เขาลอดออกจากอุโมงค์สู่ห้องโถงใหญ่ ไล่สายตาไปตามตู้กระจกทรงกระบอกคล้ายโหลสำหรับบรรจุซากสิ่งมีชีวิตอย่างเลื่อนลอยเคลิ้มฝัน ผู้คนบางตากว่าหลายปีก่อน ยืนดูตู้นั้นตู้นี้บ้างประปราย ส่วนมากมากันเป็นครอบครัว น่าเสียดายที่ทางพิพิธภัณฑ์ประกาศจะเลิกกิจการในเดือนหน้า เขานึกเศร้า แล้วจู่ๆ อาการชาที่ขาซ้ายก็กำเริบขึ้น เท้าแข็งก้าวไม่ออก เขาพยายามพยุงตัวด้วยไม้เท้า กัดฟันลากร่างท้วมไปยังเก้าอี้ยาวหน้าตู้จัดแสดงพันธุ์ไม้น้ำ ข้างกันมีหญิงสาวผมยาวแดงนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาตั้งใจจะไม่รบกวนเธอ แต่ขณะทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่ง พื้นไม้ฝั่งเธอกระดกขึ้นเล็กน้อย

ทว่าเธอยังนั่งนิ่ง ไม่ได้แยแสแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียวเล็กของเธอมองตรงไปยังตู้ปลาเบื้องหน้า ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง หรือไม่สายตาเธอก็กำลังมองเลยไปยังผนังกระดานไม้ฝั่งตรงข้ามที่กั้นปิดโซนจัดแสดงแมงกะพรุน พร้อมป้ายติดว่าอยู่ระหว่างปรับปรุง

เขาจำได้ว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องกระจกตู้ปลาของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้แตกร้าว แต่ไม่ได้ระบุว่า เป็นพื้นที่ส่วนไหน ในข่าวบอกเพียงว่า เหตุเกิดช่วงกลางดึกหลังเวลาปิดทำการ นอกเหนือจากนั้นไม่มีข้อมูลเรื่องสาเหตุ ความเสียหายต่อสัตว์น้ำหรือทรัพย์สินอื่นใด นับครั้งไม่ถ้วนที่เขาได้เข้าไปในโซนที่ถูกปิดตายนั้น ยืนจ้องตู้กระจกสีน้ำเงินเข้มท่ามกลางความมืดสนิท มองชีวิตกระจิดจ้อยร่ายระบำ เคลื่อนไหวอย่างแช่มช้าน่าพิศวง รยางค์เรียวยาวของพวกมันพลิ้วเอื่อย ลำตัวโปร่งใสหุบและปานเป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่เร่งรีบแต่ทว่ามั่นคง สาวน้อยที่เคยมากับเขาชอบมันมาก มากเสียจนยอมมอบชีวิตให้ในช่วงสายของวันธรรมดาวันหนึ่ง

ขณะที่เขากำลังนอนเมามายไม่ได้สติ ลูกสาววัยห้าขวบค่อยๆ หายใจเอาน้ำเข้าปอดไปทีละน้อย แกว่งเท้าเล็กๆ ไปมา เด็กที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าพวกเขาชวนมาเล่นกันที่ชายหาด ในระหว่างที่น้ำลงเธอก็เห็นแมงกะพรุนตัวหนึ่งเกยอยู่บนพื้นทราย ความคิดตามประสาหวังให้มันได้กลับสู่ทะเลก่อนจะโดนแดดแผดเผา

สาวน้อยใช้มือเล็กๆ ตักทรายรอบๆ นั้นขึ้น โอบอุ้มเจ้าแมงกะพรุนเล็กจ้อยด้วยเกาะลอยฟ้าเท่าฝ่ามือเธอ แล้วจ้ำสองเท้าเข้าหาเกลียวคลื่น เธอช่วยชีวิตนั้นไว้ได้ แต่ก็แลกมาด้วยอีกชีวิต มันเป็นอุบัติเหตุนะครับ อย่าโทษตัวเองเลย เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามปลอบเขาขณะกอดร่างลูกสาวเอาไว้แนบอก เขาสบถด่า ร่ำไห้ไม่ยอมหยุด แอ่งกระทะตรงนี้ตายกันทุกปี ชาวบ้านคนหนึ่งสำทับขึ้น บอกเป็นนัยว่าก็แค่ศพๆ หนึ่ง แล้วเดี๋ยวก็ตายอีก คำพูดนี้เสียดลึกอยู่ในใจ มันก้องสะท้อนไปมาแม้นาทีที่นึกถึงนี้

เวลาอาจเยียวยาความเจ็บปวดได้ แต่ไม่อาจทำให้ลืม สายตาเขายังจับจ้องอยู่ที่ความมืดหลังกระดานแผ่นนั้น เจ้าแมงกะพรุนพาสาวน้อยของเขาไปอยู่หนไหน ใช่หลังกระดานไม้นั้นรึเปล่านะ ใจเขาอยากลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ซอกที่ปิดไม่มิดนั้น แต่กำลังขายังไม่ดีขึ้น แล้วหญิงสาวผมแดงก็เอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงชวนคุย

“คุณมาเพราะอยากดูแมงกะพรุนเหมือนกันเหรอคะ” เขาหันไปยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้า

“แบบนี้ก็เสียเที่ยวเลยนะคะ ฉันก็ตั้งใจมาเพราะอยากบอกลาพวกมันเหมือนกันค่ะ” เกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่ง

“จะว่าไปรู้สึกใจหายเหมือนกันนะคะ ไม่รู้ว่าคุณเป็นด้วยไหม” เธอพูดต่อ

“ฉันน่ะมีความทรงจำกับที่นี่เต็มไปหมดตั้งแต่เด็กจนโตเลยค่ะ คุณพ่อฉันเคยเป็นพนักงานรักษาความสะอาดที่นี่ สมัยยังเฟื่องฟูอยู่นะคะ ยุคนั้นมีแต่เพื่อนอิจฉาที่ฉันได้มาที่นี่บ่อยๆ ได้ดูโชว์ให้อาหารปลาจนจำตำแหน่งการว่ายของนักประดาน้ำได้ขึ้นใจ รู้ว่าปลากะรังหัวโขนพรางตัวอยู่ซอกมุมไหนของตู้ ช่วงเวลาไหนที่ปลาเสือขยันพ่นน้ำที่สุด พวกปลิงทะเลจะถ่ายทรายออกจากท้องตอนไหนบ้าง ฉันรู้กระทั่งว่า ปลาก็อายเป็นเหมือนกันเวลาถูกจ้องนานๆ แต่มีครั้งหนึ่งที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังประหลาดใจฉันรู้เวลาคลอดของปลากระเบนนกแบบแม่นยำมากเลยค่ะ” เธอหมายถึง รู้เวลาตอนมันตกลูกเหรอ เขาพูดทวนเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน

“ใช่ค่ะ ตอนนั้นฉันกำลังนั่งมองไฟสลับสีในตู้แมงกะพรุนพระจันทร์อยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาว่า เวลานี้แหละ สมาชิกใหม่กำลังจะเผยโฉมแล้ว ก็เลยวิ่งมารอที่อุโมงค์ปลา มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้นะคะ แต่มันก็เกิดขึ้นจริง หางเล็กๆ ของเจ้ากระเบนน้อยโผล่ออกมาก่อน แล้วตัวก็แยกขาดจากแม่ของมัน แล้วเจ้าตัวน้อยก็แหวกว่ายตามแม่ของมันทันทีเลยค่ะ ฉันกลายเป็นสักขีพยานแห่งชีวิตไปโดยปริยาย วินาทีที่ได้เห็นชีวิตเกิดใหม่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ นะคะ” เธอพูดพร้อมหันมายิ้ม

“แต่พอหลังจากนั้นไม่กี่วันมันก็ตาย ผู้ดูแลบอกว่าร่างกายของมันไม่สมบูรณ์ดี เลยทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เป็นแบบนั้นจริงๆ รึเปล่าก็ไม่รู้นะคะ ความตายเป็นเรื่องเดียวในพิพิธภัณฑ์นี้ที่ฉันไม่เคยรู้และไม่รู้ล่วงหน้า หลังเหตุการณ์นั้น ทุกครั้งที่ฉันเห็นแม่กระเบนว่ายวนในอุโมงค์ มันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกรีดลงในใจ ไม่ได้เจ็บปวดทรมานแต่มันว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูกนะคะ” เธอหยุดเล่า ตาจ้องมองตู้กระจกเบื้องหน้าราวกับกำลังควานหาความว่างเปล่าในความว่างเปล่าอีกที

เขานึกถึงหลายปีก่อน ในวันครบรอบวันตายของลูกสาว เช้าวันนั้นเขาออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังสุสาน ในมือถือดอกลิลลี่ช่อหนึ่ง ขณะที่กำลังเดินถึงหลุมศพ สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสองร่าง เธอมาพร้อมกับคนรักใหม่ ทีแรกเขาชะงักเท้า ลังเลว่าควรก้าวต่อไปหรือถอยกลับดี แต่ระหว่างที่กำลังตัดสินใจ เธอก็หันมาเห็น เขาทำทีเอ่ยทักเธอก่อน

วันนั้นคำพูดระหว่างเรามีเพียงคำทักทาย ความเป็นครอบครัวของเราสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนการจากไปของลูกสาวไม่ถึงครึ่งเดือน ตลอดเวลาเจ็ดปีไม่มีความหมาย เขาไม่อยากโทษเธอ ไม่ใช่ความผิดของเธอ เมื่อโอกาสที่ดีกว่า เธอย่อมต้องคว้ามันไว้ นั่นเป็นการสูญเสียครั้งแรกในชีวิตของเขาและอีกครั้ง

ความสูญเสียพรากเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาในชั่วพริบตา แยกเขาจากความสุขชั่วนิรันดร์ ความว่างเปล่าของเขาเป็นเช่นนี้

“คุณเคยดูโชว์ระบำไฟไหมคะ” จู่ๆ เธอก็ถามขึ้น

“ไม่ครับ ไม่เคยเลย” เขาส่ายหน้าทั้งที่ยังก้มมองพื้น

“สำหรับฉันแล้วมันเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิงฝ่ายเดียวน่ะค่ะ ในขณะที่ใครคนหนึ่งกำลังทุกข์ทน ยอมเสี่ยงให้ตัวเองห้อมล้อมด้วยเปลวไฟ หมุนเหวี่ยงมันไปมารอบๆ ผู้ชมทั้งหลายกลับกำลังสนุกสนานกับภาพที่เห็นตรงหน้า โดยลืมไปว่า ผู้สร้างความตระการตานี้ ใช้ชีวิตแลกกับความสุขชั่วครู่ชั่วยาม พวกเขาจำได้เพียงภาพประทับใจและผลักไสความเจ็บปวดไปให้พ้นตัว ในเหตุการณ์เดียวกัน ความทรงจำของคนหนึ่ง จะต่างกันกับอีกคนลิบลับ ฉันว่ามันไม่ต่างจากเรา เวลาต้องเผชิญหน้ากับความเลวร้ายในชีวิต”

หญิงสาวผมแดงค่อยๆ ลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปใกล้ตู้แสดงพันธุ์ไม้น้ำด้านหน้า

“แต่บางครั้งเราก็เป็นทั้งคนแสดงและผู้ชมในเวลาเดียวกัน เธอหยุดเท้า หันมองมาทางเขา รู้ไหมคะว่าปลากะรังหัวโขนซ่อนอยู่ตรงไหน” เธอพูดขณะที่ตายังมองตรงไปยังตู้กระจก

“ตู้นี้มีปลาด้วยเหรอ” เขานึกแปลกใจ

“ใช่ค่ะ อยู่ตรงนี้ไงคะ” เธอชี้นิ้วไปยังกลุ่มปะการังบนก้อนหินกลางตู้

“จริงด้วยแฮะ” ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามันต่างจากปะการังรอบๆ เขาเกือบดูไม่ออกว่ามันมีชีวิต

“พรางได้เนียนมากๆ ใช่ไหมคะ”
“เธอเก่งมากเลยนะ ที่เห็นตัวมัน” คราวนี้เธอหันมายิ้ม

“สัญชาตญาณเก่ามั้งคะ ฉันอยากซ่อนตัวเก่งๆ แบบนี้บ้างจัง” เธอเงียบไปสักครู่ แล้วเริ่มพูดต่อ น้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม

“พ่อฉันตายหน้าตู้นี้น่ะค่ะ ตรงที่เท้าฉันเหยียบอยู่ตอนนี้เลย”

“เสียใจด้วยนะ” เขาพูดได้เท่านั้น เธอค้อมหัวเล็กน้อย ยิ้มกว้าง

“ฉันไม่เศร้าแล้วล่ะค่ะ เรื่องมันนานมากแล้ว แต่ฉันยังจำวันนั้นได้ไม่ลืมเลยนะคะ วันที่เขาตายน่ะค่ะ ไม่สิ ตอนที่เขาตายฉันเองก็อยู่ด้วย นั่งมองเขาขาดใจตายไปตรงหน้า ตอนนั้นฉันทำอะไรไม่ถูก ไม่ได้ร้องออกมาด้วยซ้ำ ได้แต่นั่งเฝ้าร่างพ่อไว้ จนกระทั่งเช้าของอีกวัน ฉันถึงเข้าใจว่าพ่อทิ้งฉันไปอีกคน วันนั้นเป็นช่วงหยุดยาว พ่อต้องอยู่ทำงานดึกกว่าทุกคืน เขาเลือกทำความสะอาดห้องนี้เป็นห้องสุดท้าย ฉันกำลังหมกตัวอยู่ในโซนแมงกะพรุน จับจ้องความแช่มช้าประดามีของพวกมัน ลากนิ้วไปตามชีวิต พอหันมาอีกที ก็เห็นพ่อล้มฟุบลงกับพื้น ฉันวิ่งเข้ามาหาพ่อ ภาพที่เห็นคือพ่อกำลังนอนหงาย น้ำตาไหลอาบแก้ม หลับตา ร้องไห้อย่างเงียบงัน ในมือข้างขวากำเจ้าปลากะรังไว้แน่น ตอนนั้นฉันเด็กเกินกว่าจะเข้าใจและทำอะไรถูก ใต้แสงริบหรี่ ฉันได้แต่จ้องมองพ่อเหมือนที่จ้องมองปลาในตู้พวกนั้น ตลอดทั้งคืนนั้นฉันไม่ได้ร้องออกมาแม้แต่ครั้งเดียว ฉันเก่งใช่ไหมคะ”

เธอก้าวย้อนกลับมาที่ม้านั่ง

“พอเช้าอีกวัน พวกเขาก็ติดต่อให้แม่มารับฉันไปอยู่ด้วย แต่แม่ไม่ยอมมา สุดท้ายฉันเลยถูกส่งไปอยู่กับหน่วยงานตามที่เห็นสมควร”

แวบหนึ่งเขาคิดว่า ตัวเองเห็นหยาดน้ำที่หางตาเธอ

“ขอโทษด้วยนะคะที่เล่าเรื่องแย่ๆ แบบนี้ให้คุณฟัง”

“ไม่เลยครับ ไม่เลย” เขาพูดออกมาได้แค่นั้น ไม่มีถ้อยคำปลอบใจอื่นใดอีก เขาอยากพูดมากกว่านั้น แต่คิดได้เท่านี้ เราต่างก็เป็นนักระบำไฟเหมือนอย่างที่เธอว่านั่นแหละ เขาคิด แต่ไม่ได้พูดมันออกไป ปล่อยให้ความเงียบทำงาน เวลาอาจเยียวยาได้ แต่ไม่ช่วยให้ลืม แล้วเธอก็ทำลายความเงียบนั้น

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอกล่าวลา

“ยังมีอีกหลายตู้ที่ยังต้องไปทักทายและบอกลากัน ขอบคุณมากนะคะที่สละเวลาฟังเรื่องไร้สาระของฉัน” เธอผลิยิ้ม
“ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมฉันถึงเล่าอะไรต่อมิอะไรให้คุณฟังตั้งมากมาย” เธอหันไปมองทางตู้ปลากะรัง หรือกำลังตั้งใจมองโซนแมงกะพรุนที่ถูกปิดตายอีกครั้งเขาก็ไม่แน่ใจ แล้วเธอก็ก้าวยาวลับหายไป พาผมสีเพลิงล่วงสู่โซนจัดแสดงอื่น เขารู้สึกได้ว่า อาการชาที่ขาหายสนิทแล้ว จึงค่อยๆ ชันตัวลุกยืน ถ่ายน้ำหนักไปที่ไม้เท้า

หมดธุระกับที่นี่แล้ว รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้เข้าไปเห็นอดีตกาลของลูกสาวอีกครั้ง แต่ใช่ว่ามีแต่เราที่ผิดหวัง เขาคิด แล้วเดินย้อนกลับไปยังอุโมงค์ ขณะกำลังก้าวพ้นผ่านบรรดาฝูงปลาที่รายล้อม เขาหยุดเดิน เงยหน้าขึ้นมองกระเบนนกตัวหนึ่งที่กำลังว่ายโฉบผ่านเหนือหัวเขาไป ประหนึ่งนกแหวกว่ายเวิ้งฟ้า

มันจะใช่แม่กระเบนตัวนั้นรึเปล่านะ เขาคิด แล้วก้มหน้าสาวเท้าต่อไปตามทาง

ชายคาเรื่องสั้นเป็นกิจกรรมน้ำหมึกโดย ‘คณะเขียน’ ซึ่งเปิดพื้นที่วรรณกรรมมากว่าทศวรรษ ก่อนย้ายตัวเองจากสิ่งพิมพ์มาสู่ออนไลน์ตั้งแต่มกราคม 2022 โดยนักเขียนที่สนใจสามารถส่งประกวดเพื่อคัดเลือกเรื่องสั้นที่ดีที่สุดของแต่ละเดือนมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ The Isaan Record อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจชายคาเรื่องสั้น

image_pdfimage_print