วง FOURTY•MATRIX ขับเคลื่อนอยู่ใต้ค่ายเพลง YearHeart Entertainment และปล่อยเพลงแรก ‘Son of E-san’ หรือ ‘ลูกอีสาน’ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2566 สมาชิกของวงมีทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นักร้องนำ ‘เตอร์’-พัฒนพงษ์ แพทจันรา, มือกลอง ‘ปิง’-ธัชพล ภูมีศรี, เบส ‘พอส’-ณชปกร ศิลป์ธานี และ กีตาร์ ‘ต้นกล้า’-พลวัฒน์ โชติศร

ภาพแรกที่ผู้ฟังได้เห็นคือ ชายหนุ่มวัยเฮ็ดเวียกกำลังยืนอยู่หน้าพื้นที่รกร้าง สวมงอบไม้ไผ่ตอก พาดผ้าขาวม้ายาวประมาณสองศอกไว้บนไหล่ สะพายไซจับปลาสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ต้องหากินกับธรรมชาติ ซ้อนด้วยพิณที่บ่งบอกถึงท่วงทำนองที่ขับเคลื่อนหัวใจทั้งสี่ห้อง แผ่นหลังจารึกด้วยรอยสักพร้อมกางเกงยีนส์ที่เหมาะกับยุคสมัย ขณะเดียวกันก็เหมาะกับการทำงานหนักไม่แพ้กัน

เพียงแค่ภาพที่ถูก FOURTY•MATRIX เลือกสรรมา ก็สะท้อนความหมายของเพลง ‘Son of E-san’ ได้อย่างเพียงพอ ประการหนึ่งมันกำลังสะท้อนให้เห็นภาพของผืนดินกว้างใหญ่และการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ชีวิตของการทำงานหนักกลางแดดแบบคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ขณะเดียวกันกางเกงยีนส์ลุคเฮฟวี่ก็ทำให้เราไม่รู้ว่าภาพของเด็กหนุ่มรุ่นใหม่คนนี้ กำลังคิดอะไรอยู่ยามทอดสายตาไปยังพื้นที่รกร้าง

“โอ้ยหนอ เกิดมาจนลำบากหนอ
แม่ละพ่อมันบ่มี เกิดมาพร้อมโตเป็นหนี้
เมื่อยลี้เมื่อยหลาย”

ท่อนก่อนเข้าฮุคสะท้อนความจริงอันแสนเจ็บปวดของประชากรอีสานกว่า 1.8 ล้านคน ที่ถูกจัดประเภทว่าเป็น “คนจน” ตามข้อมูลของการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยสำนักพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดภาวะสังคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2564 

ขณะที่ภาคอีสานมีอัตราการเป็นหนี้ครัวเรือนสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ และยังมีทีท่าที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

“มีความฮู้พอกำก่า การศึกษา กศน.
แต่ก็ยังบ่ท้อ เพราะแม่และพ่อยังบ่สบาย”

จากข้อมูลของระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (NEA) โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ภายใต้โครงการวิจัยพัฒนา สำรวจรายจ่ายด้านการศึกษาต่อหัวของแต่ละภูมิภาคในปี 2564 พบว่า รายจ่ายด้านการศึกษาต่อหัวของวัยก่อนประถม ประถมศึกษา มัธยศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ในภูมิภาคอีสานมีมากถึง 55,202 บาท 58,351 บาท 40,453 บาท 54,403 บาท และ 100,172 บาท ต่อปี ตามลำดับ

การจะได้การศึกษาที่เหมาะสมสำหรับชาวอีสานจึงนับว่าสวนทางกับอัตราการเกิดหนี้สินและค่าครองชีพ การศึกษานอกระบบจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทั่วถึงของรัฐไทย

“สู้เขาบ้านเฮามันแล้ง”

วลีฮิตที่ตราตรึงอยู่ในใจคนอีสานอย่างยาวนาน คำว่า “แล้ง” นี้ไม่ได้หมายถึงสภาพอากาศ แต่ยังหมายถึงความยากลำบากที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เผชิญในยุคก่อนหน้ายังประทับอยู่ในจิตใจ แม้ว่ายุคปัจจุบันภูมิภาคนี้จะมีพื้นที่ “น้ำไหล-ไฟสว่าง” ที่มากขึ้นกว่าทศวรรษก่อนหน้า การระลึกถึงความยากลำบากอยู่เสมอยังเป็นแรงผลักดันให้พวกเขามีแรงสู้ต่อไป

‘Son of E-san’ จึงเป็นหนึ่งในเพลงที่สะท้อนตัวตนของลูกอีสานสมัยใหม่ กำลังต่อสู้กับสภาพปัญหาเดิมๆ ใกล้เคียงกับคนรุ่นที่ก่อนหน้าเคยเผชิญ

‘ลำ’ คือ การขับร้องคำกลอนในทำนองไทลาว เป็นที่นิยมในกลุ่มวัฒนธรรมที่อยู่รอบแม่น้ำโขง ขณะเดียวกัน ‘ลำตังหวาย’ จะเป็นการขับร้องคำกลอนที่เร้าใจและโต้ตอบกันระหว่างผู้ขับร้องหญิงชาย คาดว่ามีที่มาจากเผ่าลาวเทิง บรู-กระตาก แคว้นสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

การลำตังหวายในประเทศไทยคาดว่าเกิดขึ้นครั้งแรกที่บ้านม่วงเจียด ต.เจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี โดยเริ่มแรกเป็นการขับลำในพิธีกรรมรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ก่อนจะถูกพัฒนามาสู่การฟ้อนรำประกอบขับลำตังหวายเพื่อความบันเทิง 

จุดเด่นของการลำตังหวายคือการด้นสด เรียกได้ว่าไม่มีการประพันธ์เตรียมไว้ล่วงหน้า จนทำให้บางคนถึงกับไม่จำเป็นต้องครูมาสอน แต่สามารถฝึกปรือฝีมือจากการขับลำเล่นด้วยตัวเองได้

ขณะเดียวกัน ห่างไกลแม่น้ำโขงไปครึ่งโลกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2513 ดนตรี ‘เมทัล’ ก็เริ่มมีพื้นที่ยืนเป็นของตัวเองหลังการแตกหน่อออกมาจากแนวร็อกที่ครองโลกอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จุดเด่นของแนวนี้คือท่วงทำนองที่ ‘ก้าวร้าว’ ‘รวดเร็ว’ และ ‘เสียงแตก’ มากกว่าแนวร็อกที่มาก่อนหน้า

นับแต่นั้นมาดนตรีเมทัลก็เริ่มสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น พัฒนาแตกแขนงไปอีกหลากหลายแนวตั้งแต่ ‘แทรชเมทัล’ ‘แบล็กเมทัล’ ‘นูลเมทัล’ และอื่นๆ อีกมากมาย ความเร็ว ความหนัก และเสียงคำรามที่ถูกนักร้องใช้เทคนิค ‘สำรอกเสียง’ ทำให้ดนตรีเมทัลกลายเป็นดนตรีที่ครองใจวัยโจ๋ทั่วโลกได้ในเวลาไม่นาน

ภายหลังแนวทางดนตรีจำนวนมากเริ่มหันมาสู่การผสมข้ามสายกันไปมาเพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ สภาวะนี้ถือว่าไม่น่าแปลกใจนักเพราะการอิ่มตัวของอุตสาหกรรมดนตรีอาจจะหมายถึงการจบสิ้นของนักดนตรีอาชีพที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยุคปัจจุบันจึงเป็นยุคที่ร็อกก็ไม่ได้เป็นร็อกตลอดเวลา ขณะเดียวกันดนตรีแร็พก็สอดแทรกไปในอีกดนตรีอีกหลายสาย

วง FOURTY•MATRIX เองก็ถือเป็นภาพสะท้อนของการกลับสู่รากเหง้า หยิบจับบางสิ่งที่สามารถนำมาปัดฝุ่น ปรับปรุง ยืมใช้ เพื่อผสมผสานกับดนตรีอีกสายที่ใครหลายคนอาจจะคิดว่าคงไม่สามารถเข้ากันได้ให้ผสมกันได้อย่างลงตัว นอกจากจะเป็นการรักษาภูมิปัญญาแล้ว ยังถือว่าเป็นการพยายามค้นหาขอบฟ้าใหม่แห่งความเป็นไปได้ทางดนตรี

นอกเหนือไปจากนี้ ความเป็นลูกอีสานที่น่าภูมิใจก็ยังพบพื้นที่ในการถ่ายทอดเรื่องราวในน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ถ่ายทอดปัญหาให้ก้าวสู่ปริมณฑลใหม่ที่ร่วมสมัย และยังได้ส่งกำลังใจจากอุดรธานีสู่ชาวหูเหล็กที่ยังสู้กับความแล้งทั่วประเทศไทยผ่านเสียงดนตรี

ที่มา:

  1. Son of E-san. 2566. FOURTY•MATRIX. YearHeart Entertainment. จาก https://youtu.be/MYNAZlCQyWU?si=NeWyrK7WtXFM9KuG 
  2. ฟ้อนตังหวาย. ชมรมศิลปวัฒนธรรมอีสาน. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จาก isan.clubs.chula.ac.th 
  3. จำนวนคนจน (ด้านรายจ่าย) จำแนกเป็นรายภาค และจังหวัด พ.ศ. 2555-2564. 8 สถิติรายได้และรายจ่ายของครัวเรือน. สำนักงานพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดสภาวะสังคม. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. จาก statbbi.nso.go.th 
  4. งบการศึกษา 8 แสนล้าน (ตอน 3): ความเหลื่อมล้ำขนาดโรงเรียน ภูมิภาคและระดับรายได้. 2564. ไทยพับลิก้า. จาก thaipublica.org 
  5. คำล่า มุสิกา. 2562. ลำตังหวาย ศิลปะการแสดงสองฝั่งโขง. การขับเคลื่อนศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี (สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย). คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. จาก so02.tci-thaijo.org 
image_pdfimage_print