คุณเคยดู ‘ปิงปองโชว์’ ในสถานบันเทิงไหม หากคุณเคยเห็นนั่นถือเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเลยทีเดียว แต่คุณรู้หรือไม่ว่า กลุ่ม Sex workers ต้องทรมานกับการแสดงนั้นแค่ไหน ถึงเวลาหรือยังที่จะจัดการงานโชว์นั้นให้ปลอดภัยและคุ้มครองนักแสดงเหล่านั้น 

การท่องเที่ยวทางเพศเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้มหาศาลทั้งในระดับประเทศและระดับผู้ประกอบการ เป็นธุรกิจที่ทุกคนรู้ว่า มีอยู่แต่ต้องจำใจแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นโดยอ้างว่า เป็นเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย ซึ่งการท่องเที่ยวทางเพศนี้มีทั้งในรูปแบบบริการทางเพศและเซ็กส์โชว์ (Sex show)

หากพูดถึง sex show ในประเทศไทย สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวของใครหลายคนคงหนีไม่พ้น ‘ปิงปองโชว์ (Ping Pong Show)’ การแสดงความสามารถพิเศษที่ทำลายทุกข้อจำกัดของอวัยวะเพศหญิง โดยผู้แสดงจะใช้กล้ามเนื้อเชิงกรานของตนจับ ปล่อย หรือเป่าวัตถุออกมาจากช่องคลอด เช่น การใช้พู่กันในการคัดลายมือ เปิดขวดโซดา สูบบุหรี่ เป่าลูกดอก สาวเชือกและดึงใบมีดโกนออกมาจากช่องคลอด และที่ขาดไม่ได้ คือ การเป่าลูกปิงปองออกจากอวัยวะเพศ
ประสบการณ์รับชมการแสดงสุดวาบหวิวเหล่านั้นถูกส่งต่อกันแบบปากต่อปาก ทั้งจากผู้มีประสบการณ์ดูการแสดงดังกล่าวกับตาตัวเองแล้วบอกเล่าแบบปากต่อปากสู่คนใกล้ตัว หรือคนที่หาข้อมูลจากการรีวิวในสื่อสังคมออนไลน์ โดยปิงปองโชว์มักถูกพูดถึงในบริบท ‘ความอัศจรรย์ของโยนี’ ทำให้เกิดความตื่นใจและสร้างความอยากรู้อยากเห็นต่อผู้รับรู้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ปิงปองโชว์: ความสามารถทั่วไปของร่างกายที่สามารถฝึกฝนและอาจเกิดการบาดเจ็บได้

“จริงๆ แล้วไม่ว่า อวัยวะใดในร่างกาย ถ้าเราอยากแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจากบุคคลอื่นก็ต้องมีการฝึกฝนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้อวัยวะเพศหรืออวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย”

พ.ต.ท.พญ.ลักขณา จักกะพาก เลขาธิการสมาคมเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ (ประเทศไทย) เครดิตภาพ โรงพยาบาลตำรวจ

พ.ต.ท. พญ.ลักขณา จักกะพาก เลขาธิการสมาคมเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ (ประเทศไทย) เสนอให้มองอวัยวะเพศเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเหมือนอวัยวะทั่วไปและอันตรายที่เกิดขึ้นต่ออวัยวะนั้นไม่ต่างจากการออกกำลังกายรูปแบบอื่น ดังนั้น การใช้อวัยวะเพศในการทำกิจกรรมใด ๆ เช่น ปิงปองโชว์ เป็นความสามารถปกติของร่างกายที่สามารถฝึกฝนได้ และการที่ผู้ทำโชว์สามารถควบคุมอวัยวะเพศของเขาได้ขนาดนี้แปลว่ากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานของพวกเขามีความแข็งแรงกว่าผู้หญิงทั่วไป ส่วนอันตรายที่เกิดขึ้นต่ออวัยวะไม่ต่างจากการออกกำลังกายรูปแบบอื่น เช่น การติดเชื้อโรค การเกิดแผล เป็นต้น

ลักขณา เสริมว่า ในช่วงแรกปิงปองโชว์อาจมีแค่การนำลูกปิงปองใส่ในช่องคลอด แล้วใช้แรงดันในช่องท้องรวมถึงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานในการขับลูกปิงปองออกมา โดยผู้แสดงสามารถควบคุมตำแหน่ง ทิศทาง และความเร็วในการขับลูกปิงปอง แต่เมื่อการแสดงดังกล่าวเริ่มแพร่หลายทำให้ความน่าตื่นใจของโชว์เริ่มจางลง ผู้แสดงบางส่วนจึงมีการพัฒนาการแสดงให้แปลกใหม่ขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดกลุ่มผู้รับชม 

ดังนั้นความอันตรายที่เกิดขึ้นต่อร่างกายของผู้แสดงจึงขึ้นอยู่กับรูปแบบการโชว์และความอันตรายนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้แสดงและผู้รับชม เช่น การแสดงที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมก็ต้องระวังความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อเนื่องจากมีการสัมผัสสารคัดหลั่งจากบุคคลหนึ่งสู่อีกบุคคล เช่น การให้รับลูกปิงปองด้วยมือหรือปาก 

ขณะที่การใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคลอดนั้นต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์ ถ้ามีการดูแลความสะอาดอย่างถูกต้อง อัตราความเสี่ยงในการการติดเชื้อบริเวณช่องคลอดก็จะลดลง หรือหากต้องสอดใส่ของมีคมหรือสิ่งมีชีวิต ผู้ทำการแสดงส่วนใหญ่จะใส่ตัวป้องกันผนังช่องคลอดแล้วค่อยใส่มีดโกน 

“ปัจจุบัน sex show ในประเทศไทยก็ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายทำให้ไม่สามารถควบคุมว่าอะไรปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย และไม่ได้มีการสอนทั้งการสอนผู้ที่ขึ้นโชว์หรือการสอนลงไปในหลักสูตรของแพทยศาสตร์บัณฑิต” ลักขณา กล่าว

นอกจากนั้น หลักสูตรทางการแพทย์หรือคลังวิชาการในปัจจุบันยังขาดการให้ความรู้หรือการสร้างความเข้าใจในการดูแลรักษาผู้ประกอบอาชีพทางเพศ คือ หากแพทย์พบผู้มีอาการติดเชื้อหรือบาดเจ็บอวัยวะเพศจากการแสดงหรือจากการมีเพศสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น แพทย์ควรรักษาหรือให้คำแนะนำอย่างไร 

การให้คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ขึ้นโชว์ว่า หากเกิดการบาดเจ็บจากการแสดงควรทำอย่างไร หรือการดูแลอวัยวะเพศอย่างไรให้ปลอดภัยและลดการติดเชื้อ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อมูลที่หาได้ยากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

“ขึ้นอยู่กับความสบายใจของแพทย์ที่เขาสัมผัสได้ในเวลานั้นว่าสามารถบอกเหตุผลที่แท้จริงกับแพทย์ได้หรือเปล่า อย่างที่บอกไปว่ามันยังเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นั่นทำให้ผู้บาดเจ็บเกิดความรู้สึกกังวลหรือกลัว ซึ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุดคือ การที่ถูกดูถูกจากอาชีพที่เขาทำ เพราะฉะนั้นเนี่ยพลอยเชื่อว่าส่วนใหญ่ถ้าเขามีปัญหา เขาน่าจะพยายามรักษาด้วยตัวเองก่อน” ลักขณากล่าว

ทันตา เลาวิลาวัณยกุล ผู้ประสานงานกลุ่ม Empower Thailand

ทันตา เลาวิลาวัณยกุล ผู้ประสานงานกลุ่ม Empower Thailand องค์กรคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกคนรวมถึงคนทำงานทางเพศ กล่าวว่า ปิงปองโชว์เป็น sex show ที่รัฐบาลไทยต้องการสร้างความสำราญให้กับหน่วยสืบราชการลับ (CIA) ที่เข้ามาตั้งศูนย์บัญชาการอยู่ในไทยสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มจากในกรุงเทพฯ ก่อนจะมีการเผยแพร่และพัฒนารูปแบบการแสดงเรื่อย ๆ ไม่ต่างจากการแสดงมายากลที่ต้องอาศัยการฝึกฝน และแน่นอนว่ามีอุปกรณ์ป้องกันอยู่ภายใน

ทันตาเล่าถึงประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้ทำงานทางเพศว่า ผู้แสดงปิงปองจะมีการให้คำแนะนำเรื่องการดูแลความปลอดภัยเบื้องต้นสู่กัน และหากได้รับการบาดเจ็บก็จะไปพบแพทย์เหมือนเวลาได้รับการบาดเจ็บในอวัยวะอื่น แต่การแจ้งสาเหตุของการบาดเจ็บนั้นขึ้นอยู่กับความสบายใจของเจ้าตัวมากกว่า

หลักสูตรการแพทย์กับการบาดเจ็บอวัยวะเพศจากโชว์

แม้ปัจจุบันราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยจะมีหลักสูตรเวชศาสตร์ทางเพศ ซึ่งเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทางเพศทุกมิติ แต่ด้วยบริบทของสังคมและกฎหมายทำให้พนักงานบริการไม่สามารถอธิบายสาเหตุหรืออาการทางร่างกายของเขา แพทย์ก็ไม่สามารถเข้าไปละลาบละล้วงปัญหาผู้ป่วย ดังนั้นลักขณาจึงมองว่าหน้าที่ของสูตินรีแพทย์ที่มีต่อกลุ่มอาชีพพนักงานบริการจึงเป็นเพียงการตั้งรับปัญหา

จากประสบการณ์การเป็นสูตินรีแพทย์ของเธอพบว่า โดยทั่วไปผู้ที่มาพบแพทย์ด้วยอาการบาดเจ็บทางช่องคลอดนั้นมีหลายสาเหตุ ซึ่งแพทย์ไม่อาจรู้ประวัติว่าอาการบาดเจ็บนั้นเกิดจากการทำการแสดงหรือการมีเพศสัมพันธ์ เพราะบางครั้งการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างบุคคลก็มีกรณีที่นำสิ่งแปลกปลอมเข้าไปตามช่องคลอดเยอะเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เซ็กส์ทอยหรือการใช้วัตถุอื่นๆ ซึ่งเป็นรสนิยมและความชื่นชอบส่วนบุคคล

ฟองน้ำลูกเจี๊ยบ เครดิตภาพ: Chulalakeshop.com

กรณีที่พบได้บ่อย เช่น การใช้ ‘ลูกเจี๊ยบ (หรือ ฟองน้ำห้ามเลือด)’ ใส่ในช่องคลอดช่วงที่มีประจำเดือนเพื่อไม่ให้มีเลือดไหลออกมาขณะมีเพศสัมพันธ์ ลูกเจี๊ยบจะไปซับเลือดทำให้เกิดการอัดแน่นในช่องคลอด และหลายคนไม่สามารถเอาลูกเจี๊ยบออกได้ด้วยตนเอง ซึ่งวิธีการเอาลูกเจี๊ยบออกนั้นไม่ได้ถูกบรรจุในหลักสูตรแพทย์

นอกจากนั้นยังมีกรณีที่ใช้สิ่งแปลกปลอมอื่นระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เช่น ฝาขวดเบียร์ หนังยาง เป็นต้น ลักขณามองว่า สาเหตุมากจากการที่เซ็กส์ทอยยังผิดกฎหมายในประเทศไทย ทำให้หลายคนต้องประยุกต์สิ่งรอบตัวมาเสริมอรรถรสเนื่องจากสิ่งของเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้กับอวัยวะเพศของมนุษย์จึงอาจทำให้มีปัญหาบาดเจ็บช่องคลอด

“จริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ควรถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรเพศศึกษาตั้งแต่มัธยม คือ เรื่องรสนิยมทางเพศหรือรสนิยมในการมีเพศสัมพันธ์และการดูแลอวัยวะเพศ ทั้งเรื่องของการทำความสะอาดอวัยวะเพศภายนอกและการดูแลอวัยวะในช่องคลอดด้วย”
หากอนาคตประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 หรือการทำให้เซ็กส์ทอยถูกกฎหมาย ลักขณามองว่า แพทย์ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชาชนก็ต้องมีการพัฒนาในหลักสูตรและการให้บริการอย่างจริงจังตามหลักมาตรฐานในการรักษา

เสนอกฎหมายใหม่คุ้มครอง Sex workers

 เมื่อ 16 มี.ค. 66 จินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เสนอประเด็นกฎหมายใหม่สำหรับยุคใหม่ของพนักงานบริการว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามฯ 2539 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับเพศหลายคนถูกเอาเปรียบหรือขูดรีดและมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการแสวงหาประโยชน์หรือเก็บส่วย ตนจึงมีความต้องการแก้กฎหมายนี้ให้สอดคล้องกับหลักสากล

เจตจำนงดังกล่าวสามารถคลายความกังวลของลักขณาที่มีต่อธุรกิจทางเพศ คือ ประเด็นความก้ำกึ่งกับการค้ามนุษย์ เพราะอาจมีบางคนหาช่องทางในการใช้ประโยชน์ทางเพศจากกลุ่มผู้ให้บริการเหล่านี้ แม้บางคนเลือกประกอบอาชีพนี้ด้วยความเต็มใจ แต่บางคนอาจถูกบังคับให้กระทำและเป็นประเด็นที่ตรวจสอบได้ยากเพราะเป็นเรื่องอำนาจระหว่างบุคคล เช่น การบังคับให้ค้าประเวณีโดยไม่ยินยอม การค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างชาติที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

“บางคนก็อาจจะเต็มใจทำอาชีพนี้และให้ความยินยอมข้อตกลงระหว่างผู้จ้าง แต่บางครั้งข้อตกลงเหล่านี้กลับถูกเปลี่ยนแปลงภายหลัง เช่น ถูกบังคับให้ทำบางอย่างที่นอกเหนือจากที่ตกลงกัน บางกรณีถูกบังคับให้ทำงานมากกว่า 14 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าแรงงานทั่วไปอยู่แล้ว”ลักขณากล่าว

จินตนาให้ความเห็นว่า กฎหมายฉบับเดิมควรถูกยกเลิกและเขียนขึ้นใหม่ โดยมีสาระสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของผู้ให้บริการ และจะยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวสู่รัฐบาลและรัฐมนตรีใหม่ตามขั้นตอน พร้อมความหวังว่า กฎหมายนี้จะผ่านและได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพราะการทำ sex workers ให้ถูกกฎหมายเป็นนโยบายของหลายพรรคการเมืองที่กล่าวถึงในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

sex work ถูกกฎหมายเปิดทางค้าเพศเสรี?

หากร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ค้าประเวณีผ่านและผู้ให้บริการทางเพศสามารถเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานเหมือนอาชีพอื่น การถูกเอาเปรียบจากลูกค้าหรือเจ้าของกิจการอาจลดลงจะทำให้มีคนหันมาประกอบอาชีพทางเพศขึ้นหรือไม่?

ทันตาให้ความเห็นว่า ปัจจุบันมีหลายอาชีพที่ถูกกฎหมาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าไปทำอาชีพนั้นเช่นเดียวกับอาชีพบริการทางเพศ คือ จำนวนพนักงานบริการอาจเท่าเดิม เพียงแต่กลายเป็นอาชีพที่ถูกสังคมมองเห็นมากขึ้น เพราะทุกคนจะกลายเป็นแค่แรงงานหรือคนทำงานเท่านั้น ความสำคัญของกฎหมายนี้ คือ ทำให้ sex worker ไม่อยู่ในธุรกิจสีเทาอีกต่อไปและสามารถเปลี่ยนส่วยเป็นภาษีนำมาพัฒนาเศรษฐกิจและคุ้มครองคนทำงานได้ 

ลักขณาเห็นว่า กฎหมายเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้อาชีพบริการทางเพศได้รับการยอมรับจากสังคม โดยยกตัวอย่างเรื่องการทำแท้งหรือการยุติการตั้งครรภ์ที่ปัจจุบันสามารถทำได้ในกรณีที่อายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์ แต่ทว่าสิ่งนี้ยังคงไม่ได้รับการยอมรับในสังคมดังนั้นหากต้องการผลักดันประเด็น sex worker จึงไม่ควรจบที่การผลักดันให้ถูกกฎหมาย แต่ต้องปรับมุมมองของคนในสังคมที่มีต่อผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้ พร้อมการผลักดันนโยบายด้านสุขภาพและสวัสดิการ

ปิงปองโชว์เริ่มหายไปคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยทำ

ลักขณาคิดว่า ในระยะแรกการแสดงปิงปองโชว์เป็นการแสดงศักยภาพ ทักษะ และสมรรถภาพทางร่างกายของการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่มีความสัมพันธ์กับสมรรถภาพทางเพศ การมีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรงนั้นแสดงถึงการที่มีอวัยวะเพศที่สามารถบีบรัดอวัยวะเพศชายได้ดี ดังนั้นการแสดงเหล่านี้จึงมีมิติเรื่องการเป็นแรงดึงดูดทางเพศและได้รับความนิยมในยุคสมัยหนึ่ง 

การแสดงปิงปองโชว์เป็นการเรียนรู้จากคนสู่คน จากผู้เคยทำสู่ผู้ที่มีความสนใจแต่พวกเขาอาจไม่มีพื้นฐานในการทำความเข้าใจเรื่องกายวิภาค ความปลอดภัย หรือการดูแลหากเกิดการบาดเจ็บเบื้องต้น นอกจากนั้น การแสดงปิงปองโชว์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่การแสดงโดยใช้ลูกปิงปองอย่างเดียวแต่มีการแสดงอื่นๆ ที่ดูอันตรายและมีความพิเศษมากขึ้นทำให้ผู้ที่จะทำโชว์ต้องเตรียมตัวหลายอย่าง นอกจากนั้นการถูกควบคุมโดยรัฐก็มีผลเช่นกัน

ในต่างประเทศก็เคยมีการทำโชว์ลักษณะนี้ คือ การโชว์บิดอวัยวะเพศชาย โดยหักอวัยวะเพศชายเป็นลักษณะต่างๆ พร้อมเล่าเรื่องประกอบเปรียบเหมือนการแสดงคอมเมดี้รูปแบบหนึ่งและเคยได้รับการยอมรับในสังคมจนถึงขั้นได้ออกทีวี กระทั่งถูกควบคุมช่วงหลังทำให้การแสดงเหล่านี้เริ่มหายไป

“มนุษย์มีความสนใจเรื่องเพศเป็นพื้นฐาน ดังนั้นผู้ที่สามารถแสดงทักษะการใช้อวัยวะเพศได้แตกต่างจากบุคคลทั่วไปจึงสามารถสร้างความตื่นเต้นและได้รับความสนใจจากสังคม” ลักขณา กล่าว

ปิงปองโชว์มักถูกพูดถึงแค่มุมมองความอัศจรรย์ของอวัยวะเพศหญิง แต่กลับถูกหลงลืมมิติสุขภาพที่ขาดการดูแล ทั้งที่เป็นเรื่องที่มีคนรู้ทั่วโลกแต่กลับถูกทำให้อยู่ใต้พรมและไม่มีแนวทางในการควบคุมดูแล และเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้เป็นมิติการเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น sex tourism ที่นำเซ็กส์มาใช้การรณรงค์การท่องเที่ยว โดยไม่ละเลยมิติสุขภาพเพราะ sex work เป็นการทำงานโดยใช้ร่างกายและถ้ามีการใช้ร่างกายหมายความว่าต้องมีปัญหาสุขภาพตามมา

“ความน่าเสียดายของปิงปองโชว์ คือ เราสามารถผลักดันให้เป็น Sex Culture ของประเทศไทยได้ เพราะมีมิติเรื่องประวัติศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องของสื่อลามกหรือมองแค่ความตื่นตาของการแสดง” ลักขณา กล่าว

อ้างอิง

หมายเหตุ : สารคดีชิ้นนี้อยู่ในโครงการ Journalism that Builds Bridges (JBB) สนับสนุนโดยสถานทูตเนเธอร์แลนด์ สถานทูตฟินแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ UNDP และ UNESCO

image_pdfimage_print