จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี ในปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของ “พายุนูโร” ภัยพิบัติในครั้งใหญ่และหนักสุดในรอบ 43 ปี สร้างความเสียหายให้กับชาว จ.อุบลราชธานี เป็นอย่างมาก ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขต อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ ได้รับผลกระทบรุนแรงและมีน้ำท่วมสูงกว่าเมื่อปี 2562 พื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมเป็นวงกว้างครอบคลุมกว่า 19 อำเภอ และบ้านเรือนประชาชนจมน้ำอีก 9 อำเภอ เป็นบาดแผลจากภัยพิบัติที่ทำให้คนในพื้นที่ต้องเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำในฤดูฝน

ไม่นานมานี้ กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศตั้งแต่วันที่ 11 – 17 กันยายน 2566 ว่า จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตลอดสัปดาห์ ลักษณะดังกล่าวทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่นตลอดสัปดาห์ และมีรายงานน้ำท่วมในหลายพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคใต้มีฝนตกตลอดสัปดาห์ โดยชายฝั่งทางตะวันตกมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะครึ่งหลังของสัปดาห์

จากสถานการณ์ฝนตกชุกในภาคอีสาน ทำให้หลายพื้นที่ต่างเตรียมการรับมือและเฝ้าระวังพายุจากมรสุมที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลให้มวลน้ำไหลลงสู่แม่น้ำชี และแม่น้ำมูลในปริมาณที่มาก โดยเฉพาะพื้นที่ จ.อุบลราชธานี หลายภาคส่วนต่างร่วมกันเตรียมการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำร้อยปี 2565

16 กันยายน 2566 ชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดอุบลราชธานีได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ด้านสภาพอากาศการบริหารจัดการน้ำตลอดจนการประเมินสถานการณ์และบูรณาการทำงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด จ.อุบลราชธานี ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มต่ำเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ม่วงสามสิบ และ อ.วารินชำราบ ในพื้นที่ 12 ตำบล 50 หมู่บ้าน มีการอพยพราษฎร จำนวน 2 ชุมชน 12 ครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 40 คน และมีการสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราว 2 แห่ง ในขณะที่ระดับน้ำมูลทีสถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 25 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตรเศษ ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล อ.โขงเจียมจนสุดทั้ง 8 บาน ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้น้ำเหนือเขื่อนปากมูลเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 59 เซนติเมตร ระบายน้ำ 187.18 ล้าน ลูกบาศก์เมตร / วินาที เขื่อนสิรินธร อ.สิรินธร น้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 3 เซนติเมตร สามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 350.68 ล้าน ลูกบาศก์เมตร และทำการระบายน้ำ 6.62 ล้าน ลูกบาศก์เมตร / วินาที

และล่าสุดกรมชลประทานได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 7 จ.อุบลราชธานี ร่วมกับสำนักเครื่องจักรกล ได้เตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 100 เครื่อง ในแม่น้ำมูล บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง และลดผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด อีกทั้งกรมชลประทานยังได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ระดมสรรพกำลังเครื่องจักร เครื่องมือให้พร้อมใช้งาน รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

17 กันยายน ที่ผ่านมา ประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำบริเวณแม่น้ำมูล สถานีวัดน้ำท่า M.7 (สะพานเสรีประชาธิปไตย) จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำอยู่ที่ +111.57 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน +0.19 เซนติเมตร) มีปริมาณน้ำไหลอัตราประมาณ 2,085.00 ลูกบาศก์เมตร/วินาที อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยายังคงคาดการณ์อย่างต่อเนื่องว่า ในช่วงวันที่ 21 – 25 กันยายน 2566 ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และอ่าวไทย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง

image_pdfimage_print