ธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช เครดิตภาพ Facebook : Tiger Flowers

กรภัทร พรมรักษา สัมภาษณ์

“เสือ – ธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช ” เจ้าของร้านอาหาร House Number 1712 แห่งสกลนคร ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นที่ยกระดับวัตถุดิบอาหารอีสานให้กลายเป็นอาหารระดับภัตตาคารได้อย่างสมเกียรติและยังเป็นหัวเรือใหญ่ที่จัดงานที่ทำให้เมืองเล็กๆ อย่างสกลนครมีสีสัน คึกคักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สกลRunเด้อ สกลจังซั่น จนมาถึงงานตรอกแคมคุกที่จัดขึ้น ณ เรือนจำเก่าสกลนครเมื่อวันที่ 5-7 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา

เขาเกิดและโตที่สกลนคร มีโอกาสไปใช้ชีวิตในวัยเรียนที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครเป็นเวลากว่า 10 ปี ทว่าการกลับบ้านมาทุกครั้งเขาก็เห็นว่า “สกลนครยังคงเหมือนเก่า” 

หลังเรียนจบจากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “เสือ” ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตวัยทำงานที่บ้านเกิดและมีความฝันที่ต้องการทำให้เมืองสกลฯ เป็นเมืองที่ถูกกล่าวขานในด้านที่ดีกว่าเดิม 

โอกาสมาถึง เมื่อ “เสือ” ได้ดำรงตำแหน่งเลขานุการองค์กร YEC (Young Enterpreneur chamber of commerce) ซึ่งเป็นโครงการรวมกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจของจังหวัดสกลนคร เขาและเพื่อนๆ จึงร่วมมือกันจัดกิจกรรมที่แตกต่างจากที่ภาคส่วนอื่นๆ ได้ทำเอาไว้เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้เมืองสกลนคร 

สกลRunเด้อ วิ่งเข้าเส้นชัยไปกินหมูกะทะ

ช่วงปลายเดือนธันวาคมของทุกปีที่ชุมชนท่าแร่ ซึ่งเป็นชุมชนชาวคริสต์กลุ่มใหญ่ใน อ.มือง จ.สกลนคร จะจัดงานที่ชื่อว่า “แห่ดาว” เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการฉลองเทศกาลคริสต์มาส และได้ประดับตกแต่งดาวไว้ทั่วชุมชน “เสือ” จึงได้นำเอาเอกลักษณ์ของชุมชนในช่วงเวลานั้นมาเป็นจุดขายในการจัดงานวิ่งฮาร์ฟมาราธอนที่สกลนคร

แม้นักวิ่งจะได้รับเหรียญทุกคน แต่ก็ยังมีหนึ่งเซอร์ไพร์ส์ นั่นคือ เมื่อถึงเส้นชัยจะมีหมูกะทะไว้คอยบริการนักวิ่งทุกคน ซี่งถือเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ

ที่ผ่านมาสกลนครถูกชูให้เป็นเมืองแห่งธรรมะมาตลอด ซึ่ง “เสือ” มองว่าการเป็นเมืองธรรมมะ ไม่ได้สร้างจุดแข็ง และภาพจำใหม่ๆให้กับสกลนครเลย

วันที่ทีมงานสัมภาษณ์ “เสือ” คือ วันสุดท้ายของงาน “แคมคุก” ที่จัดขึ้น ณ เรือนจำเก่าสกลนคร เป็นการจัดงานเพื่อแสดงให้ผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบได้เห็นถึงประโยชน์ของสถานที่เรือนจำเก่าแห่งนี้ว่าสามารถเป็นได้มากกว่าลานจอดรถกว้างๆ เท่านั้น 

ณ ตอนนี้มองสกลนครเป็นเมืองแบบไหนและคาดหวังว่าในอนาคตสกลนครจะเป็นเมืองแบบไหน

สกลนครมีทรัพยากร ทั้งผู้คนที่เป็นศิลปินท้องถิ่น ทรัพยากรทางวัฒนธรรม ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งแฟชั่นผ้าคราม สิ่งเหล่านั้นไม่เคยถูกหน่วยงานใดผลักให้ไปสุดสักทางเมื่อผู้คนพูดถึงสกลนครก็อาจจะนึกไม่ออกว่า มีจุดเด่นอะไร การเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบงานสร้างสรรค์ต่างๆ ในสกลนครก็เพราะอยากให้สกลนครถูกพูดถึงในแง่มุมใหม่ๆ เช่น “สกลนครดีนะ เป็นเมืองที่มีงานครีเอทีฟเจ๋งๆ เยอะเลย”

วัดพระธาตุเชิงชุม เครดิตภาพ Facebook : สกลจังซั่น l SAKON Junction

คิดอย่างไรที่ชาวสกลนครเก่งๆ มีความสามารถมักถูกโอกาสที่อยู่ใน เมืองใหญ่ๆ ดูดไปหมด

อย่างที่บอกว่า สกลนครมีทั้งผู้คนที่มีความสามารถ มีทั้งภูมิปัญญาที่ใช้ทำมาหากินได้ แล้วก็แตกต่าง มีความเป็นเอกลักษณ์ในตัว แต่ด้วยสภาพเมืองของสกลนครที่เกิดการพัฒนาอย่างล่าช้า และยังไม่มีใครมาสนับสนุนสิ่งเหล่านี้อย่างจริงๆ จังๆ สกลนครจึงยังไม่มีสิ่งที่รองรับความต้องการของคนในวัยทำงานเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นในด้าน เศรษฐกิจ การงาน คุณภาพชีวิต 

“ถ้าที่บ้านมีงานทำ มีเงินใช้ คงไม่มีใครอยากจากบ้านไปไกลๆ หรอก”

คิดอย่างไรกับวลีที่ว่า “คนสกลฯ กินหมา”

ปกติ (หัวเราะ) ถ้าจะให้เลือกใช้คำที่อธิบายมายเซ็ทอันนี้ที่คนส่วนใหญ่มักพูดกันถึงคนสกลฯ ก็ต้องบอกว่า มันคือการบูลลี่ คนสกลฯ แทบทุกคนต้องได้เจอคำนี้อยู่แล้ว เรียกว่า เป็นแรงปะทะแรกที่เราจะได้เจอเมื่อเราย้ายออกจากสกลนครไปอยู่ที่อื่น”

“แต่ผมกลับใช้ใช้วลีนี้มาเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนเมืองสกลฯ เพราะอยากให้ผู้คนมองมาแล้วพูดถึงสกลนครในแง่มุมดีๆ สักที”

บรรยากาศงานแคมคุก เครดิตภาพ Facebook : สกลจังซั่น l SAKON Junction

มุมมองการเมืองกับเมืองสกลนคร

เคยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้มาบ้าง ทั้งเรื่องของกลุ่มนักเคลื่อนไหวชุมชนเสรีไทย กลุ่มคอมมิวนิสต์ หรือแม้กระทั่งอนุสรณ์สถานของจิตร ภูมิศักดิ์ เองก็ถูกตั้งไว้ที่สกลนครแห่งนี้ ความศรัทธาและการเรียกร้องประชาธิปไตยยังคงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ในหลายๆ ยุค 

ต้องยอมรับว่า การพัฒนาประเทศมี 2 ขาหลักสำคัญในการขับเคลื่อน คือ 1.การเมือง 2.เศรษฐกิจ หากขาใดขาหนึ่งก้าวไปข้างหน้าก่อนอีกขาหนึ่งก็ย่อมก้าวตาม หากแต่ในตอนนี้หน้าที่สำคัญของเลขานุการองค์กร YEC คือ การทำให้เศรษฐกิจในสกลนครมีความเป็นไปในทิศทางที่ดีมากขึ้น เพื่อทำให้ปากท้องของชาวสกลนครนั้นดีขึ้น เป้าหมายหลักของผมในตอนนี้ คือ การทำให้ผู้คนที่สกลนครสามารถลืมตาอ้าปากได้

มองอย่างไรกับนิยามว่า สำนึกรักบ้านเกิด

จงภูมิใจที่จะได้แนะนำตัวว่า มาจากสกลนคร การรักบ้านเกิดไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ไว้ แต่การเปลี่ยนแปลงแล้วทำให้สิ่งต่างๆ เป็นไปในทางที่ดีขึ้นก็เป็นการแสดงออกซึ่งสำนึกรักบ้านเกิดที่ดีไม่แพ้กัน

แล้วคำว่า “ไม่อยู่หรอกสกลฯ ไปเป็นคนที่อื่นดีกว่า” ล่ะ

“มันเป็นเรื่องห้ามไม่ได้หรอกที่ใครจะไปอยู่ที่ไหน อย่างไร แล้วการได้ไปที่ไกลๆ การได้เห็นโลกกว้างนั้นมันดีอยู่แล้ว แต่อยากให้จำไว้เสมอว่า การเป็นคนสกลนครนั้นมีความโชคดีอยู่ ถ้าคิดถึงก็จงกลับมา ยิ่งถ้าไปเจอสิ่งต่างๆ ที่คิดว่า จะช่วยให้สกลนครดีขึ้นได้แล้วเอามาช่วยพัฒนาสกลนครด้วยกันก็จะยินดีมากๆ”

ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สกลนคร เป็นเหมือนแรงกระเพื่อมหนึ่งที่ทำให้พื้นที่อื่นๆมองเห็นความเป็นไปได้ และมีคนอยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองด้วยความเชื่อเดียวกันว่าที่จังหวัดเรามีดี

“ขณะนี้ที่จังหวัดยะลาก็ได้มีการนำเอาโมเดลโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปใช้ มีโอกาสได้ไปดูงานมาแล้ว ภูมิใจมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดยะลา และยินดีเสมอ หากต้องให้คำแนะนำเกี่ยวกับโครงการย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้แก่ผู้อื่น ”

ขณะนี้ “เสือ” กำลังเตรียมงานที่อาจจะชื่อว่า “มินิสกลจังซั่น” ซึ่งจะจัดขึ้นในงานแห่ปราสาทผึ้ง ในช่วงออกพรรษา เพื่อเพิ่มความหลากหลายและแตกต่างให้กับงานแห่ปราสาทผึ้ง ให้ต่างจากปีก่อนๆ ที่ผ่านมา 

แม้ชื่อสกลฯ เมืองสร้างสรรค์ อาจยังไม่เป็นที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลาย แต่เขาก็ยังเชื่อเหลือเกินว่า Creative Event ที่เกิดขึ้นทุกๆ งานจะทำให้ผู้คนเกิดการตั้งคำถาม และอยากหาคำตอบว่า สกลนครมีดีอะไร สุดท้ายก็ต้องมาดูและหาคำตอบเอง ณ เมืองสกลนครแห่งนี้ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *