ปล่อยหนุ่มบ้านสะพือ จ.อุบลฯ ทำลายป้าย ร.10 แล้ว

ปล่อยหนุ่มบ้านสะพือ จ.อุบลฯ ทำลายป้าย ร.10 แล้ว โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว ตำรวจระบุไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เจ้าตัวเผยก่อนก่อเหตุเกิดอาการหูแว่ว เหตุมีอาการทางจิตหลังถูกเกณฑ์ทหาร

.อุบลราชธานี – หลังจากเกิดเหตุมีผู้ทำลายป้าย ร.10 อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานีได้รับความเสียหายจำนวน 4 จุด เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุเป็นชายชื่อ “แต้ม” เป็นอดีตทหารเกณฑ์ ชาวบ้านสะพือ อ.ตระการพืชผลและควบคุมตัวไว้ สภ.ตระการพืชผล .ช่วงเช้าวันนี้ (8 พฤศจิกายน 2564) “วิศรุต” นักกิจกรรมกลุ่มอุบลปลดแอกและนักวิชาการจาก ม.อุบล พร้อมทนายความได้รอการส่งตัวจาก สภ.ตระการพืชผลเพื่อขอฝากขังที่ศาลแขวงอุบลราชธานี

เมื่อผู้ต้องหาเดินทางถึงศาลแล้ว ศาลพิจารณาไม่รับฝากขัง โดยศาลให้อัยการแจ้งข้อหาจากการทำลายทรัพย์สินเป็นความคิดตามมาตรา 112 โดยเวลา 15.30 น.ที่ผ่านมาทีมทนายความอยู่ระหว่างการรอว่า ผู้ต้องหาจะได้รับประกันตัวหรือไม่

ขณะที่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พูดคุยกับแม่ผู้ต้องหาได้ข้อมูลว่า แต้มมีอาการทางจิตหลังปลดประจำการทหารเกณฑ์จากกองทัพเรือ ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งให้การรักษาผู้ป่วยจิตเวช โดยหมอให้ทานยาตลอด และมีบัตรผู้พิการ (ทางจิต) ก่อนเกิดเหตุ แต้มได้บอกกับพ่อแม่ว่าจะไปสมัครงาน จนเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ตำรวจได้ให้คนในหมู่บ้านมาบอกว่าลูกชายถูกจับ ด้านแม่เองก็ป่วย มีโรคประจำตัวหลายโรค

วัฒนา จันทศิลป์ ทนายความผู้ต้องหา เปิดเผยว่า แต้มให้การว่า ขณะก่อเหตุเขามีอาการหูแว่ว ได้ยินเสียงสั่งการมาจากเบื้องบนให้เขาทำลายป้ายที่เห็น เขาจึงทำไปโดยไม่รู้สึกตัวว่าเป็นป้ายอะไร แต่เมื่อขี่รถกลับบ้านได้ไตร่ตรองทบทวนจึงรู้ตัว และเข้าไปเล่าให้แม่ฟังด้วยความเสียใจ ก่อนออกจากบ้านมาอีกครั้งเพื่อไปเอาบัตรประชาชนที่หาย กระทั่งถูกตำรวจจับ

“แต้ม” เซ็นเอกสารที่ สภ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ก่อนได้รับการประกันตัวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เครดิตภาพ : วิศรุต

แต้มยังให้การถึงอาการป่วยว่า เกิดขึ้นหลังจากการเกณฑ์ทหารเกณฑ์ เมื่อปลดประจำการแล้ว ต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์ ปัจจุบันยังต้องไปพบหมอและกินยาตลอด โดยมีบัตรผู้พิการประเภท 4 เขารู้ตัวเองว่า ถ้าไม่กินยาจะมีอาการก้าวร้าว บางครั้งเข้าใจว่า ตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 16 แต่เนื่องจากกินยาแล้วง่วง ทำให้เขาไม่อยากกินยา

ทนายความ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้นำส่งบัตรผู้พิการ และยาที่เขาทานเป็นประจำเป็นหลักฐานเข้าไปในสำนวนการสอบสวนด้วย และในส่วนของแม่กับผู้ใหญ่บ้านก็ให้ปากคำเรื่องอาการป่วยและการรักษาของแต้ม โดยถ้าทานยาจะเป็นคนสุภาพ พูดจาโต้ตอบดี ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ทำงานในไร่ได้ ถ้าไม่ได้ทานยา จะมีอาการหงุดหงิด ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง

ต่อมาเวลา 16.00 น.ตำรวจได้นำตัว “แต้ม” พร้อมกับแม่มาจากศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อมาทำเรื่องประกันตัวที่ สภ.ตระการพืชผล ซึ่งในรางานประจำวันเกี่ยวกับคดีระบุว่า แต้มไม่มีพฤติกรรมจะหลบหนีหรือยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน จึงได้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัว