“ชาวสะพือ” ขอบคุณปักหมุดก้าวแรกศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เล็งถกสร้างอนุสรณ์สถาน “ผีบาปผีบุญ”  ขณะที่ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ชาวบ้านหวั่นถูกภาครัฐสกัด เหตุเป็นประวัติศาสตร์ไม่น่าจดจำ แนะทำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชุมชน แล้วผนวกเรื่องผีบุญ-ศึกโนนโพธิ์เป็นส่วนหนึ่ง

อุบลราชธานี – The Isaan record ร่วมกับกลุ่มศิลปิน Manifesto และชาวบ้านสะพือ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี จัดกิจกรรม “ทำบุญแจกข้าวให้ผู้ล่วงลับ (ผู้มีบุญ) ที่เสียชีวิตเมื่อ 121 ปีที่ผ่านมา จากเหตุปะทะเมื่อวันที่ 3-4 เมษายน 2445 ระหว่างการถูกปราบปรามจากทหารสยามจนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน โดยมีการพูดคุยกับตัวแทนและผู้นำชุมชนสะพือ ในหัวข้อ “ก้าวต่อไปกับผู้มีบุญ” หลังทำบุญให้ผู้ล่วงลับครั้งแรกในรอบ 121 ปี 

อนันต์ ฉวีรักน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สะพือ กล่าวว่า ในส่วนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผีบาปผีบุญ และศึกโนนโพธิ์ เป็นเรื่องที่มีการเล่าขานกันมานานแล้ว ซึ่งเล่าแล้วก็ผ่านไป ยังไม่มีจุดเริ่มต้นที่จะศึกษากันอย่างจริงจัง ข้อมูลตรงนี้เล่าผ่านกันมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่บอกเล่ากันต่อมาว่า มีการทำสงครามในพื้นที่และช่วงที่เกิดสงคราม มีการไปหลบซ่อน ขุดหลุมหลบซ่อนตามจุดต่างๆ 

“วันนี้จึงเป็นเรื่องดีที่มีจุดเริ่มต้นในเรื่องของประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในชุมชนแห่งนี้ สิ่งที่บอกหรือเล่าขานในตำนานที่ผ่านมาก็คงจะกระจายออกมาเพิ่มเติม เมื่อเราเริ่มก็อาจจะมีผู้รู้และคนที่สนใจเข้ามาในชุมชนของเราและมีการพบปะพูดคุยกันมากขึ้นว่า จะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้อย่างไร  ซึ่งใครมีข้อมูลหรืออยากให้มีการสร้างอนุสรณ์สถานในรูปแบบใดให้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงมากที่สุดก็เป็นเรื่องที่ต้องหารือกันต่อไป”นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สะพือ กล่าว 

ทั้งนี้เขากล่าวอีกว่า ต้องขอบคุณคณะที่ได้เข้ามาจุดแนวทาง หรือเป็นการปักหมุดก้าวแรกเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์บ้านสะพืออย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร เพื่อให้ลูกหลานของเรามีโอกาสได้รับรู้ว่าบ้านเกิดของเขามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างไร และเป็นการเติมเต็มในเรื่องนี้

ชาวสะพือร่วมพิธีการตีกลองเชิญวิญญาณผู้มีบุญ ณ โนนโพธิ์ ที่มีข้อมูลว่า เป็นหลุมฝังศพผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน ภาพโดย จนิสตา อาภาแสงเพชร

จากนั้นจิรศักดิ์ วัฒนราช ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.สะพือ กล่าวว่า ในฐานะผู้ใหญ่บ้านรู้สึกดีใจที่มีผู้มาร่วมช่วยกันทำบุญให้ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว  ใจจริงอยากทำมาโดยตลอด เพราะเป็นประวัติศาสตร์ที่อยากให้สืบทอดถึงลูกหลานต่อไป การทำบุญครั้งนี้ทำให้เห็นความสามัคคีของชุมชนและเป็นการทำให้หมู่บ้านของเรามีประวัติศาสตร์สืบเนื่องต่อไปให้ลูกหลานได้รับรู้ ส่วนภาครัฐเห็นอย่างไรในประเด็นการดำเนินการ

“กรณีการศึกษาประวัติศาสตร์หรือการจัดสร้างอนุสรณ์สถานผีบาปผีบุญนั้นยังไม่ได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐ เพราะเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ ในอนาคตอาจจะมีการเข้าไปหารือว่าภาครัฐเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งอยากให้ทางเรามีรูปแบบที่ชัดเจนในเรื่องนี้ก่อนจึงจะนำไปเสนอภาครัฐ”ผู้ใหญ่กล่าวหมู่ 5 กล่าว 

“ชุมชนสะพือต้องมีการพูดคุยกันมากขึ้นในเรื่องทิศทางการพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน” ลำพูน ฉวีรักษ์ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ผู้มีบุญ (ขวาสุด) ภาพโดย อติเทพ จันทร์เทศ

ลำพูน ฉวีรักษ์ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ผู้มีบุญ กล่าวว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับชุมชนสะพือของเรา ที่เคยคิดว่าจะจุดประกายเรื่องนี้ขึ้นมาได้อย่างไร แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือชาวบ้านยังเข้ามาร่วมน้อย เพราะหากเปรียบเทียบ ต.สะพือเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีผู้ใหญ่บ้านถึง 5 คน  ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามหนึ่งการที่ชาวบ้านเข้ามาร่วมน้อยน่าจะเกิดขาดการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึง  สอง การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศึกโนนโพธิ์ ยังไม่กระจ่างชัด ยังมีความไม่กระจ่างชัดที่ติดอยู่ในหัวใจ และไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม สามการทำบุญให้กับคนที่ตาย ผ่านมาแล้ว 120 กว่าปี และเป็นเพียงคนที่ผ่านทางมา ซึ่งชาวบ้านอาจจะยังมีความเข้าใจในเรื่องนี้ยังไม่มากพอ ดังนั้นตนคิดว่าเรื่องนี้เราต้องมาสร้างความเข้าใจกับพี่น้องก่อนว่าเราจะทำอะไรต่อไป 

ลำพูน กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องที่มีผู้เข้ามาเติมเต็มให้กับชุมชนสะพือเป็น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการคิดกันว่าชุมชนควรจะมีอะไรบางอย่างที่เป็นจุดขายหรือแลนด์มาร์คที่สำคัญ อย่างไรก็ตามศึกโนนโพธิ์ไม่ใช่เรื่องเดียว ชุนชนสะพือถือเป็นหมู่บ้านประวัติศาสตร์ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ซึ่งอาจเป็นที่ตั้งของเมืองตระการพืชผลอีกจุดหนึ่ง เมื่อดูแล้วว่าสถานที่ไม่เหมาะสม เป็นที่ราบสูงและขาดน้ำ จึงมีการย้ายไปอีก 6 กม. ซึ่งเป็นตัวเมืองตระการในปัจจุบัน เรื่องนี้จึงควรบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของอ.ตระการพืชผลด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ชุมชนสะพือต้องมีการพูดคุยกันมากขึ้นในเรื่องทิศทางการพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งผู้นำชุมชน ชาวบ้าน วัด พระสงฆ์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการตกผลึกและมีการพัฒนาพื้นที่ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่าชมชุนสะพือมีศักยภาพสูงในการพัฒนาต่อไปได้ ทั้งนี้หากจะมีสร้างอนุสรณ์สถานศึกโนนโพธิ์ หากเน้นเรื่องผีบาปผีบุญอย่างเดียว ประวัติศาสตร์บางส่วนของบ้านสะพือก็อาจจะหายไป จึงต้องดำเนินการให้มีความเชื่อมโยงกันและถ่ายทอดออกมาให้คนสนใจให้ได้ 

ระครูสถิตบูรพาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดบูรพา หมู่บ้านสะพือ อธิบายประวัติความเป็นมาของโนนโพธิ์และหมู่บ้านสะพือให้ผู้สนใจฟังระหว่างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2565 ภาพโดย จนิสตา อาภาแสงเพชร

เขากล่าวอีกว่า  อย่างไรก็ตามประเด็นศึกโนนโพธิ์เป็นเรื่องที่ชุมชนสะพือของเราเข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ชุมชนสะพือเราก็รับรู้ในฐานะที่ว่าเขาผ่านเข้ามาทางนี้ ซึ่งเขาผ่านมาไกลจากเขมราฐ ขุหลุ ตระการพืชผล และมาปักหลักที่นี่ การมาปักหลักที่นี่ก็คิดว่าน่าจะมีการชักชวนพี่น้องเราให้เข้าเป็นพวกอยู่บ้าง ในขณะเดียวกันทางภาครัฐก็ทราบก่อนจึงมาสกัดกั้นตรงนี้ จึงต้องสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ให้มากขึ้น และขอฝากผู้นำชุมชนให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ด้วย นอกจากนั้นต้องถามว่าทางราชการให้ความสนใจเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด จุดที่เกิดเรื่องแบบนี้ ผมคิดว่าทางภาครัฐเองน่าจะไม่อยากจำ เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ การที่เขาเดินผ่านเขามีวัตถุประสงค์ใด และในฐานะเจ้าของบ้านเจ้าของเมืองควรจะทำอะไร ต้องมอง 2 ประเด็น ทั้งผู้ที่ผ่านทางมาและในส่วนของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง  จนมาเกิดเหตุการณ์ที่นี่ และชาวบ้านมีความรับรู้เพียงใดจึงจะเข้าใจได้ว่าจุดนี้มีความสำคัญจนถึงกับต้องมีการสร้างอนุสรณ์สถาน มันเป็นเรื่องที่จะต้องทำและคนจะเข้ามาชมหรือไม่”พ่อลำพูนกล่าว 

ชาวบ้านสะพือร่วมฟังสวดอภิธรรมโดยพระ 12 รูปเพื่อล่วงลับ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2565 ภาพโดย จนิสตา อาภาแสงเพชร

นอกจากนั้นจุดขายจุดอื่นหากเราไม่ทำเรื่องนี้ สิ่งอื่นที่จะมาเติมเต็มในพื้นที่ๆ เราเตรียมไว้ 4 ไร่นั้น หากทำเป็นแลนด์มาร์คประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสะพือน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าหรือไม่ และมีเรื่องผีบาปผีบุญเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในนั้นด้วย เป็นสิ่งที่อยากฝากไว้ คือในส่วนของคนที่จะเข้ามาทำและผู้นำหมู่บ้านก็ต้องคิดในส่วนนี้ด้วยว่าเหมาะสมหรือยัง กับการที่เราจะบอกว่าตรงนี้คืออนุสรณ์ผีบาปผีบุญอย่างเดียว ถ้าเราเติมความสำคัญของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเข้ามาด้วย เช่น เรื่องของบ่อเกลือ ที่เป็นเศรษฐกิจชุมชนเข้ามาไว้ด้วยจะเหมาะสมหรือไม่ 

“คำว่าอนุสรณ์สถานกับคำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นสะพือ และผนวกด้วยเรื่องของผีบาปผีบุญตรงไหนจะเป็นในเชิงสร้างสรรค์มากกว่า เพราะต้องยอมรับว่าแม้กระทั่งตอนนี้เรายังไม่กล้าบอกกับทางการว่าบ้านสะพือเราจะทำเรื่องนี้  มันถูกเลือนและกำลังจะถูกลืมไปด้วย  เป็นเรื่องที่อยากฝากไว้ ”ลำพูน กล่าว 

ขณะที่ไพบูลย์ พรหมสีใหม่ ประธานสภา อบต. สะพือ  กล่าวว่า ดีใจที่มีคนมาทำบุญร่วมกันจำนวนมาก สำหรับตนเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านสะพือ ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี วันนี้เห็นลูกหลานเดินทางมาจากต่างจังหวัดหรือจังหวัดใกล้เคียง เพื่อมาศึกษาดูแลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ใน ต.สะพือ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ ผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนก็เคยกล่าวถึงประวัติโนนโพธิ์มาตลอด แต่ก็เป็นเรื่องเล่า ซึ่งตนอายุ 61 ปีแล้วก็ยังไม่ทราบความชัดเจนเท่าที่ควร ที่ผ่านมานักศึกษาจากหลายสถาบัน เข้ามาเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่ จึงได้มีการทำถนนเพื่อพัฒนาให้พื้นที่นี้เป็นจุดศูนย์กลางในจังหวัดอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องนี้ 

“วันนี้จึงเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่มีการเริ่มต้น แม้เป็นการเริ่มต้นเล็กๆ แต่ก็มีคนในชุมชน นักศึกษา และลูกหลานที่เดินทางเข้ามาเพราะอยากรู้จักประวัติศาสตร์ของโนนโพธิ์ ส่วนจะทำยังไงต่อไปนั้นยังต้องคิดถึงเรื่องงบประมาณ ช่องทางหาทุนในการก่อสร้าง เฉพาะในส่วนของเราก็อาจจะยังไม่เพียงพอ หากลูกหลานมีช่องทางหรืออยากจะมาพัฒนาทำเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งเพื่อให้เป็นพื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์โนนโพธิ์ก็ต้องอาศัยลูกหลานต่อไป”อดีตผู้ใหญ่บ้าน กล่าว

image_pdfimage_print