เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง อัดรัฐบริหารจัดการน้ำผิดพลาดทำน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรขยายวงกว้าง จี้เร่งระบายน้ำและเยียวยาความเดือดร้อน

ร้อยเอ็ด – เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 (วานนี้) เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธรกว่า 100 คน ได้จัดเวทีวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร เนื่องจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของรัฐ ณ วัดบ้านอีโก่ม ตำบลเทอดไทย อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องจากจากสถานการณ์แม่น้ำชีอาจจะท่วมขังขยายวงกว้างและแช่ขังนาน ทั้งยังร่วมกันให้ความเห็นว่า “การบริหารจัดการน้ำของรัฐผิดพลาด ชะตากรรมจึงตกกับเกษตรกรลุ่มน้ำชี” ตลอดจนมีข้อเสนอต่อรัฐเร่งด่วน คือ ให้เร่งรีบระบายน้ำอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเสี่ยงของพื้นที่น้ำท่วม เร่งดำเนินการเยียวยาให้กับชาวบ้านที่เรียกร้องสิทธิ์จากผลกระทบการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร ที่เรียกร้องมา 14 ปี

นิมิต หาระพันธ์ ตัวแทนคณะกรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร กล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อทำความเข้าใจกับตัวแทนคณะกรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างร่วมกันระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร ในกระบวนการแก้ไขปัญหาจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร น้ำชี ที่เรียกร้องมาเป็นระยะเวลา 14 ปี ตลอดจนการการวิเคราะห์การบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานรัฐที่ยังผิดพลาด หลังจากมีการสร้างเขื่อนในแม่น้ำชีตอนล่างจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานยังไม่มีแผนในการบริหารจัดการ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วม ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ถูกกระทำมาโดยตลอด จึงทำให้ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงกระบวนการในการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด

สิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร กล่าวว่า หลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมทำให้สามารถวิเคราะห์ปรากฏการณ์น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรในแม่น้ำชี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการน้ำของรัฐนั้นไร้ประสิทธิภาพทำให้พื้นที่นาของชาวบ้านกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงและน้ำท่วมเร็วกว่าปกติ .ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณพื้นที่การเกษตรริมแม่น้ำชี บริเวณลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำชี บริเวณลำห้วยไหลลงแม่น้ำชี จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากน้ำได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรกว่าพันไร่เป็นระยะเวลา 5-7 วันแล้ว และปริมาณน้ำก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและอาจจะเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งขยายวงกว้าง

ปรากฏการณ์น้ำท่วมในแม่น้ำชีตอนล่าง ทางเครือข่ายฯ เห็นว่าสาเหตุของปัญหาหลัก คือ 1.การสร้างเขื่อนขวางกั้นแม่น้ำชี โดยเฉพาะ เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร ตั้งแต่สร้างเสร็จจนถึงปัจจุบัน 2.โครงสร้างของเขื่อน เช่น เสาเขื่อน พนังค์กั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ 3.การบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของรัฐที่ไม่สัมพันธ์กับฤดูกาลหรือกล่าวให้เข้าใจง่ายคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจระบบนิเวศของพื้นที่ ตั้งแต่ยังไม่มีการสร้างเขื่อนนั้นแม่น้ำชีมีหน้าที่ในการพร่องน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก จากลำน้ำสาขา ก่อนไหลลงแม่น้ำมูน แต่ปัจจุบันแม่น้ำชีไม่ได้ทำหน้าที่ในการพร่องน้ำตามฤดูกาลเหมือนเดิม

หลังจากมีการสร้างเขื่อน เพราะเขื่อนแต่ละตัวได้ถูกหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะกรมชลประทานเป็นหน่วยงานที่ดูแล และไม่สามารถที่จะคาดการล่วงหน้าเพื่อพร่องน้ำออกก่อนเพื่อรองรับน้ำใหม่ที่กำลังมา กลับมาพร่องน้ำในช่วงที่แต่ละเขื่อนแต่ละพื้นที่ต่างมีปริมาณน้ำมากระบายน้ำมาพร้อมกัน จึงทำให้น้ำได้เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรริมแม่น้ำชี พื้นที่การเกษตรริมกุด ริมห้วยที่ไม่สามารถไหลลงแม่น้ำชีได้

การขุดลอกกุด แก่ง ห้วย ที่เรามักจะพบว่าการขุดลอกเหล่านี้ได้นำเอาดินมาสร้างคันคูล้อมรอบ โค่นต้นไม้ริมน้ำที่ช่วยยึดตลิ่งและช่วยดูดซับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก จึงเป็นการเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำ ขวางกั้นทางเดินน้ำเดิมก่อให้เกิดน้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีก 5.การสร้างหรือขยายถนนที่ไม่คำนึงถึงเส้นทางน้ำไหลหลากเดิม แต่ไปสร้างสะพานแคบ หรือบางพื้นที่ไปปิดกั้นเส้นทางน้ำเดิม.หลังจากนั้น

จันทรา จันทาทอง อายุ 47 ปี ตัวแทนกรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรแม่น้ำชีตอนล่างจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเขื่อนในแม่น้ำชีตอนล่างจะปฎิเสธไม่ได้ว่า หลัการสร้างเขื่อนที่เป็นปัญหาแล้วยังมีการบริหารจัดการน้ำที่ไม่สัมพันธ์และไม่สอดคล้องกับฤดูกาลและพื้นที่ กลับส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านลุ่มน้ำชี กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงและยังทำให้ชาวบ้านสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพทำนาปีในพื้นที่ของตนเอง เพราะการบริหารจัดการน้ำที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐ ดังนั้นเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จึงมีข้อเสนอเร่งด่วนดังนี้

1.ให้เร่งรีบระบายน้ำอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเสี่ยงของพื้นที่น้ำท่วม

2.เร่งดำเนินการเยียวยาให้กับชาวบ้านที่เรียกร้องสิทธิ์จากผลกระทบการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร ที่เรียกร้องมา 14 ปี

3.ไม่เอาโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล เพราะโครงการโขง ชี มูน เดิม ก็ยังแก้ไขไม่เสร็จและถ้ามีโครงการผันน้ำโขงลงมายิ่งจะซ้ำเติมปัญหาชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างแบบไม่รู้จบ

4.หยุดโครงการผันน้ำชี-เซบาย,เซบก-ตุงลุง-แม่น้ำโขง ที่อ้างแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เพราะที่ผ่านมาวาทกรรมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มทุน กลับสร้างผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านและระบบนิเวศที่สำคัญของชุมชน

image_pdfimage_print