การพาชมนิทรรศการ A Minor History จัดแสดงโดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เดินทางมาถึงตอนที่ 3 ที่ผู้เขียน กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ อธิบายความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ ที่แฝงไว้ในหนังของอภิชาติและตัวละครต่างๆ ได้อย่างเห็นภาพ 

กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ เรื่อง 

เมื่อเรากลับมามองที่ฉากท้องพระโรงที่ว่างเปล่า เราจะพบว่า แสงไฟจะฉายทุกครั้งเมื่อมีเสียงของวัตถุกระแทก และนกพิราบบินหนีเอาชีวิตรอด ความน่าสนใจ คือ วิดีโอจอตั้งถูกจัดวางประจันหน้ากับราชบัลลังก์ จุดที่เราจะดูวิดิโอจอตั้งและเห็นวิดีโอจอนอนสองจอที่ดีที่สุดก็คือจุดที่แสงไฟสีส้มส่องลงมาทุกครั้งเมื่อมีเสียงทุบ จุดที่ตั้งของราชบัลลังก์ จุดนี้เองอาจเป็นจุดเดียวกันกับที่เก่งบอกกับป้าเจนใน Cemetery of Splendor (2015) ว่าเป็นจุดที่เห็นความอุมดมสมบูรณ์ของอาณาจักรนี้ แต่ป้าเจนกลับบอกว่า “ตอนเนี่ย พี่เห็นทุกอย่างชัดมากเลยอ่ะอิฐ ศูนย์กลางของอาณาจักร นอกจากทุ่งนาแล้วอ่ะ มันไม่มีอะไรเลย” 

อ่านเพิ่มเติม

A Minor History: ท้องพระโรงที่ว่างเปล่ากับผีที่หายไปในความมืด (1)

A Minor History: ท้องพระโรงที่ว่างเปล่ากับผีที่หายไปในความมืด (2)

การที่ป้าเจนตั้งคำถามกับท้องฟ้าก่อนจะหลับลงอีกครั้งจึงเป็นเหมือนการตั้งคำถามกับอำนาจอธิบปัตย์หรืออำนาจจากสวรรค์  ความเป็นเจ้า/กษัตริย์ครอบครองอำนาจอธิปปัตย์ด้วยตำแหน่งที่ขึ้นกับสถานที่ และไม่ขึ้นกับเวลา1 ต่างกับการบูชาแถนในสังคมชนพื้นเมือง โดยที่ลักษณะของอำนาจอธิปปัตย์ที่พบในระบอบกษัตริย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ จุดกำเนิดของอำนาจอธิปปัตย์จะอยู่นอกจากสังคม (กษัตริย์แปลกหน้าที่มาจากที่อื่น เช่น ระบอบกษัตริย์จากอินเดียที่เข้ามาในอุษาคเนย์) และไม่ผูกกับกฎหรือศีลธรรมที่ธรรมดา (เช่น มีกฎมณเฑียรบาล) เมื่อกษัตริย์ปรากฏจะถือว่าเป็นการบริหารอำนาจของกษัตริย์ อำนาจอธิปปัตย์จะมีเหนือชีวิต ความเป็นความตาย และทรัพย์สมบัติของผู้ใต้ปกครอง โดยที่การปรากฏตัวของกษัตริย์จะมีอย่างจำกัดมาก

เครดิรภาพ :  สุภัทรา ศรีทองคำ และ สุทิวัส คุ้มภัย ©มูลนิธิ 100 ต้นสน, พ.ศ. 2564

อธิปปัตย์กับประชาชน 

ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจอธิปปัตย์และประชาชน คือ คู่ขัดแย้งและสงคราม ซึ่งในทางตรงกันข้ามกลับส่งเสริมให้กษัตริย์มีสถานะอมตะ เหนือโลก และเหนือมนุษย์ เช่น การมีข้อต้องห้ามที่ทำให้กษัตริย์เป็นอมตะ หรือทำให้กษัตริย์ต้องอยู่ในพื้นที่เฉพาะ เช่น วัง ซึ่งทำให้กษัตริย์มีสถานะที่ไม่อาจพบเจอได้ง่ายๆ วังจึงกลายเป็นเหมือนสวรรค์จำลองที่ความเป็นความตายของกษัตริย์ถูกเลื่อนประวิงออกไป1

ความขัดแย้งระหว่างอำนาจอธิปปัตย์และประชาชนจึงไม่ต่างอะไรจากความขัดแย้งระหว่างครุฑและนาค หากนาคอาจกินความไปถึงความสัมพันธ์และเวลาในแนวระนาบของสรรพสิ่งที่ต่อต้านสิ่งที่เป็นลำดับชั้น ท้องพระโรงที่ว่างเปล่าแสดงถึงความล่อนจ้อนของกษัตริย์และอำนาจอธิปปัตย์ กษัตริย์ที่ต้องบริหารอำนาจด้วยการปรากฎตัว แต่ทุกครั้งที่ปรากฎก็จะลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นการเปิดเผยความเป็นมนุษย์ของกษัตริย์ กษัตริย์จึงต้องปรากฎเท่าที่จำเป็น และเผยความเป็นมนุษย์เท่าที่จะมีประโยชน์ในการรักษาสถานะ 

ความเปราะบางและว่างเปล่าของระบอบกษัตริย์ศักดิ์สิทธิ์สังเกตได้จากที่กษัตริย์มีสองร่าง แม้ร่างแรกจะตายได้เพราะถือเป็นร่างธรรมชาติ แต่ร่างทางการเมืองกลับเป็นอมตะ (non moritur)  นี่จึงอาจหมายถึงความเจ็บป่วยของผู้คนในเขตร้อนชื้น2 หรือในภูมิภาคอุษาคเนย์ที่ระบอบกษัตริย์ศักดิ์สิทธิ์ถูกบรรจงสถาปนาอำนาจอย่างแข็งแกร่งผ่านกรอบคิดพุทธ-พราหมณ์-ผี พื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่เปิด มีธรรมเนียมพื้นถิ่นที่ต่อต้านกับระเบียบอันมีลำดับชั้นและพิธีกรรมของรัฐไทย การบูชาผีและโครงสร้างทางสังคมที่หญิงเป็นใหญ่ ค่อยๆถูกกดทับด้วยระบบความคิดแบบชายเป็นใหญ่ผ่านพุทธศาสนาจากส่วนกลาง และรุนแรงเข้มข้นในช่วงรัชการที่ 5 (ค.ศ. 1868–1910)3 การเข้ามาของศาสนาพุทธจากส่วนกลางได้เข้ามาแทรกซึมและเข้ากันได้ดีกับการบูชาผีแบบมีลำดับชั้น แต่การบูชาผีบรรพบุรุษ (immanent animism) ก็ยังคงอยู่

เครดิรภาพ :  สุภัทรา ศรีทองคำ และ สุทิวัส คุ้มภัย ©มูลนิธิ 100 ต้นสน, พ.ศ. 2564

A Trace of Thunder

วิดีโอสามจอจึงประหนึ่งเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ท้องพระโรงเหมือนในชุดภาพ Insomnia Series ที่ถูกนำมาจัดแสดงใน A Trace of Thunder (2021) เปลวไฟที่กำลังลุกไหม้เหมือนความรุนแรงที่เกิดขึ้นแต่ไม่ถูกรับรู้ว่ามีอยู่จริง ถูกซ่อนไว้ภายใต้จอและแสงจากเครื่องฉาย เช่นเดียวกับเปลวไฟที่ถูกกั้นด้วยกระจกใน Blue (2018) เปลวไฟที่ในทฤษฎีจิตวิเคราะห์แบบฟรอยด์เชื่อว่า ดวงไฟเป็นสัญลักษณ์ทางเพศ เขาเชื่อว่าอุณหภูมิความร้อนจากไฟจะกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ เขายังบอกอีกว่าลักษณะของเปลวไฟคล้ายกับองคชาต4 เปลวไฟของชายเป็นใหญ่ อำนาจของกษัตริย์ที่หลุดออกจากโลก และอำนาจอธิปปัตย์ที่ไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา จึงคล้ายกับไมค์โครโฟนในห้องบันทึกเสียงที่ว่างเปล่า หรืออาจจะเป็นห้องกระจายสัญญาณละครวิทยุ ไมค์โครโฟนที่เหมือนกับเปลวไฟ เหมือนเกียร์รถยนต์ใน Blissfully Yours (2002) เหมือนปลาดุกใน Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives (2010) เหมือนสัตว์ประหลาดในบึงแก่นนครใน Cemetery of Splendor (2015) เปลวไฟที่เพิ่งสร้างว่าเหมือนองคชาตที่ขาดหายไป เปลวไฟที่ถูกเพศชายควบคุมอำนาจไว้เพียงผู้เดียว เพศชายผู้เก็บกุมอำนาจของการเล่าเรื่อง เรื่องเล่าที่ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์จากต่างแดน 

นิทรรศการ A Minor History (2021) เสนอให้เราฟังและสัมผัสเรื่องราวของคนธรรมดาสามัญ ความฝันของป้าเจน ความฝันของพ่อของปอ หรือ กุลธิดา กระจ่างกุล5 ความฝันของใครสักคนที่ฝันถึงหมอลำแบงค์ถูกทุบศรีษะในสังเวียนมวยที่อยุติธรรม หรือความฝันของผู้ชายหรือผู้หญิงเล่าเรื่องจากนักกู้ภัยชาวมุกดาหาร ผู้เก็บศพสหายภูชนะและสหายกาสะลอง ความฝันจึงเป็นพื้นที่ของความเป็นชุมชน ไม่มีใบหน้าค่าตา ไม่มีเพศ ก้าวพ้นอัตลักษณ์และเพศสภาพ ก้าวพ้นการยึดโยงที่ศูนย์กลางหรือการได้รับการยอมรับจากรัฐ ความฝันจึงเป็นความปรารถนาที่ไม่เชื่อง เหมือนม้าที่ดิ้นหลุดจากบังเหียน เหมือนควายที่ดิ้นหลุดจากเชือก ความฝันจึงต่อต้านปมอิดิปัส ปมที่เชื่อว่าผู้ชายจะเลียนแบบพ่อ และผู้หญิงจะเลียนแบบแม่เพราะคิดว่า องคชาต คือ สิ่งที่ขาดหายไป

เครดิรภาพ :  สุภัทรา ศรีทองคำ และ สุทิวัส คุ้มภัย ©มูลนิธิ 100 ต้นสน, พ.ศ. 2564

ความสัมพันธ์แบบเจ้า/ทาสเป็นคำสาป 

นิทรรศการ A Minor History (2021) ย้ำเตือนว่า ความสัมพันธ์แบบเจ้า/ทาสในภูมิภาคอุษาคเนย์อาจเป็นเหมือนคำสาป เป็นเหมือนความป่วยไข้ในเขตร้อนชื้น เป็นเหมือนโรคผิวหนังของรัฐประชาชาติหลังปลดแอกจากอาณานิคม (จำแลง) เป็นเหมือนปอบที่ส่งทอดทางสายเลือดหญิงสาว เป็นเหมือนกล้วยไม้เรืองแสงที่เกาะอาศัยต้นไม้ใหญ่ แต่ความสัมพันธ์แบบเจ้า/ทาสก็ถูกปะทะท้าทายอยู่ตลอดเวลาของเส้นทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เป็นเส้นตรง เวลาที่ไม่ได้เป็นเป็นเนื้อเดียวกัน (homogenous) กับเวลาของชาติ เวลาแบบอาณานิคมนี้เองที่ปิดบังเวลาอีกแบบ ปกปิดความจริงและการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งที่แตกต่างหลากหลาย (temporal heterogeneity)6 เวลาของคนตัวเล็กตัวน้อยจึงไม่อาจผสมกลมกลืนและคัดง้างกับเวลาของโลกสมัยใหม่อยู่ตลอดเวลา ดังเรื่องเล่าของป้าเจนที่พูดถึงแมวของเธอ หรือเรื่องเล่าของโต้งว่า บันทึกเบอร์โทรศัพท์ผิด ใน Night Colonies (2021) ประวัติศาสตร์เล็กน้อยจากเสียงคลื่นแทรกเหล่านี้จึงเป็นปรปักษ์กับเรื่องเล่าของผู้ยิ่งใหญ่สืบเชื้อสายจากฟากฟ้าในแบบเรียน

พญานาคและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์

พญานาคและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ก็ตายได้ การเสื่อมยศเสื่อมลาภเป็นเรื่องปกติ เมื่อเจอเขื่อนจากจีนและทุนนิยมจากโลกาภิวัฒน์ที่เปลี่ยนแปรระบบนิเวศน์ของแม่น้ำโขงไม่เพียงแค่ในเชิงชีววิทยา พญานาคที่เคยดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ของปลาก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป การบูชาพญานาคเปลี่ยนเป็นการขอหวยแทนการขอปลา ไม่ต่างจากแรงงานพลัดถิ่นชาวอีสานที่ตั้งศาลเจ้ากับต้นไม้ในเมืองหลวง แทนที่จะใช้บทสวดบาลีแบบดั้งเดิม พวกเขาก็ใช้ธูปเทียน กาแฟสำเร็จรูป น้ำอัดลม และผลไม้ พวกเขาขอให้ได้ราคายางพาราที่ดีในปีนี้ หรือขอให้ได้งานทำ ในภูมิภาคแม่น้ำโขง การปะทะสังสรรค์ของวิญญาณเป็นทั้งเหตุและผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศน์ เช่น เจ้าของแม่น้ำอ้างสิทธิ์ในการสร้างเขื่อน และพญานาคก็ได้รับผลกระทบโดยตรง “ความเป็นเจ้า” เป็นหนึ่งผู้เล่นในระบบนิเวศน์ของแม่น้ำโขงที่แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ มิใช่เพียงแค่ถูกด้วยอธิบายด้วยกรอบคิดทางวัฒนธรรม7

การแปรเปลี่ยนของกระแสน้ำทำให้เกิดวิกฤตของอำนาจอธิปปัตย์และตำแหน่งแห่งที่ของมัน เจ้าของที่พื้นที่หนึ่งๆ พบว่า ตนเองไม่สามารถปรับตัวกับการเสื่อมสลายของที่อยู่ของตนได้ พื้นที่จึงได้ขับไล่อำนาจศักดิ์สิทธิ์และความเป็นเจ้าออกไป ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ ไกลออกไปได้รับอำนาจมากขึ้น เช่น ผู้คุมเขื่อนที่ปรับกระแสน้ำได้ เจ้าของแม่น้ำฝั่งลาวผู้อนุญาตให้สร้างเขื่อน การกร่อนเซาะจึงมิใช่การทำลายล้างดินแดน หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวและยักย้ายถ่ายเท อำนาจจึงไม่ได้ถูกลบไปจากโลก หากแต่ย้ายตำแหน่งแห่งที่7

ดังนั้นเงื้อมเงาที่ครอบงำแม่น้ำโขง เงาที่เป็นไปได้ทั้งพระผู้ไถ่และผู้ประทานพรโลกาวินาศน์จากอำนาจแดนไกล เช่น เขื่อน จีน ทุนต่างชาติ และเทพใหม่ๆ เงาเหล่านี้ย้ำเตือนถึงสภาวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การจะย้อนหาต้นกำเนิดของสถานที่ที่มาของเงื้อมเงาก็เป็นไปไม่ได้ แต่นี่มิใช่จุดจบของความพยายาม เราต้องอยู่กับสิ่งที่ไม่อาจรู้ได้ (unknowns) พยายามจะควบคุมมัน และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แม้ว่ามันจะพยายามดิ้นหลุดจากการควบคุมของเราอยู่เสมอ7

A Trace of Thunder (2021) ก็เหมือนกับสายน้ำกระแสธารทางความคิด หากแต่ท้าทายแนวคิด “กระแสธารทางความคิด” ที่ได้รับอิทธิพลจากจิตวิทยาสมัยใหม่ ซึ่งแพร่หลายในปลายศตวรรษที่ 19 หลังจากการสิ้นสุดของยุคสมัยวิคตอเรียนในปี ค.ศ. 19018 ในจอตั้งข้อความและความฝันของใครคนใดคนหนึ่งกลับไหลต้านแรงโน้มถ่วง กระแสความคิดของอภิชาติพงศ์ที่รวมกับเมฆ’ครึ่งฟ้า จึงเป็นการทำลายแนวคิดแบบสมัยใหม่ที่เน้นย้ำถึงความปัจเจค/จิตนิยม/วัตถุนิยม การร่วมงานของอภิชาติพงศ์กับศิลปินพื้นบ้านและคนธรรมดาชี้ให้เห็นความเป็นชุมชนของเรื่องเล่ากระจ้อยร่อยยิบย่อยสัมมะปิที่แตกกระจัดกระจายสะทกสะท้อนตามเหลื่อมมุมของห้องหับ เหมือนพลุและดวงไฟจากพญานาคที่เย้ยฟ้า 

เครดิรภาพ :  สุภัทรา ศรีทองคำ และ สุทิวัส คุ้มภัย ©มูลนิธิ 100 ต้นสน, พ.ศ. 2564

การหลับในใน Cemetery of Splendor 

แม้ว่าเพลงชาติจะดังขึ้นอีกครั้ง เสียงดัง “ปัง” จะกึกก้องอยู่ในหัวและความทรงจำ หุ่นนกพิราบที่ประกอบขึ้นจากหลอดไฟหลากสีในงานวัดแบบเดียวกับหลอดไฟช่วยนอนหลับใน Cemetery of Splendor (2015) จะหมุนวนเหมือนกังหันน้ำชัยพัฒนาและพัดลมที่ช่วยคลายร้อนในวันที่ร้อนจนเงี่ยน หรือเสียงกระแสน้ำโขงในช่วงเย็นหรือเช้าไหลเอื่อยชวนพักผ่อน แต่การหลับลงอีกครั้งมิได้เป็นวัฏจักรเวรกรรมที่อยู่กับที่ หากแต่ทุกครั้งที่มีเสียงดังของความรุนแรง พระราชาออกแสดงเพื่อยืนยันในอำนาจนำ เราปรับเปลี่ยนและเรียนรู้การต่อต้านอยู่เสมอ ทั้งการสู้อย่างตรงไปตรงมาและการสู้ในความฝันชวนเชื่อ สู้ทั้งตอนหลับและตอนตื่น คนอีกรุ่นเรียนรู้การต่อสู้ของคนอีกรุ่น เรานอนเพื่อตื่นและตื่นเพื่อจะนอนลงอีกครั้ง สถานะเจ้า/ทาสที่อาจเป็นคำสาปก็พร้อมจะถูกท้าทายอยู่ตลอดเวลา เจ้ามิได้เป็นเจ้าตลอดไป และทาสก็มิได้เป็นทาสตลอดไป 

“มันจะมีภูเขาอิฐแตกยอดขึ้นมา เหมือนกับต้นไม้ ใบไม้ผลิใบ สูงทะลุเสียดฟ้า ขึ้นรับแสงแดด เห็นอยู่ไกลลิบมากเลย ดูน่ากลัว น่ายำเกรง ดูเหมือนว่าเป็นมวลชีวิตที่ไร้มลทินอ่ะ ดูเหมือนว่าเป็นมืออ่อนของเด็กวัยเยาว์ ก่อนจากไป กำแพงก็บวมปรับรูปร่าง เหมือนรู้ว่าถ้ามันล้มลงจะได้ภาพที่อัศจรรย์มากๆเลย” 

โต้ง (ศักดิ์ดา แก้วบัวดี), รักที่ขอนแก่น (2015)

“สัตว์ใหญ่กำลังตาย มันจะทำลายทุกสิ่งราบเป็นหน้ากลอง”

สุรชัย, A Minor History (2021)

ดังคำบรรยายจากภาพฟิล์มเนกาทีฟที่ถูกจัดวางไว้ด้านหลังสถานที่จัดรายการพอดแคสต์ “ปฏิกิริยา” อันเป็นภาพ Primates’ Memories และ Mr. Electrico (สำหรับ Ray Bradbury) (2014) ความทรงจำของไพรเมต ความทรงจำก่อนการมีภาษา ความทรงจำของสังคมก่อนมีรัฐ ความทรงจำของก่อนการมีกษัตริย์และอำนาจอธิปปัตย์ที่สถิตสถาพร ความทรงจำของความรุนแรงและความสุขดำรงอยู่ด้วยกัน อภิชาติพงศ์เล่าถึงงานวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ที่บอกว่าแสงสีช่วยกระตุ้นความทรงจำได้ เขาเชื่อมโยงไปถึงความทรงจำของ Ray Bradbury นักเขียนชาวอเมริกันแนวแฟนตาซีและนิยายวิทยาศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1932 (ขวบปีแห่งการอภิวัฒน์สยาม) เรย์ในวัยเด็กได้ไปพบกับ Mr. Electrico  นักแสดงในโรงละครสัตว์ผู้สามารถทนกระแสไฟฟ้าได้ห้าหมื่นโวลต์ 

ชายผู้นั้นกล่าวกับเรย์ว่า “คุณคือเพื่อนของผมที่ตายในอ้อมแขนเมื่อ 14 ปีที่แล้ว (เพื่อนของเรย์เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1)” ชายผู้นั้นกระซิบบอกเรย์ว่า “คุณจงมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ” และชายผู้นั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เรย์เขียนนิยายเรื่อยมา9 ราวกับว่ากระแสไฟฟ้าได้ปลุกผีในตัวเรย์ขึ้น เหมือนไฟฟ้าที่ผ่าลงบนโกศเก็บกระดูกใน Phantoms of Nabua (2009) เหมือนคลื่นอินเทอร์เน็ตที่ถ่ายทอดรายการพอดแคสต์ “ปฏิกิริยา” เหมือนแสงไฟจากหลอดนีออนสีขาวที่เพิ่มอุณหภูมิและลวงล่อให้แมลงนานาชนิดมาชุมนุมใน Night Colonies (2021)

A Minor History (2021) ได้ชี้ให้เห็นว่า มรดกอาณานิคมที่แสร้งว่าเป็นสิ่งสวยสดงดงาม เป็นธรรมชาติ เป็นเหตุเป็นผล กลับเป็นการปกปิดมิให้เราเห็นถึงความจริงอีกแบบ ความจริงของการกดขี่ฆ่าล้างคนพื้นถิ่น การทำลายสายสัมพันธ์ในแนวระนาบ และการก่อสงครามอันไม่จบสิ้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถาพรด้วยตำแหน่งซุกซ่อนความจริงอีกแบบว่าตนเองนั้นเปลือยเปล่า และลวงล่อให้เราไม่รู้สึกรู้สาต่อความเจ็บปวดของสรรพสิ่งราวกับเป็น “สุนทรียศาสตร์แห่งความด้านชา10A Minor History ต่อต้านกระแสธารความคิดสมัยใหม่ ที่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของตนเอง ปลีกวิเวกเพื่อค้นหาสารัตถะหรือแก่นแท้ของชีวิต ผลงานอภิชาติพงศ์ต่อต้านการเก็บงำความจริงไว้แต่เพียงผู้เดียวหรือสถาปนาสารัตถะที่ตายตัว โดยมิได้บอกว่าความจริงเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่หรือเป็นเพียงสิ่งประกอบสร้างโดยมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ ในทางตรงกันข้าม อภิชาติพงศ์ชี้ให้เห็นว่าความจริงมีอยู่ หากแต่เปนความจริงอีกชุดกับที่ชนขั้นนำสถาปนา พร้อมๆ กันยังเสนอให้เห็นการระเบิดแตกกระจายของอำนาจความรู้/สารัตถะออกเป็นส่วนเสี้ยวกระจ่อยร่อย ประวัติศาสตรเล็กน้อยสำมะปินี่เองที่คัดง้างเรื่องเล่าของเจ้าอาณานิคมผู้จำอวดว่าตนยิ่งใหญ่เหนือใครทั้งปวง

นอกจากนี้การเล่นกับภาษาและสัญญะในผลงานของ มิใช่เพียงแค่การเลี้ยวหันกลับไปหาภาษา/ตัวอักษร หรือจิตวิทยาเชิงบวกแบบฟรอยด์ หากแต่เป็นการย้อนกลับไปใคร่ครวญถึงระดับภววิทยาที่อัตลักษณ์ซึ่งหลั่งไหลไม่มีหยุดนิ่ง เป็นการทำลายและสร้างขึ้นใหม่ตลอดเวลา เป็นการผุพังย่อยสลายเพื่อเกิดใหม่ และเป็นการหลับเพื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง

อภิชาติพงศ์ฉายให้เห็นผีศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้รูปร่างหรือกระทั่งล่องหนและผีปุธุชนที่เป็นเนื้อเป็นตัวมีเลือดมีเนื้อ การฉายให้เห็นลำดับชั้นของผีเผยพื้นที่และเวลาของความจริงอีกแบบว่า เปลวไฟแห่งการเล่าเรื่องมิได้เป็นของชนชั้นนำอย่างที่เขาหลอกลวง การช่วงชิงอำนาจของไฟโดยโพรมีธีอุส หรืออำนาจของการเล่าเรื่องจากมือของชนชั้นนำเป็นเรื่องที่จำเป็น ไฟนั้นดวงนั้นและอำนาจนำของการสร้างความรุนแรงอยู่ที่ใด การสืบเสาะจุดกำเนิดและอำนาจของการเล่าเรื่องอาจไม่ใช่เรื่องง่าย นิทรรศการย้ำเตือนว่า ความพยายามของการช่วงชิงเรื่องเล่าไม่เคยเสียเปล่า ความตายของสิ่งหนึ่งก่อกำเนิดชีวิตใหม่ ไฟแห่งเรื่องเล่าของคนตัวเล็กตัวน้อยถูกส่งทอดถึงกัน และจะเป็นเช่นนั้นต่อไป แม้จะมีใครพยายามดับมันลงก็ตาม 

อ้างอิง

  1. David Graeber. Marshall Sahlins (2017). On Kings
  2. Masato Fukushima (2017). Sick Bodies and the Political Body: The Political Theology of Apichatpong Weerasethakul’s Cemetery of Splendor
  3. David Teh (2011). Itinerant Cinema: The Social Surrealism of Apichatpong Weerasethakul. Third Text, Vol. 25, Issue 5, September, 2011, 595–609
  4. Benjamin Sadock. Virginia Sadock. Kaplan and Sadock’s Synopsis of Psychiatry: Behavioral Sciences/Clinical Psychiatry
  5. ศิลปินชาวขอนแก่นผู้ตั้งคำถามกับระบบสังคมที่ชายเป็นใหญ่ กุลธิดายังเป็นนักเคลื่อนไหว โดยต่อสู้ร่วมกับกลุ่มประชาธิปไตยเช่นกลุ่มขอนแก่นพอกันที กลุ่มราษฎรขอนแก่น กลุ่มราษฎร โขง ชี มูล (สามัญชน) และกลุ่มอื่นๆ ล่าสุดเธอถูกออกหมายเรียกข้อหาใช้สีสเปรย์ฉีดพ่นโล่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจและคำปราศรัยเกี่ยวกับหมู่บ้านบางกลอย 
  6. Lim, Bliss Cua (2009), Translating Time: Cinema, the Fantastic, and Temporal Critique, Durham, NC: Duke University Press.
  7. Andrew Alan Johnson (2020). Mekong Dreaming: Life and Death Along a Changing River
  8. Weam Majeed Alkhafaji. Sajedeh Asna’ashari. (2018). Stream of Consciousness Technique: Psychological Perspectives and Use in Modern Novel
  9. Apichatpong Weerasethakul (2014). Fireworks (Archives) http://www.kickthemachine.com/page80/page22/page33/index.html
  10. Graiwoot Chulphongsathorn (2021). Apichatpong Weerasethakul’s planetary cinema

หมายเหตุ: The Isaan Record ยินดีรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยความคิดเห็นที่แสดงบนเว็บไซต์ The Isaan Record ถือเป็นมุมมองของผู้เขียน ซึ่งไม่ได้เป็นมุมมองหรือความคิดเห็นของกองบรรณาธิการและเครือข่าย

image_pdfimage_print