สถาบันทางอำนาจของสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ อำนาจศักดิ์ที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้นำเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับชนชั้นนำในยุคนั้น ประเพณีบางอย่างจึงเป็นสัญญะที่สื่อความชอบธรรมในการปกครองพื้นที่นั้น พิธีกรรมมิใช่เป็นเพียงแค่พิธีกรรมตามความเชื่อ แต่เป็นละครฉากใหญ่ที่ทำให้อำนาจที่เป็นนามธรรมกลายเป็นรููปธรรมขึ้้นมา ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงบารมีของผู้นำ ประเพณีเก่าบ่างอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกับความเป็นผู้นำท้องถิ่นถูกทำให้หายไปหลังการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5

ขอหยิบยกเรื่อง รัฐนาฎกรรม โดยใช้ทฤษฎีรัฐนาฏกรรมของ คลิฟเฟิร์ด เกียร์ทซ์ (Clifford  Geertz) นักมานุษยาชาวอเมริกัน ที่บอกว่า พิธีกรรมมิใช่เป็นเพียงพิธีเพื่อพิธีศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ แต่ยังเป็นละครฉากใหญ่ที่ทำให้อำนาจที่เป็นนามธรรมกลายเป็นรูปธรรมขึ้นมา ผู้เข้าร่วมหรือไพร่ฟ้าก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชม ส่วนตัวแสดงคือพระบรมสานุวงศ์ โดยมีผู้กำกับเป็นนักบวชที่คอยดำเนินพิธี ซึ่งการปฎิรูปการปกครองประเทศช่วงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ปฎิรูปเพียงแค่รูปแบบเศรษฐกิจและรูปแบบการปกครองท้องถิ่น แต่มีการยกเลิกประเพณีท้องถิ่นที่มีความเชื่อมโยงกับเจ้าท้องถิ่นเดิมอีกด้วย เช่น พิธีศพที่เป็นสัญญะของรัฐจารีตแบบโบราณในท้องถิ่น 

พิธีกรรมการปลงศพเหนือเมรุนกหัสดีลิงค์ เป็นธรรมเนียมสำคัญของวัฒนธรรมล้านนาและล้านช้าง ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงปรากฎในท้องถิ่นเกี่ยวประกอบการพิธีเผาศพกับพระเถรชั้นผู้ใหญ่

นกหัสดีลิงค์อาศัยอยู่ ณ ป่าหิมพานต์  มีที่มาจากคติไตรภูมิ ที่ปรากฏอยู่ทั้งในจักรวาลที่มีพรรณนาอยู่ทั้งในคัมภีร์ทั้งศาสนาพุทธและพราหมณ์ โดยคัมภีร์พุทธศาสนา นกหัสดีลิงค์ปรากฎอยู่ในหมวดโลกศาสตร์ สำหรับวัฒนธรรมล้านนาและล้านช้าง มีการใช้นกหัสดีลิงค์เป็นองค์ประกอบในงานพิธีศพบุคคลสำคัญประจำท้องถิ่น ด้วยเชื่อว่า นกหัสดีลิงค์ว่าสามารถบินไปสวรรค์ได้ ซึ่งสัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องดินแดนของผู้ล่วงลับ

การสร้างเมรุลอยรูปนกหัสดีลิงค์ มีไว้สำหรับบุคคลที่เป็นเชื้อสายกษัตริย์ เจ้าเมือง และพระเถระเท่านั้น วัฒนธรรมล้านนาปรากฏหลักฐานการใช้นกหัสดีลิงค์ในพิธีศพเช่นกัน (ปรากฏในพงศาวดารโยนก เมื่อ พ.ศ. 2121)

พิธีกรรมเผาศพแบบนกหัสดีลิงค์ วัดกลาง จังหวัดอุบลราชธานี (ที่มา: ผู้เขียน)

พิธีปลงศพท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี จะมีขบวนแห่ที่มีความยิ่งใหญ่สมเกียรติเริ่มด้วยขบวนฆ้องใหญ่ คณะนักดนตรี ขบวนธงสามหาง ขบวนธงช่อ ธงขาบ ขบวนหอก ขบวนเครื่องยศ ลูกหลานผู้ตาย จากนั้นจึงเป็นเมรุนกหัสดีลิงค์ และพนักงานผู้ควบคุมหากเมรุติดขัด ซึ่งล้วนแสดงถึงความสำคัญและฐานะของผู้ตาย)  ในการประกอบพิธีกรรมนางเทียม(สตรีผู้นำในการประกอบพิธี)จะมีการรายรำอย่างสุขุมลุ่มลึก พร้อมทั้งบริวารผู้ติดตามนางเทียมในขบวนจะช่วยกันใช้ อาวุธเช่น หอก หลาว แหลน ดาบ กระหน่ำไปยังตัวนกเมื่อการฆ่านกเสร็จสิ้น จะเป็นดำเนินพิธีการทางศาสนา กล่าวคือ ประชุมเพลิง และวันรุ่งขึ้นทำพิธีเก็บอัฐิและทำบุญอุทิศกุศลผู้วายชนม์ต่อไป พิธีลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงออกทางสัญญะเท่านั้น แต่อย่างเป็นการรวบรวมทรัพยากรทั้งหมด โดยเฉพาะกำลังคนที่อยู่ในท้องถิ่นให้มากที่สุดมาเข้าร่วมพิธีอีกด้วย

ขบวนเจ้านางสีดา (คุณยายมณีจันทร์ ผ่องศีล) ขณะกำลังเข้าสู่เขตพิธี และกำลังจะร่ายรำรอบเมรุ หัสดีลิงค์ งานพระราชทานเพลิงศพ ดร.คำหมา แสงงาม ปี พ.ศ. 2533 (ที่มา: สถาพร จุปะมะตัง และ อ.เมธา คำบุศย์)

ช่วงศตวรรษที่ 19 สยามขณะอยู่ภายใต้การคุกคามของการล่าอาณานิคมโดยฝรั่งเศสทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง จึงทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากแบบจารีตดั้งเดิมเป็นรัฐสมัยใหม่มากขึ้น “สยาม” ซึ่งเป็นเมืองที่มีอำนาจและมีอิทธิพลบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนั้น ได้มีการปรับตัวเองในช่วงนี้เอง ด้วยการปฏิรูประบบราชการให้มีความทันสมัย และมีนโยบายการรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลางเพื่อความอยู่รอดของอธิปไตย โดยเปลี่ยนจากหัวเมืองตามประเพณีโบราณ เป็นเทศาภิบาล และพัฒนากลายเป็น มณฑลเทศาภิบาล เพื่อที่ฝรั่งเศสจะไม่ล้วงล้ำอธิปไตยหรืออ้างสิทธิ์และรุกรานดินแดนทางภาคอีสาน การปฏิรูประบบหัวเมืองที่มีจุดมุ่งหมายในการรวมศูนย์อำนาจและสร้างเอกภาพชาติ โดยยกเลิกระเบียบปกครองแบบโบราณที่แบ่งหัวเมืองออกเป็นเมืองประเทศราช เมืองชั้นนอก เมืองชั้นกลาง และเมืองชั้นใน พร้อมเพิ่มพูนอำนาจบังคับบัญชาให้กับกระทรวงมหาดไทยเพื่อสร้างระบบบริหารราชการแผ่นดินที่เป็นแบบแผนเดียวกัน

เมื่อกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์เป็นข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลลาวกาว (ต่อมาเปลี่ยนเป็นมณฑลอีสาน และมณฑลอุบลราชธานี ตามลำดับ) ให้ยกเลิกประเพณีการเผาศพที่ทุ่งศรีเมือง  แต่มีการอนุญาตให้พระเถระที่ทรงคุณธรรม เมื่อมรณภาพให้จัดประเพณีการทำศพแบบนกหัสดีลิงค์ได้

จากข้อสังเกตดังกล่าว กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ได้มีการยกเลิกพิธีกรรมที่เกี่ยวการแสดงออกทางอำนาจเจ้าเมือง โดยเลือกที่จะประณีประนอมกับคนท้องถิ่นเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับความเชื่อมากเกินไป แต่เลือกลดอำนาจเจ้าเมือง โดยยกเลิกประเพณีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางอำนาจของเจ้านายท้องถิ่น แต่ยังคงอนุญาตไว้ให้วงการศาสนา

ทุ่งศรีเมือง ถ่ายภาพโดยทหารอเมริกันที่มาตั้งฐานทัพที่อุบลราชธานีระหว่างปี 2507-2517 (ที่มา: Air Ubon, www.guideubon.com)

หัวใจสำหรับการดำรงอยู่ของรัฐนาฏกรรมมิได้ขึ้นอยู่กับ “การแสดง” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น อย่างเช่นการเข้าทรงของนางเทียม ประกอบไปด้วยวงมโหรีที่บรรเลงเพลงในวง การแสดงของคนที่อยู่ในรัฐ พิธีกรรมลักษณะนี้ต้องใช้กำลังคนและกำลังทรัพย์จากผู้คนท้องถิ่นที่ศรัทธาต่อผู้นำ ที่สำคัญการร่ายรำในพิธีทำศพแบบนกหัสดีลิงค์ เป็นการแสดงพระเดชและพระคุณของอำนาจท้องถิ่นด้วย พิธีการฆ่านกหัสดีลิงค์ยังแสดงถึงอำนาจที่คนท้องถิ่นสามารถต่อสู้กับการคุกคามของสิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่า เหมือนเป็นการข่มขู่คู่ต่อสู้และสร้างความหวังในการต่อต้าน

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้าผู้ปกครองของไทยเองก็มีความรู้สึกรับรู้ถึงพลังบางอย่างจากพิธีกรรมท้องถิ่นนี้ จนทำให้ต้องมีการยกเลิกพิธีสำหรับเจ้าขุนมูลนายท้องถิ่น แต่ก็ยังไม่ได้ล้มเลิกไปทั้งหมด นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นเทศาภิบาล และกลายเป็นมณฑลเทศาภิบาลในสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้านายท้องถิ่นเมืองอุบล มิได้เพียงถูกลดรอนอำนาจลงในพื้นที่แต่ยังถูกลดบาทในเชิงสังคมที่มี “พิธีกรรม” เป็นสื่อกลางอีกด้วย

การที่ไม่มีการยกเลิกประเพณีเผานกหัสดีลิงค์นั้น คือสยามมีบทเรียนจากกบฏผีบุญมาในภาคอีสานหลายครั้ง ส่วนกลางต้องการประณีประนอมกับความศรัทธาของชาวอุบลราชธานีดั้งเดิม ซึ่งเป็นเรื่องที่เรื่องละเอียดอ่อนและอาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในพื้นที่ได้

แหล่งอ้างอิง

  • กชภพ กรเพชรรัตน์.(2565).คติความเชื่อแบบอินเดียโบราณกับอำนาจของผู้นำในรัฐไทยในยุคร่วมสมัย Indic ideology and expression of the power in contemporary Thailand.เอเชียปริทัศย์.ปีที่43.ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม).
  • ปกรณ์  ปุกหุต.  “พิธีกรรมนกหัสดีลิงค์ ณ ทุ่งศรีเมือง ปี พ.ศ. 2558 : การเปลี่ยนแปลงจารีตตามบริบทปัจจุบัน”  .จดหมายข่าวศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ฉบับ “ต้อนรับ AC เปรมปรีดิ์ทั่วภูมิภาค”.  2, 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2558).
  • ธรีวัฒน์ แสนคำ. 2560. งานพระศพกษัตริย์ล้านช้างในสมัยรัฐจารีต. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มิวเซียมสยาม.ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
image_pdfimage_print