24 มีนาคม 2566 ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้เดินทางไปยังจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อยื่นหนังสือ ขอให้ดำเนินการขนย้ายวัตถุระเบิดออกจากพื้นที่ภูผาฮวก ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู โดยเร่งด่วน โดยมีหัวหน้าศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นประธานในการประชุม และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์ดำรงธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานฝ่ายปกครอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

เวลาประมาณ 11.20 น.ประธานเปิดประชุมโดยให้ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ เล่าปัญหาที่เกิดขึ้นและสิ่งที่จะให้ทางผู้ว่าฯ ช่วยเหลือ ซึ่งตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้เล่าว่า กลุ่มเคยยื่นร้องเรียนไปเมื่อปีที่แล้ว ที่มีการลักลอบขนสารแอมโมเนียมไนเตรทโดยไม่ได้มีใบอนุญาต จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจากผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น อีกทั้งกลุ่มยังขอให้เคลื่อนย้ายสารแอมโมเนียมไนเตรทและแก๊ป ออกจากพื้นที่โดยด่วน แต่เรื่องก็เงียบไม่มีการดำเนินการต่อ กระทั่งวันที่ 22 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา มีไฟป่าไม่ทราบสาเหตุได้ลุกลามไปยังบริเวณโรงเก็บระเบิด ชาวบ้านและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ได้ช่วยกันดับไฟ จนสามารถควบคุมไฟได้ และพบว่ามีวัตถุระเบิดที่มีชนวนติดอยู่ในหินก้อนใหญ่ทางชาวบ้านต้องการให้มาตรวจสอบโดยด่วน

ตัวแทนกลุ่มฯ เล่าต่ออีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าเราไม่เคยยื่นเรื่อง เรามาร้องเรียนผู้ว่าฯ เรื่องนี้เป็นรอบที่สองแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เรารู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เพราะโรงเก็บระเบิดอยู่ไม่ห่างจากชุมชน อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดไฟไหม้ง่ายมาก เราจึงมาเรียกร้องให้ทางผู้ว่าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการของผู้ว่าฯ ครั้งที่แล้ว แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

  1. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบวัตถุระเบิดในพื้นที่ทั้งหมดและเร่งขนย้ายวัตถุระเบิดดังกล่าวออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยต้องมีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก
  2. ขอให้เร่งดำเนินการตรวจสอบกรณีการขนย้ายวัตถุระเบิดโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยเร็ว

ด้านหัวหน้าศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวในที่ประชุมว่า ขออภัยพี่น้องที่ยังไม่ได้แก้ไขปัญหา ทางจังหวัดมีความเป็นห่วงและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยสั่งให้หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด (Explosive Ordnance Disposal: EOD) ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปกครองอำเภอสุวรรณคูหา และองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ ลงพื้นที่โดยด่วน หลังประชุมเสร็จ อีกทั้งได้โทรแจ้งไปยังป่าไม้ เขต 6 (อุดรธานี) ซึ่งทางป่าไม้ฯแจ้งว่า สามารถลงพื้นที่ได้ในวันพรุ่งนี้

ส่วนกรณีขอให้ตรวจสอบการขนย้ายวัตถุระเบิดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตัวแทนปกครองจังหวัดชี้แจงว่า ได้ดำเนินการไปส่วนหนึ่งแล้ว โดยได้แจ้งให้อำเภอสุวรรณคูหาเอาความผิดกับผู้ประกอบการ ส่วนเรื่องคดีจะชี้แจงความคืบหน้าให้เร็วที่สุด และจะทำหนังสือเคลื่อนย้ายหรือทำลายวัตถุแก๊ปให้เร็วที่สุด โดยจะแจ้งให้ผู้ประกอบการดำเนินการ หากไม่ไปดำเนินการหน่วยงานปกครองต้องนำไปทำลายเอง ส่วนสารแอมโมเนียมไนเตรทจะทำหนังสือให้กับทหารเพราะเป็นหน่วยงานเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้

หลังประชุมที่จังหวัดเสร็จ หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ฝ่ายปกครองอำเภอสุวรรณคูหา และองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ ได้เดินทางไปลงพื้นที่

เวลา 13.30 น. กลุ่มอนุรักษ์ฯ เดินทางไปถึงที่ว่าการอำเภอสุวรรณคูหา เพื่อไปยื่นหนังสือให้กับนายอำเภอสุวรรณคูหา แต่นายอำเภอไม่อยู่ จึงยื่นหนังสือให้ปลัดอำเภอ ต่อมาเวลา 15.22 น. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางมาถึงพื้นที่โรงเก็บระเบิด โดยมีชาวบ้านนำชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งเมื่อเจอจุดที่มีระเบิดซึ่งมีชนวนอยู่ หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิดก็ได้ปลดชนวนโดยใช้วิชาทางเทคนิคเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดการระเบิดเมื่อโดนความร้อน จากนั้นเดินทางไปยังโรงเก็บสารแอมโมเนียมไนเตรท และตรวจสอบโดยรอบ เพราะไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ หลังตรวจสอบทางหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิดจึงชี้แจงต่อชาวบ้านว่า ระเบิดที่ยังอยู่ในหินดอกนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปลดชนวนไม่ให้ระเบิดได้ง่ายแล้ว แต่ไม่รับปากเต็มร้อย เพราะอาจเกิดระเบิดได้ถ้าโดนความร้อนและครบองค์ประกอบของการก่อให้เกิดระเบิด ส่วนบริเวณแอมโมเนียมไนเตรทกับแก๊ป ไม่แนะนำให้เข้าใกล้เด็ดขาดเพราะไม่ปลอดภัย

ขณะที่ตัวแทนกลุ่มฯ เผยถึงความรู้สึกว่า กลุ่มมีกังวลมากวันที่เกิดไฟไหม้ กลัวว่าจะเกิดการระเบิดเหมือนในข่าว ที่มีการสูญเสียและมีสารเคมีระเหยไปตามอากาศ เราจึงรีบไปให้ทางผู้ว่าฯ ช่วยเหลือ และเห็นทางหน่วยงานราชการกระตือรือร้นมากขึ้นในแก้ไขปัญหา โดยลงพื้นที่ทันทีหลังจากประชุมเสร็จ ทางชาวบ้านก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นและหวังว่าจะแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านโดยเร็ว

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมกับหน่วยงานราชการจังหวัดหนองบัวลำภูที่มีความกระตือรือร้นทันท่วงทีในการแก้ไขปัญหา กลุ่มหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานราชการจะทำงานอย่างเข้มข้นกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวดงมะไฟที่เกิดขึ้นราว 29 ปี ให้เรื่องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหายไปจากจังหวัด และการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายต้องหมดไป โดยกลุ่มยังคงติดตามตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเป็นกำลังใจให้ทำงานเพื่อประชนผู้เดือดร้อนอย่างขันแข็ง

image_pdfimage_print