เครือข่ายลุ่มน้ำชีตอนล่างจี้รัฐบาลปรับลดงบจัดการลุ่มน้ำชีปี 65 ที่สูงถึง 1.3 หมื่นล้านบาท หวั่นกระทบซ้ำคนลุ่มน้ำชี-มูล แนะสางปัญหาโขง-เลย-ชี-มูล-เดิม ให้เสร็จก่อนเดินหน้าโครงการใหม่ 

กชกร บัวล้ำล้ำ Citizen reporters of the Isaan Record เรื่อง

ร้อยเอ็ด – เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 (วานนี้) ที่ศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนลุ่มน้ำชีตอนล่าง กลุ่มเครือข่ายชาวบ้านลุ่มแม่น้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร หารือในวาระเร่งด่วนถึงเรื่องการจัดการงบประมาณรายจ่ายบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 

การหารือทางเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างได้สรุปว่า จากบทเรียนที่ผ่านมาในอดีต ทางภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยสร้างการรับรู้หรือเปิดเผยข้อมูลให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เกิดจากการสร้างเขื่อนโครงการโขง เลย ชี มูล (เดิม) ทั้งยังแก้ไขปัญหาเดิมที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและระบบนิเวศที่ค้างคาไม่เสร็จ 

จันทรา จันทาทอง กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง อ่านแถลงการณ์ที่ขอให้ทบทวนปรับลดงบประมาณและโคงการจัดการน้ำปี 2565” โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 คณะที่ 1.2 แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีถึงแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งพบว่า แผนการจัดน้ำในลุ่มน้ำชี-มูล ของบประมาณมากสุดถึง 1.3 หมื่นล้านบาท  

“งบประมาณที่มากขนาดนี้ทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตต่อการจัดตั้งงบประมาณและโครงการที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูเหมือนมีการตั้งธงไว้แล้ว แต่ชาวบ้านในพื้นที่กลับไม่เคยรับรู้ข้อมูลที่มาที่ไปของงบประมาณ”แถลงการณ์ระบุ 

จันทรา จันทาทอง กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง อ่านแถลงการณ์ที่ขอให้ทบทวนปรับลดงบประมาณและโคงการจัดการน้ำปี 2565 เครดิตภาพ กลุ่มเครือข่ายลุ่มแม่น้ำชีตอนล่าง 

ตัวแทนอ่านแถลงการณ์การอีกว่า เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธรจึงมองว่า 

1.การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่โดยเฉพาะโครงการ โขง ชี มูล (เดิม) เรามีบทเรียนว่าผลกระทบได้เกิดขึ้นจริงเมื่อมีการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำชีและก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างของชุมชนโดยตรง เมื่อโครงสร้างของชุมชนถูกทำลาย การล่มสลายจึงเกิดขึ้นกับชุมชนในทุกมิติ 

2.จะต้องมีการเปิดการเปิดเผยข้อมูลของโครงการ โดยต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโครงการอย่างครบถ้วนทั้งในด้านประโยชน์ที่จะได้รับและด้านผลกระทบทางลบให้ผู้มีส่วนได้เสียและสาธารณชนทั่วไปได้รับทราบ 

3.จะต้องศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมรายโครงการ ที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านในพื้นที่ เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม 

“เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนปรับลดงบประมาณ โครงการ ที่สูงมากและเปิดเผยรายละเอียดโครงการ เพื่อให้ประชาชนสามารตรวจสอบได้ อีกทั้งควรแก้ไขปัญหาเก่าให้แล้วเสร็จในลุ่มน้ำมูล ชี ก่อน รวมทั้งขอให้ศึกษาสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์เพื่อประเมินศักยภาพพื้นที่ว่าเหมาะสมต่อการดำเนินโครงการนั้นๆ หรือไม่ และขอให้ยุติแผนพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ อย่าง โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศ และความไม่คุ้มทุน”ใจความแถลงการณ์ระบุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *