ราษฎรสาเกตุ จ.ร้อยเอ็ด จัด Car Mob 19 กันยา ไม่เอาประยุทธ์

19 กันยา กลุ่มราษฎรสาเกตุ จ.ร้อยเอ็ด จัด Car Mob รวมพลคนไม่เอาประยุทธ์ พร้อมเหยียบโลงศพจำลองและเปิดเพลงธรณีกรรแสงส่งวิญญาณผู้นำเผด็จการ ก่อนประกาศทวงคืนอนาคตเยาวชนหลังรัฐประหาร 

อัยการ ศรีดาวงศ์ เรื่อง และ กชกร บัวล้ำล้ำ ภาพ Citizen Reporter of The Isaan Record

ร้อยเอ็ด – เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 บริเวณลานสาเกตุนคร บึงพลาญชัย กลุ่มราษฎรสาเกตุ จัดกิจกรรม “Car Mob สาเกตุทัวร์ รวมพลคนไม่เอาประยุทธ์” เพื่อแสดงจุดยืนร่วมขับไล่รัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมกับแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร 19 กันยา 2549 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะของการเมืองไทยตลอด 15 ปี 

ขบวน Car Mob สาเกตุทัวร์ได้เริ่มตั้งขบวนบริเวณลานสาเกตุนคร บึงพลาญชัยเพื่อไปยังจุดสิ้นสุดบริเวณหน้า สภ.เมืองร้อยเอ็ด ซึ่งเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เวลา 14.00 น. โดยได้เคลื่อนขบวนรอบบึงพลาญชัยและไปเลี้ยวแยกวัดสระทองเพื่อมุ่งสู่ค่าย มทบ.27 ประเสริฐสงคราม และเพื่อหนังสือแถลงการณ์ของราษฎรสาเกตุถึงมือผู้บัญชาการ มทบ.27 ณ ค่ายประเสริฐสงคราม 

เมื่อขบวนกิจกรรมเดินทางถึงหน้าประตูค่าย ได้มีทหารในชุดลายพรางพร้อมโล่ยืนประจำจุดหน้าประตู มทบ.27 พร้อมมีตัวแทนมาเจรจาว่า กิจกรรมสามารถจัดได้ แต่ผู้บัญชาการ มทบ.จะไม่ลงมารับหนังสือ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุมและมีการกดดันว่า จะยกระดับ หากไม่ลงมารับเอง ซึ่งในที่สุดผู้บัญชาการ มทบ.27 ได้ลงมารับหนังสือด้วยตนเองและขบวนจึงเคลื่อนต่อ 

ระหว่างทางแกนนำได้ปราศรัยชี้แจงว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นไปการใช้สิทธิ เสรีภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี การชุมนุมไม่ได้เป็นภัยของความมั่นคงแต่อย่างใด 

“การรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลพลเรือนของกองทัพถึง 2 ครั้งในระยะเวลา 15 ปีต่างหากที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติจริงๆ นี่ต่างหากที่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และมีสถานะเป็นกบฏล้มล้างการปกครองอันมีโทษที่คณะก่อการต้องได้รับ คือ ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต” 

“แม้จะนิรโทษกรรมล้างความผิดให้ตนเองไปแล้วก็ตาม หากประชาชนไม่เห็นพ้อง คณะรัฐประหารจะต้องได้รับการพิจารณาบนชั้นศาลในสักวันอย่างแน่นอน พร้อมทั้งประนามรัฐบาลที่บริหารวิกฤต Covid-19 ล้มเหลว และประชาชนล้มตายเป็นรัฐบาลบนกองซากศพของประชาชน”แกนนำจัดกิจกรรมปราศรัย 

เมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงถนนเทวาภิบาลได้มีกิจกรรมของกลุ่มเฟมมินิสต์ปลดแอกอีสาน มีการปราศรัยในหัวข้อการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการเรียกร้องความเท่าเทียมในการเลือกทำงานตามสาขาอาชีพ ไม่สมควรมีเพศใดถูกตัดสินว่าด้อยค่ากว่าเพศอื่นๆ ทั้งด้านเพศสภาพและเพศกำเนิด 

กิจกรรม Car Mob ครั้งนี้ยังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปที่ร่วมให้กำลังใจด้วยการบีบแตรและชูสามนิ้วและมีผู้ให้ความสนใจร่วมขบวนจำนวนมากจากหลายกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารโดยรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมไปถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคยผ่านการชุมนุมและล้อมปราบเมื่อปี 2553 

ขบวน Car Mob ได้กลับมาสิ้นสุดบริเวณหน้า สภ.เมืองร้อยเอ็ด บริเวณพื้นที่จัดกิจกรรมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ คอยอำนวยความสะดวกในการจราจรของยานพาหนะ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบนำแผงเหล็กมากั้นเพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปภายในบริเวณสถานีตำรวจ  พร้อมกับคอยบันทึกภาพผู้ร่วมชุมนุม 

ช่วงท้ายกิจกรรมผู้ร่วมชุมนุมได้ออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเหยียบโลงศพเพื่อส่งวิญญาณพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และองคาพยพ พร้อมกับเพลงธรณีกรรแสง โดยแซ็กโซโฟนจากตัวแทนจากทางกลุ่มพลังนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย ร้อยเอ็ด จากนั้นตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงได้ปราศรัยและร้องขอความเป็นธรรมให้ผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทางการเมือง 

ตัวแทนคนเสื้อแดงร้อยเอ็ดให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุการณ์มาร่วมชุมนุมในช่วงการระเบิดของโควิด -19 ว่า การขับไล่ประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนทุกคนที่จะร่วมกันรักษาระบอบการปกครองรูปแบบประชาธิปไตยจากเผด็จการ

จากนั้นตัวแทนกลุ่มฯ ได้อ่านแถลงการณ์ เรื่อง “จากรัฐประหาร 19 กันยาและ 22 พฤษภาฯ กับอนาคตของประชาชน” มีใจความว่า 15 ปีที่ผ่านมาได้มีการปล้นอำนาจประชาชนจนเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างกว้างขวาง รวมถึงยังพรากโอกาสและอนาคตของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ควรจะเป็นอนาคตของประเทศนี้ 

“พวกเราในนามราษฎรสาเกตุจะต่อสู้และทวงคืน สิทธิ เสรีภาพ ทรัพยากร คืนจากนายทุน ขุนศึก ศักดินา และจะสถาปนาอำนาจประชาชนขึ้นมาใหม่เพื่อจัดการสังคมนี้ร่วมกันผ่านเส้นทางของการขับไล่ประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน ซึ่งเป็นการยืนยันจุดมุ่งหมายคือเส้นทางที่เราจะไป”แถลงการณ์ระบุ   

จากนั้นทางตัวแทนราษฎรสาเกตุจึงประกาศยุติการชุมนุมและแยกย้ายเมื่อเวลา 17.00 น.

Scroll Up