ซีรีส์ชุดทวงคืนฝืนป่าไทรทอง (1) – จากศาลชั้นต้นถึงชั้นฎีกา โทษที่ชาวบ้านซับหวายสมควรต้องรับ ?

ผลกระทบจากนโยบายทวงคืนฝืนป่า ผลพวงจากรัฐประหารเมื่อปี 2557 แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 7 ปี แต่วันนี้ชาวบ้านซับหวาย ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ กลับต้องระทมทุกข์กับนโยบายนั้น 

พวกเขาถูกฟ้องดำเนินคดีความทั้งหมด 14 คน รวม 19 คดี และยังมีอีก 3 คน ที่ยังอยู่ในเรือนจำ หลังจากศาลฎีกาตัดสินจำคุกไม่รอลงอาญา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย ปัทมา โกเม็ด จำคุก 8 เดือน ,สมพิตร แท่นทอง จำคุก 10 เดือน 20 วัน และ สากล ประกิจ จำคุก 2 ปี 8 เดือน รวมทั้งให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการบุกรุกพื้นที่ป่ารายละนับแสนบาท

หลังการรัฐประหาร คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 64/2557 และ 66/2557 หรือ “นโยบายทวงคืนผืนป่า” เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2557 วางเป้าหมายทวงคืนพื้นที่ป่าให้เพิ่มกลับมาเป็นอย่างน้อยร้อยละ 40 หรือให้มีพื้นที่ป่ารวมไม่ต่ำกว่า 128 ล้านไร่ ภายใน 10 ปี 

แม้ตามคำสั่ง 66/2557 จะระบุว่า ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการใดๆ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ แต่ก็มีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก

จากผลของคำสั่งดังกล่าว มีการข่มขู่คุกคาม ไล่รื้อ และดำเนินคดีกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอย่างน้อย 226 ครั้ง จับกุมดำเนินคดีกับชาวบ้านในพื้นที่ป่าอย่างน้อย 168 ครั้ง มีคดีอย่างน้อย 1,003 คดี

 – ทวงคืนผืนป่าซับหวาย : มรดกรัฐประหาร ที่ยังซ้ำร้ายคนจน

ชาวบ้านซับหวายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ พวกเขาถูกไล่ให้ออกจากที่ดินบริเวณพื้นที่มีปัญหาทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติไทรทอง เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้เข้ามาหาชาวบ้านซับหวายที่กำลังทำไร่ เพื่อให้ลงชื่อยินยอมในเอกสาร แล้วบอกกับทางชาวบ้านว่า เป็นเอกสารสำหรับการยินยอมโอนบางส่วนของที่ดินให้อุทยาน แต่ในที่ดินส่วนที่เหลือก็ยังมีสิทธิ์ทำการเกษตรได้เหมือนเดิม ซึ่งชาวบ้านบางคนอ่านหนังสือไม่ออกและเซ็นยินยอม

หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2559 ชาวบ้านซับหวาย 14 คน ได้รับการประกาศให้ย้ายออกจากพื้นที่ รวมทั้งให้เก็บกู้ผลผลิตทางการเกษตร เพราะหลังจากนั้นจะตกเป็นของอุทยานฯ แต่ชาวบ้านได้ร้องคัดค้านกับหลายหน่วยงาน แต่ไม่เป็นผล

เมื่อปี 2559  ตำรวจได้ออกหมายเรียกชาวบ้านซับหวายเป็นคดีแรก กระทั่งเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2561 ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา เกือบทั้งหมดมีความผิดและต้องเสียเงินค่าปรับมีเพียง 1 รายที่รอลงอาญา

เมื่อปี 2562 ศาลอุธรณ์อ่านคำพิพากษา ทุกคดีศาลอุทธรณ์ยังตัดสินให้ชาวบ้านมีความผิดและสั่งลงโทษจำคุกในเกือบทุกคดี ยกเว้นคดีเดียวที่ยังยืนยันโทษรอลงอาญาให้แก่จำเลย คือคดีของ สมร สมจิตร แต่สิ่งที่น่าสนใจในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของแต่ละคดีนั้นมีทั้งการปรับลดโทษจำคุกลงจำนวนหนึ่งคดี รวมไปถึงการเพิ่มการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ

และเมื่อปี 2564 ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาตัดสินคดีชาวบ้านซับหวายถูกอุทยานแห่งชาติไทรทองฟ้องข้อหาบุกรุกป่าจำนวน 14 คน ประกอบด้วย 

 1.นิตยา ม่วงกลาง
คดีที่ 1 จำคุก 8 เดือน โทษจำรอลงอาญา 3 ปี ค่าปรับ 20,000 บาท
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 150,000
คดีที่ 2 จำคุก 4 เดือน โทษจำรอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 1 ปีค่าปรับ 20,000 บาท
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 40,000 บาท

2.นริศรา ม่วงกลาง รวม 2 คดี
จำคุก 9 เดือน 10 วัน โทษจำรอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี
ปรับ 40,000 บาท
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 607,161 บาท

3.สมพิตร แท่นนอก
คดีที่ 1 จำคุก 10 เดือน 10 วัน
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 100,000 บาท
คดีที่ 2 จำคุก 10 เดือน 10 วัน
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 100,000 บาท
ถูกจำคุกทั้ง 2 คดี ตั้งแต่ 11 พฤษภาคมถึงปัจจุบัน

4.สุพาพร สีสุข จำคุก 5 เดือน 10 วัน โทษจำ รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี
ค่าปรับ 20,000 บาท
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 155,000 บาท

5.สุวลี โพธิ์งาม
จำคุก 5 เดือน 10 วัน โทษจำ รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี
ค่าปรับ 20,000 บาท ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 160,000 บาท

6.สมร สมจิต
รอลงอาญาตั้งแต่ศาลชั้นต้น
ค่าปรับ 20,000 บาท
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 366,663 บาท

7.ทองปิ่น ม่วงกลาง รวม 2 คดี
จำคุก 8 เดือน โทษจำ รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี
ค่าปรับ 40,000 บาท
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 100,000 บาท รายงานตัว 6 ครั้ง

8.พุธ สุขบงกช
จำคุก 6 เดือน 20 วัน โทษจำ รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี
ค่าปรับ 40,000 บาท จำคุกแล้ว 21 วัน ทำประโยชน์แทนค่าปรับ 59 วัน
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 370,000

9.ปัทมา โกเม็ด
จำคุก 8 เดือน ตั้งแต่ 18 พฤษภาคม 2564-ปัจจุบัน
ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 200,000 บาท

10.สุนีย์ นาริน
จำคุก 5 เดือน 10 วัน โทษจำ รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี
ค่าปรับ 40,000 บาท ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 439,027 บาท รายงานตัว 6 ครั้ง

11.วันชัย อาพรแก้ว
จำคุก 6 เดือน 20 วัน โทษจำ รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี ค่าปรับ 40,000 ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 860,395 บาท

12.สีนวล พาสังข์
จำคุก 5 เดือน 10 วัน โทษจำ รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี ค่าปรับ 20,000 บาท ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 150,000 บาท รายงานตัว 6 ครั้ง

13.สุวิทย์ รัตนะโชยศรี
จำคุก 17 เดือน 10 วัน โทษจำ รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี ค่าปรับ 20,000 บาท ค่าเสียหาย (ทำให้โลกร้อน) 60,000 บาท รายงานตัว 4 ครั้ง

14 . สากล ประกิจ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ค่าเสียหาย 1,587,211 บาท ไม่รอลงอาญา 

แม้ว่าคดีความจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ยังมีชาวบ้านซับหวาย 3 คน ที่ยังอยู่ในเรือนจำ และชาวบ้านต้องหาเงินมาใช้ค่าเสียหาย (ข้อหาทำให้โลกร้อน) และต้องจ่ายค่าสินไหมปรับอีกหลายล้านบาท 

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง : 

“คำสั่งจากเบื้องบน” ทวงคืนผืนป่าชาวไร่มันสำปะหลังชัยภูมิ 15 ราย

ทวงคืนผืนป่าซับหวาย : มรดกรัฐประหาร ที่ยังซ้ำร้ายคนจน

ศาลชัยภูมิสั่งจำคุกคดีรุกป่า “ปัทมา โกเม็ด” บ้านซับหวาย โดยไม่รอลงอาญา

ภรรยา “สมพิตร แท่นทอง” ร่ำไห้ หลังจำคุก ชาว จ.ชัยภมิ โดยไม่รอลงอาญา

สุวลี โพธิ์งาม : ชะตาชีวิตหลังถูกจำคุกคดีบุกรุกป่าซับหวาย กับการตกงานจากวิกฤตโควิด-19

ขอสิทธิที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย แหล่งอาหารกลับคืนให้ชาวบ้านซับหวาย ชัยภูมิ

ภาคประชาสังคม 226 ทั่วโลก ร้องรบ.ไทยรับรองสิทธิในที่ดินชุมชนบ้านซับหวาย ชัยภูมิ

Scroll Up