อเล็กซ์ ธนวัน ภูมิแสนโคตร ดีไซเนอร์น้องใหม่ ว่าที่บัณฑิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขาเป็นนักออกแบบที่มีภูมิหลังเป็นชาว จ.ร้อยเอ็ด เติบโตมากับเสียงลำเสียงแคน และคุณพ่อผู้เป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะแบบท้องถิ่นอีสานขนานแท้ ความใกล้ชิดกับการทำงานด้านศิลปะได้หลอมรวมและจุดประกายไฟฝันให้เขาเข้ามาร่ำเรียนด้านการออกแบบและแฟชั่น สร้างสรรค์งานศิลปะแบบท้องถิ่นและผสมผสานกับศิลปะแบบญี่ปุ่นที่ชื่นชอบเป็นทุนเดิม 

ก่อนหน้านี้โปรเจ็คสำเร็จการศึกษา ที่ชื่อ ออกแล่น Land Design : Thesis Exhibition 2023 โครงการออกแบบเครื่องแต่งกาย แวราเบิล อาร์ต (wearable art) อเล็กซ์ได้นำเสนอการออกแบบเครื่องแต่งกายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง ลำมัจฉาฮิโนกิ ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของสัตว์ทะเลที่ได้รับผลกระทบจากขยะ โดยการออกแบบครั้งนี้ใช้เทคนิคผ้าไหมมัดหมี่ทอแทรกเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลและผ้าพิมพ์ที่ใช้ศิลปะลัทธิเสมือนจริง ด้วยวิธีการนำเสนอของโชว์ที่ใช้กลอนลำในเพลงลำมัจฉาฮิโนกิ ประกอบกับคาเเรคเตอร์ของนางแบบทั้ง 5 คน ที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกเศร้ามอง สิ้นหวัง จากผลกระทบของปัญหาขยะในทะเล จึงทำให้โปรเจ็คนี้สร้างความน่าสนใจให้กับผู้คนในวงการศิลปะและแฟชั่นเป็นอย่างยิ่ง

ล่าสุดผลงานการออกแบบของอเล็กซ์ ได้ถูกนำเสนอบนเวทีระดับประเทศ ในงาน Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2023 (BIFW2023) ที่สุดแห่งเวทีแฟชั่นวีกระดับโลก ภายใต้แนวคิด “The Future of Fashion” ร่วมสร้างคุณค่าอันยั่งยืน (Sustainability) บนโลกแฟชั่นแห่งอนาคต ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 – 8 ตุลาคม 2566 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน กรุงเทพฯ ผลงานการออกแบบชุดมัจฉาฮิโนกิของอเล็กซ์ ก็ได้ขึ้นโชว์และเผยสู่สายตาชาวไทยและคนในวงการแฟชั่นทั่วโลกเช่นกัน

ทำความรู้จักอเล็กซ์ ดีไซเนอร์หนุ่มจากเมืองร้อยเกินผ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ และหวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านจะเข้าใจและลึกซึ้งกับศิลปะการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัดมากยิ่งขึ้น 

ภูมิเก่าเค้าหลังของดีไซเนอร์น้องใหม่สายเลือดอีสานเป็นอย่างไร

จริงๆ ก่อนที่จะมาเรียนแฟชั่น ผมเรียนสถาปัตย์มาก่อน เป็นคนชอบวัฒนธรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ชอบความเป็นอีสานและความเป็นญี่ปุ่น แต่ที่ผมมาเรียนแฟชั่นเพราะผมเป็นคนชอบออกแบบมากกว่า ชอบมีภาพในหัวเวลาเห็นคนอื่นเดินมาว่าคนนี้ต้องใส่ชุดแบบนี้ถึงจะเหมาะสม ใส่แล้วจะมีความมั่นใจ ผ่านคาแรคเตอร์ของตัวเอง 

แต่ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนไม่ชอบเสื้อผ้าและแต่งตัวไม่เก่ง ซึ่งกลับกันผมเป็นคนที่ชอบศิลปะแบบไทยๆ ลายไทย โบสถ์ วัด อาจจะด้วยความที่คุณพ่อเป็นช่างศิลป์ รับจ้างสร้างโบสถ์ ที่ จ.ร้อยเอ็ด ผมเคยไปแกะเทียนช่วยพ่อ ตามพ่อไปสอนเด็กๆ ผมเลยรู้สึกว่าตัวเองคลุกคลีกับศิลปะแบบไทยๆ มานาน เพราะที่ จ.ร้อยเอ็ด ก็มีวัฒนธรรมและศิลปะให้เราชมตลอด และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมใช้มันจรรโลงไปพร้อมกับงานศิลปะและงานออกแบบคือ “หมอลำ” ผมเป็นคนที่ชอบฟังหมอลำมาก แต่ฟังเข้าใจไม่เข้าใจบ้างปนเปกันไป สิ่งที่ผมเสพคือทำนองและความไพเราะของมันมากกว่า

ผมจะรู้จักกับหมอลำรุ่นครูท่านหนึ่ง ซึ่งหลายคนก็คงรู้จักท่านเป็นอย่างดี หมอลำฉวีวรรณ ดำเนิน ซึ่งผมจะเรียกท่านว่าย่าฉวีวรรณ ผมรู้จักท่านผ่านคุณพ่อ เพราะคุณพ่อจะสนิทกับย่าฉวีวรรณ ไปมาหาสู่กันตลอด ผมรู้สึกว่าผมรู้สึกชอบหมอลำและซึมซับกลอนอีสานส่วนหนึ่งก็มาจากคุณย่า กลอนอีสานเป็นการใช้ภาษาที่มีความลึกซึ้งละเมียดละไมมากๆ กลอนอีสานที่ผ่านการร้องจากสดๆ จากน้ำเสียงของหมอลำผสานกับเสียงแคน มันทำให้เห็นถึงรากวัฒนธรรมที่แท้จริง เห็นการใช้ภาษาในการเล่าผ่านกลอน เห็นคำในภาษาอีสานแบบดั้งเดิม และเห็นการอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบ เป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ

แฟชั่น หมอลำ คำกลอน  และมัจฉาฮิโนกิ มาอยู่ร่วมกันในงานคุณได้อย่างไร

ผมเชื่อว่าหมอลำอยู่คู่กับคนอีสานมานานมาก สังเกตง่ายๆ เลยคือคำว่า”“หมอ” มันหมายถึงการรักษา เมื่อมีการเจ็บป่วยจะต้องมีหมอ และหมอลำกับหมอแคนก็จะอยู่คู่กัน ย่าฉวีวรรณเคยบอกผมว่า “คนสมัยก่อนเขาจะใช้ดนตรีบำบัด ใช้นาฏยกรรมในการรักษาคน” ความสนุก ความไพเราะ หรือเสียงเพลง จะเป็นสิ่งเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าหมอลำอยู่กับคนอีสานมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว และการออกแบบในครั้งนี้ มันมีความคิดหนึ่งจุดประกายขึ้นมาในหัว ว่าหากเราเอาเพลงเอาหมอลำมาเป็นโจทย์ในการออกแบบชุด คงจะน่าสนใจไม่น้อย

หลังจากความคิดนี้จุดประกายขึ้นในหัวได้สักพัก ก็มีเรื่องตลกที่มาจากความบังเอิญเกิดขึ้น ด้วยความที่ทุนเดิมของผมเองเป็นคนที่ชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากๆ ตอนที่คิดโปรเจ็คและเลือกแนวคิดในการทำชุด ผมดันไปฟังเพลง ลำมัจฉาฮิโนกิ มันเป็นกลอนลำที่เล่าถึงนางเงือกผู้หนึ่ง เดินทางมาประเทศไทย และฝันว่าได้เจอพญานาค นางอยากเจอพญานาคมากและได้ดั้นด้นมาที่ประเทศไทย ซึ่งระหว่างทางก็เจอสัตว์น้ำสัตว์ทะเลมากมาย แต่สุดท้ายเธอก็ผิดหวังและไม่ได้พบพญานาคดังที่ใจหมาย แต่สิ่งที่เธอได้พบกลับเป็นเรือดำน้ำของประเทศไทย 

สิ่งนี้ผมมองว่ามันเป็น Fact ของเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่สมัยของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการซื้อเรือดำน้ำจากจีนมา 1 ลำ ผมมองว่ากลอนลำกลอนนี้มันเป็นการกล่าวถึงรัฐบาลทางอ้อม แต่ด้วยเนื้อหา จังหวะ และทำนองที่มีความสนุกสนาน จึงทำให้เพลงนี้ดู Soft ลง เอาเข้าจริงๆ ผมรู้สึกว่าเพลงอีสานถูกใช้เรียกร้องอะไรหลายๆ อย่างมานานมาก ทั้งความเท่าเทียม หรือการทลายวาทกรรมต่างๆ เช่นเดียวกับกลอนลำกลอนนี้ 

ถ้าฮิโนกิมาไทย อิโนกิจะเจออะไร? แน่นอนว่าสิ่งที่ฮิโนกิจะเจอมันคือปัญหาทางทะเล และปัญหาของทะเลไทยเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงมาก ขยะ มลพิษ สิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่อยู่ใต้น้ำหรือแม้กระทั่งเหนือน้ำส่งผลกระทบโดยตรงกับสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ นี่เองจึงทำให้ผมนำ 3 อย่างนี้มารวมเข้าด้วยกัน ระหว่างความเป็นญี่ปุ่น ความเป็นอีสาน และปัญหาทางทะเลไทยของประเทศไทย ทั้งหมดมันได้หลอมรวมและกลายเป็นผลงานของผมในครั้งนี้และผมดีใจมากๆ ที่ได้ฟังเพลงนี้ในวันนั้น

อเล็กซ์ – ธนวัน ภูมิแสนโคตร

ทำไมจึงเลือกใช้ไมโครพลาสติกในการออกแบบ

ในการออกแบบและตัดเย็บครั้งนี้ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ผ้าบางผืนไม่ใช่ผ้าไหมแท้ๆ แต่ภายผ้าผืนนั้นมีขวดพลาสติกซ่อนอยู่ ผมได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์ ที่เขานำขวดพลาสติกไปผลิตเป็นเส้นใย ซึ่งเมื่อนำมาถักทอแล้วก็มีความเหมือนกับเส้นใยจากไหมแท้ๆ อย่างแยกไม่ออก นำมาตัดเย็บได้จริง สวมใส่ได้จริง และมีความสวยเหมือนผ้าไหมแท้ๆ

การใช้เส้นใยจากไมโครพลาสติก ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากสื่อให้เห็นถึงปัญหาไมโครพลาสติกในทะเลเช่นกัน เพราะว่ามันแทรกซึมอยู่ในตัวปลาและสัตว์ทะเลหลายชนิด ซึ่งผมได้เปรียบผ้าไหมเป็นปลา ผ่านผ้า 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งจะแทรกเส้นใยจากพลาสติก ส่วนอีกชิ้นจะไม่ได้แทรกเส้นใยพลาสติก ความเหมือนและความกลมกลืนของผ้าทั้ง 2 ชิ้น ทำให้ไม่มีใครแยกออกได้เลยว่า ชิ้นไหนแทรกเส้นใยพลาสติกและชิ้นไหนไม่แทรกเส้นใยพลาสติก เช่นเดียวกันนั้น มนุษย์เราก็ไม่สามารถแยกได้ว่าปลาตัวใดมีไมโครพลาสติก กับปลาตัวใดที่ไม่มีไมโครพลาสติก 

ส่วนขั้นตอนในการออกแบบและผลิตชุดทั้งหมด ผมออกแบบชุดผมให้เป็นชุดนางเงือกและนำเสนอผ่านนางแบบให้มีคาแรคเตอร์ที่เศร้า ทรมาน น่าสงสาร เพราะผมมองว่า มนุษย์เราพอเห็นเพื่อนมนุษย์มีความทรมาน ก็จะเกิดความสงสาร ขณะเดียวกันหากเราเห็นสัตว์ทรมาน เราอาจจะดูไม่ออกก็ได้ว่าสัตว์เหล่านั้นกำลังได้รับความทรมาน ผมกำลังจะหมายความว่า มนุษย์มักจะสงสารแค่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากกว่าสัตว์ แต่ความจริงนั้น เราควรสงสารทุกสิ่งบนโลกอย่างเท่ากัน 

การที่ผมเลือกนางเงือกมานำเสนอ เป็นเพราะผมคิดว่าคนจะอินกับนางเงือกได้เร็วกว่าสัตว์ทะเลอื่นๆ อีกอย่างคือผมอยากทำเป็นเงือกญี่ปุ่นจากความชอบของเราที่เป็นทุนเดิม ผมเลยไปศึกษาดูว่าเงือกญี่ปุ่นเขาแต่งตัวยังไง ซึ่งความจริงนั่น ประเทศญี่ปุ่นเองก็มีนางเงือกเหมือนกัน โดยจะเรียกว่า นิงเงียว (ญี่ปุ่น: 人魚; โรมาจิ: Ningyo; “ปลามนุษย์”) และชุดแต่ละชุดก็จะมีสตอรี่เรื่องราวแตกต่างกัน

ชุดแรกจะมีลักษณะเหมือนเทพเจ้า มีความนิ่งความสง่ามากกว่า ชุดถูกออกแบบและตัดเย็บด้วยผ้าไหมเพราะถือว่าเป็นผ้าที่มีมูลค่าราคาสูง ส่วนชุดที่สองเป็นชุดที่เล่าถึงสัตว์ทะเลที่กินสัตว์ทะเลด้วยกันจนท้องแตก แขนที่ทะลุออกมาจากเสื้อก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักบวชญี่ปุ่น หรือที่ชาวญี่ปุ่นรู้กันในชื่อแม่ชีญี่ปุ่นยาโอบิคุนิ (YAOBIKUNI) ชุดนี้ผมอยากจะสื่อว่า สัตว์ทะเลก็มีการกินสัตว์ทะเลด้วยกันเอง และในตัวของสัตว์ทะเลที่เป็นเหยื่อก็มีไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน 

ส่วนชุดที่สามจะเป็นชุดนางเงือกที่ติดแห ผมได้แรงบันดาลใจมาจากภาพปลาวาฬที่ถูกแหขูดเนื้อจนเห็นเป็นแผลทั้งตัว ซึ่งมันมีความทรมานและน่าสงสารมาก และชุดที่สี่จะเป็นชุดที่เล่าถึงร่างกายของสัตว์ทะเลที่ถูกขูดเนื้อหนังออกหมดแล้ว แต่ยังคงคืบคลานลากเอาเพื่อนสัตว์ทะเลและนางเงือกมาด้วย ชุดนี้ถูกเล่าผ่านคำว่า “เหลือใจ” ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกตั้งคำถามว่า ทำไมฉันต้องมาตายด้วยขยะพลาสติก? 

และชุดสุดท้ายคือชุด “คำขอก่อนสิ้นใจ” ที่สะท้อนให้เห็นถึงการขอร้องให้มนุษย์หยุดทำลายทะเลด้วยวิธีการต่างๆ เพราะชาวใต้ทะเลต่างได้รับผลกระทบ ชุดนี้ผมจะเล่าเรื่องราวผ่านผ้าคลุมกิโมโน เพราะคนญี่ปุ่นมักจะเล่าเรื่องราวผ่านกิโมโนอยู่แล้ว ผมเลยเอาภาพพิมพ์เล่าเรื่องราวคำขอก่อนสิ้นใจถ่ายทอดผ่านผืนผ้ากิโมโนผืนนี้

ผลงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความภูมิใจของอเล็กซ์คนเดียว แต่มันเป็นความภูมิใจของชาว อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ด้วย?

เท้าความก่อนว่า การสร้างสรรค์ชุดนี้ขึ้นมาไม่ได้เกิดจากผมคนเดียว แต่ชุดนี้ถูกถักทอด้วยน้ำมือของผู้ชำนาญการด้านการทอผ้าที่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ที่นันผ้าไหมขึ้นชื่อมากเรื่องผ้าไหม มีการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นเยอะมาก หลังจากที่อาจารย์ให้ข้อมูลสำหรับการติดต่อ ผมก็ขับรถวิ่งตรงไปที่ อ.นาโพธิ์ ทันที พอไปถึงผมทึ่งมากกับผลงานของแม่ๆ เป็นศิลปะบนผืนผ้าที่มีความล้ำมากๆ สำหรับผม มันมีความอินเตอร์ ทันสมัย และควรค่าแก่การต่อยอดที่สุด ซึ่งผมไม่ผิดหวังเลยเลือกฝากผลงานของผมในครั้งนี้ไว้กับฝีกี่ของแม่ๆ ช่างทอชาวนา อ.นาโพธิ์

ตอนที่ผมไปอยู่หมู่บ้าน แม่ๆ บอกว่าอะไรที่เป็นเส้นเราสามารถทอได้หมดผมเลยเสนอไปว่าถ้าเราเอาเส้นใยจากไมโครพลาสติกมาแทรกบนผืนผ้าแทนเส้นไหม ผ้าผืนนั้นคงจะมีความน่าสนใจมากๆ และลายเเรกที่ผมให้แม่ๆ ทำการมัดหมี่ คือ “ลายเกล็ดปลา” สำหรับการทำเป็นชุดนางเงือก 

หลังจากที่ได้ผืนผ้าที่ถักทอมาแล้วผมก็ส่งผลงานกลับไปให้แม่ๆ ดูประจำ ตั้งแต่การออกแบบ ฟิตติ้ง ตัดเย็บ จนไปถึงสวมใส่จริง ผมอยากให้แม่ๆ ได้เห็นว่าผลงานจากฝีมือท่านผมได้นำมาสร้างสรรค์และต่อยอดเป็นแบบนี้ 

แม่ๆ เล่าว่าบางครั้งคนญี่ปุ่นเองก็มีการซื้อผ้าจากคนไทยไปทำกิโมโนเช่นเดียวกัน เอาเข้าจริงๆ แล้ว ผมว่าศิลปะการถักทอถือเป็นพื้นฐานทางวัฒนธรรมเช่นเดียวกับศิลปะด้านอื่นๆ การทอผ้าแบบญี่ปุ่นและการทอผ้าแบบอีสานมีเทคนิควิธีคล้ายกันมาก หากแต่แต่ละพื้นที่จะน้ำผืนผ้าที่ได้ไปใช้ประโยชน์อย่างไรเท่านั้น

ที่นาโพธิ์ให้อะไรกับผมมากกว่าผืนผ้าและชิ้นงาน ความเป็นครอบครัว ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ จนทำให้ผมรู้สึกเติบโตขึ้นบนเส้นทางสายออกแบบจากที่นั่นไม่แพ้กันกับการเรียนในห้องเรียน ผมดีใจที่ได้หยิบยกเอาความเป็นอีสานมาเล่าใหม่ผ่านตัวตนของผมที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่น และแม่ๆ เองก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ไปพร้อมกับผม 

ดีไซเนอร์รุ่นใหม่อยากเห็นอะไรในวงการแฟชั่นไทยในอนาคต

ความจริงผ้าทอไทยหากเราเข้าไปเรียนรู้จริงๆ เราจะได้เรียนรู้ทั้งชีวิตของคนทอที่เป็นเจ้าของผ้าผืนนั้น และนอกจากได้เรียนรู้ชีวิตของคนทอ เรายังได้เรียนรู้วิถีชีวิตเขาอีกด้วย นอกจากผ้าไหมที่สะท้อนถึงความเป็นไทยได้ดีแล้วการหยิบยกเอาวัสดุใกล้ตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็สำคัญเช่นกัน อย่างผมที่ลองนำไมโครพลาสติกมาถักทอเป็นผืนผ้า นอกจากจะให้ความสวยงามฟีลหมือนกันกับผ้าทอที่มาจากเส้นไหมจริงๆ แล้ว ยังเป็นการช่วยโลกช่วยทะเล และนำพลาสติกมารีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าอีกด้วย

พูดถึงเรื่องผ้าไหม ถ้าถามว่าในอนาคต ผ้าไหมมันจะยังคงเป็นที่นิยมอยู่ไหม? ผมมองว่า มันมีสิทธิ์หายไปในอนาคต แต่ผมยังไม่อยากให้มันหายไป และผมคิดว่าถ้าเราไม่อยากให้สิ่งไหนหายหรือตายจากเราไป เราต้องหล่อเลี้ยงมัน

อีกอย่างคือผมมองว่าภาครัฐควรมีส่วนที่จะสนับสนุนเด็กในการเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ให้ง่ายขึ้นด้วย หรือให้ทุนเกี่ยวกับการศึกษาด้านนี้อย่างเต็มที่ อย่างเด็กในมหาวิทยาลัยของผม เป็นเด็กที่มีศักยภาพ เพียงแต่ขาดแหล่งทุนมาสนับสนุน เมื่อเราไม่มีทุนเราก็ทำงานอย่างยากลำบาก เช่นเดียวกับผม ถ้าผมไม่มีทุนจากที่บ้าน ผมก็คงไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ถึงขนาดนี้ เรื่องเงินเป็นปัจจัยหลักมากๆ การทำงานทุกงานหรือการเรียนทุกสาขาวิชาควรที่จะได้เงินมาสนับสนุน 

จริงๆ แล้วงานศิลปะมันไม่ต้องการเงิน แต่ตัวศิลปินต่างหากที่ต้องการเงินเพื่อมาทำงานศิลปะ และถ้าประเทศไทยสนับสนุนงานศิลปะมากกว่านี้ ศิลปินจะสามารถดำรงชีวิตได้ดีเทียบเท่ากับอาชีพืชอื่นๆ มากกว่านี้ และวงการศิลปะมันจะโตไปข้างหน้า คนไทยเป็นคนที่มีศักยภาพสูง ทั้งชาวบ้านที่มีฝีมือ ศิลปินที่มีความเก่ง หรือคนอื่นๆ ที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะ อย่างชาว อ.นาโพธิ์ ที่ผมไปทำงานด้วย คนที่เขาทำผ้าไหมมาตั้งแต่เกิดเขาเก่งกว่าผมที่เรียนด้านนี้โดยตรงด้วยซ้ำ เขาควรได้รับการสนับสนุน และทุกคนที่รักงานศิลปะก็ควรได้รับการสนับสนุนเช่นกัน

image_pdfimage_print