานของกลุ่มทอผ้าที่เป็นวิถีมาแต่ดั้งเดิมในชุมชนมีการทอผ้าส่งขายมาอย่างยาวนาน Radical Grandma Collective เข้ามาเป็นตัวกลาง (โดยไม่ได้เก็บค่าใช้จ่าย) ในการเปิดตลาดส่งไปขายข้ามประเทศไปยังสหรัฐฯ ส่งทางเครื่องบินไปพร้อมเรื่องราวการต่อสู้ของชุมชนแห่งนี้

ผ้าฝ้ายทอมือจากฝีมือคนในชุมชน ผลิตจากกระบวนการดั้งเดิมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การปลูกฝ้ายแบบไร้เคมี บินไกลไปขายที่อเมริกา ผ่านเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ www.radicalgrandmacollective.com

“พวกเขา (นักศึกษาแลกเปลี่ยน) มาช่วยเราได้หลายเรื่อง โครงการนี้ทำให้เรามีรายได้และมีรายได้ไปใช้ในการเคลื่อนไหวปกป้องบ้านเรา” ระนองกล่าวถึงเงินที่ได้รับจากการขายผ้าจะแบ่งในกับผู้ทอตามสัดส่วนและเก็บบางส่วนเข้าเป็นส่วนกลางใช้ในการเคลื่อนไหว อย่างเช่น ค่าน้ำมันในการเดินทางไปขึ้นศาลในคดีต่าง ๆ

การที่ CIEE ต้องปิดตัวลงทำให้แม่รจน์ รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ต้อนรับนักศึกษาต่างชาติที่รู้สึกผูกพัน และไม่มีโครงการที่ช่วยหนุนเสริมการต่อสู้ของประชาชน ไม่เฉพาะที่นาหนองบงแต่เป็นพื้นที่อื่นๆ ที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันที่มีอยู่ทั่วภาคอีสาน

 The Isaan Record กับสิทธิคนชายขอบ 

อีกอย่างที่โครงการ CIEE สร้างไว้ที่หลายคนอาจจะไม่รู้ คือ สำนักข่าว The IsaanRecord  เว็บไซต์ข่าวที่นำเสนอเรื่องราวในภาคอีสานอย่างเข้มข้น ซึ่งจุดเริ่มต้นจากการก่อตั้งของชาวต่างชาติ 2 คน คือ Lizzie Presser และ Glenn Brown แรกเริ่มเป็น Blog เล็กๆ ที่เผยแพร่บทความเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ได้พบเจอในอีสานผ่านการเรียนรู้ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

ผลงานวิจัยที่ชาวบ้านนาหนองบงร่วมเก็บข้อมูลกับนักศึกษา CIEE ภายใต้การดูแลของ เดวิด สเตร็คฟัสสต์ 

เมื่อทั้งคู่ได้เดินทางกลับสหรัฐฯ เดวิดและทีมงานได้เล็งเห็นว่า ควรจะดำเนินการเว็บไซต์ต่อ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่เรื่องราวของอีสาน และปลุกปั้นให้เป็นสำนักข่าวอย่างเต็มตัว พร้อมเพิ่มเนื้อหาภาคภาษาไทย มีนักข่าวประจำคอยรายงานข่าวเน้นไปในเรื่องสิทธิมนุษยชนในอีสาน 

“อีสานเรคคอร์ดเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสาร ทำให้คนรับรู้เรื่องราวในหมู่บ้านของเราอย่างทั่วถึงมากขึ้น”ภัทราภรณ์ แก่งจำปา หนึ่งในทีมสื่อสารของ ฅนรักษ์บ้านเกิด กล่าว ซึ่งทางกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดมีการทำสื่อตัวเองอยู่แล้ว ผ่านเพจ “เหมืองแร่เมืองเลย V.2” แต่การมีอีสานเรคคอร์ดเข้ามาช่วยสื่อสารให้ประเด็นออกไปสู่คนในวงกว้างมากขึ้น 

โดยเน้นการเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และนำเสนออย่างเจาะลึก “สื่อหลักส่วนมากจะเข้ามาทำแต่ช่วงที่มีประเด็นร้อน อย่างมีม๊อบหรือสถานการณ์เข้ามา แต่การเข้าติดตามอย่างต่อเนื่องอย่างอีสานเรคคอร์ดจะทำให้เรื่องของบ้านเราไม่เงียบ” ภัทราภรณ์ เล่าถึงความสำคัญของอีสานเรคคอร์ดกับการต่อสู้ของชุมชน

เวลากว่า 2 ชั่วโมง ของการนั่งวงล้อมกินข้าว และคำกล่าวอวยพรบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อต่อแขน ให้ เดวิด สเตร็คฟัสส์ และทีมงาน The Isaan Record ของชาวบ้านนาหนองบงและนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นกว่า 30 คน เสร็จสิ้น จะเป็นการสร้างกำลังใจและการเรียกขวัญที่หายไปของ “เดวิด” ให้กลับคืนมา แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาก็ยังไม่รู้ชะตากรรมว่า จะอยู่ในประเทศนี้ได้อีกนานแค่ไหน 

แต่สายสัมพันธ์ของนักศึกษาในโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน CIEE และชาวบ้านนาหนองบง ที่มี “อาจารย์เดฟ” เป็นสะพานเชื่อม กระทั่งนำมาสู่ชัยชนะของการหยุดเหมืองทองคำในพื้นที่ และการส่งออกผ้าฝ้ายไทเลยไปไกลถึงอเมริก ยังคงตราตรึงผ่าน ฝ้ายขาวคล้องแขนบ่ายศรีสู่ขวัญในวันนั้นอยู่ 

Scroll Up