5 ตุลาฯ 2564 วันที่ฟ้าไม่สางเสียที

ทีมงาน The Isaan Record ได้รับกล่องแห่งความทรงจำ จากทีมงานผู้จัดงานรําลึก 45 ปี 6 ตุลาฯ ภายใต้ชื่อ “5 ตุลา ตะวันจะมาเมื่อฟ้าสาง” แต่เรากลับพบว่า การแกะกล่องที่บันทึกความเจ็บปวดของเหตุการณ์ก่อนวันนองเลือดมันช่างเจ็บปวดเสียจริง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยุคนี้ที่ฟ้าไม่แจ้งเสียที 

หทัยรัตน์ พหลทัพ เรื่อง 

อติเทพ จันทร์เทศ ภาพ 

ห้วงบ่ายของวันที่ท้องฟ้าอึมครึม อันมาพร้อมกับเมฆฝนห่าใหญ่  The Isaan Record ได้รับกล่องพัสดุจากบุรุษไปรษณีย์ ผู้ไม่หวาดผวากับเสียงหมาเห่า 

“วุ๊บๆ วุ๊บๆ น้ำผึ้ง หมาตัวใหญ่ แต่ใจเสาะ” เรียกขานให้ออกมารับกล่องพัสดุ ก่อนจะกระโดดลิงโลดเหมือนเป็นผู้มีชื่ออยู่หน้ากล่องเสียเอง 

แน่แล้ว…นี่คงเป็น “กล่องแห่งความทรงจำ” ที่ทีมงานผู้จัดงานรําลึก 45 ปี 6 ตุลา เชื่อมคนเดือนตุลากับคนรุ่นใหม่ทําให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเกิดความหวังอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ “5 ตุลา ตะวันจะมาเมื่อฟ้าสาง” ส่งตรงจากเมืองกรุงฯ ในช่วงเวลาของโรคระบาดที่การส่งไปรษณีย์มีความล่าช้ากว่ากำหนด…แต่กล่องไม่มีรอยบู๊บุบ  

หะแรกผู้เขียนยังไม่กล้าแกะกล่อง เพราะมีกำหนดเดินทางไป กทม.จึงคิดว่า เผื่อได้แกะกล่องใต้เงาจันทร์ของตึกโดม ม.ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เพื่อซึมซับความเจ็บปวดของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่นั่น จึงเป็นเหตุที่แอบเก็บไว้กระทั่งถึงที่หมาย 

แต่ไม่ได้เป็นดังหวัง เพราะประตูรั้วธรรมศาสตร์ประกาศว่า “ปิด” โดยอ้างเหตุผลของการแพร่เชื้อโควิด-19

ผู้เขียนกับช่างภาพจึงอาศัยพื้นที่ด้านหน้าร้านหนังสือบริเวณประตูฝั่งท่าพระจันทร์เป็นสถานที่ซึมซับเหตุการณ์ภายในกล่อง “แห่งความทรงจำ” แทน 

ผู้เขียนค่อยๆ คลี่สิ่งของที่บรรจุภายในกล่อง พร้อมกับย้อนถามความหมายของวัตถุตรงหน้า 

ความจริงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ‘19 เป็นสิ่งที่ผู้เขียนไม่อยากจดจำเหตุการณ์หนึ่ง เพราะมันหดหู่ เจ็บปวด และรุนแรง จนไม่อยากจำ 

ในฐานะนักข่าวเคยถามตัวเองว่า ถ้าอยู่ในเหตุการณ์นั้นจะทำอย่างไร จะรายงานข่าวอย่างไร 

เพราะผู้เขียนเองคงไม่แตกต่างจากนักข่าวคนอื่นๆ ที่อาจมองว่า นักศึกษาในยุคนั้น “ไม่ใช่คนไทย” “เป็นพวกคอมมิวนิสต์” ฯลฯ 

หากเทียบกันก็คงไม่แตกต่างจากการมองนักศึกษาในยุคนี้ว่า เป็นพวกชังชาติ ล้มเจ้า ไม่รักสถาบัน ไม่รักแผ่นดิน ฯลฯ 

เป็นเหตุผลที่ทำให้นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวในยุค 2021 อย่าง ไผ่ ดาวดิน, เพนกวิน, ไมค์ ระยอง รวมถึงนักศึกษาที่เคลื่อนไหวในอีสานหลายคนถูกจับขังคุกอย่างไร้สิทธิการประกันตัว 

บรรยากาศของการถูกจองจำผู้คนที่เห็นต่าง การใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมชนบนท้องถนนในยุคที่ผู้ปกครองมาจากการเลือกต้ังของประชาชนจึงย้อนแย้งกับการสร้างความเป็นประชาธิปไตยในสายตาของนานาชาติและผู้คน ซึ่งเป็นบรรยากาศของเดือนตุลาฯ ที่ฟ้าไม่สางเสียที 

แต่ยังเคราะห์ดีที่เหตุการณ์เดือนตุลาคมปี 2564 ยังไม่รุนแรงถึงขั้นการตอกลิ่มลงอกของนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็สร้างความเจ็บปวดในเฉดที่ต่างออกไป

แปรงและกล่องแป้งเปียก สำหรับการติดโปสเตอร์ของนักกิจกรรมก่อนจะชนวนบานปลายให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ถูกจัดไว้ด้านบนกล่อง

ภาพนิ่งทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19 ที่สีเปลี่ยนไปตามกาลเวลาถูกบรรจุในซองเก่าเกลอะ ข้างๆ กันมีบุหรี่แบบมวนเองพร้อมกล่องไว้ขีดไฟ

สิ่งของพร้อมซองจดหมายภายในกล่องแห่งความทรงจำถูกวางเรียงบนพื้นด้านหน้าร้านหนังสือ มธ.ฝั่งประตูท่าพระจันทร์ 

ผู้เขียนดูสิ่งของภายในกล่องแห่งความทรงจำครบหมดทุกชิ้นแล้วจึงค่อยๆ เก็บกลับเข้าไปในกล่องเหมือนเดิม เพื่อให้กล่องใบนี้อยู่ในกาลเวลาที่ไม่อยากรื้อฟื้นขึ้นมา โดยได้แต่หวังว่า เหตุการณ์อันน่าเศร้า….หดหู่เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในสังคมไทยอีก 


ป.ล.ขณะนี้กล่องแห่งความทรงจำหมดเกลี้ยง ใครสนใจข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อน 6 ตุลาภายใต้คอนเซ็ปต์ “สัปดาห์ฟ้าสาง” โปรดดูข้อมูลจากเพจ บันทึก 6 ตุลา – Documentation of Oct 6

Scroll Up