เสียงเครื่องปรับอากาศได้ยินอย่างชัดเจนในภาวะที่ดึกสงัด ทว่าเธอไม่สามารถหลับตาลงได้ การอยู่เวรประจำวันในช่วงกลางคืน เป็นกิจวัตรที่ทำมาตลอดหลายสิบปี ชุดขาว เสื้อคลุมสีขาวที่สวมใส่ บ่งบอกว่าเธอมีหน้าที่รับผิดชอบ ห้องพักคนไข้บริเวณที่เธออยู่เป็นห้องรวม มีคนไข้นอนเรียงรายเกือบเต็มทุกเตียง ทุกคนต่างหลับใหล

ช่วงเวลาที่คนอื่นได้พัก เธอกลับต้องตื่น นาฬิกาชีวิตที่เดินไม่เหมือนใคร ยามกลางคืนที่ไม่วุ่นวาย ทว่าในบางครั้งก็เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น เธอเคยอยู่แผนกฉุกเฉินมาก่อน ช่วงกลางคืนคือช่วงความเป็นความตายที่ไม่อาจหลีกหนีได้ เสียงรถไซเรนที่ดังในเวลากลางคืน เป็นเสียงที่ไม่อยากได้ยิน

“ได้มาแล้วพี่ ของที่ฝากซื้อ” รุ่นน้องที่อยู่เวรด้วยกัน เดินกลับขึ้นมาชั้นบน หลังจากที่ลงไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อชั้นล่างของอาคารพักผู้ป่วยใน “ขอบใจมากนะ” เธอกล่าวขอบคุณ น้ำและขนมขบเคี้ยวเล็กน้อย พอช่วยให้บรรเทาความง่วงได้ในยามกลางคืน

บางสัปดาห์เธออยู่ประจำตึก บางสัปดาห์เธอเข้าไปเป็นพยาบาลผู้ช่วยในห้องผ่าตัด ด้วยความที่สนใจในการเรียนเฉพาะทาง วิสัญญีพยาบาลหรือพยาบาลดมยา จึงเป็นอีกหนึ่งงานที่เธอมีความมุ่งมั่น

อาการเจ็บป่วยคือความทรมาน หนทางที่ทำได้คือการช่วยให้ผู้ป่วยได้ไร้ความรู้สึกไปชั่วขณะ ภาวะนิทราคือภาวะจำลองของการปราศจากความเจ็บป่วย

ความเหนื่อยล้าของการอยู่เวรดึก หลังจากออกเวร เธอจึงกลับไปที่คอนโดฯ เพื่อพักผ่อน ร่างกายต้องการเพียงการพักผ่อนเท่านั้น ลมหายใจค่อยผ่อนลง แล้วเธอก็หลับไปในช่วงที่โลกภายนอกพระอาทิตย์กำลังขึ้น

ความมืดโรยตัวลงมาปกคลุมท้องฟ้าของกรุงเทพฯ อีกครั้ง เธอรู้สึกตัวเพราะเสียงโทรศัพท์ “เป็นอย่างไรบ้างลูก สุดสัปดาห์นี้กลับบ้านไหม คุณยายอยากเจอลูก” ปลายสายคือเสียงของแม่ที่มักจะโทรมาเพราะรู้เวลาทำงานของเธอเป็นอย่างดี “หนูคิดว่าจะกลับนะแม่ ถ้าไม่ติดเคสอะไร” เธอตอบด้วยเสียงนุ่มนวล

“ดูแลตัวเองนะลูก” คำพูดของแม่คือกำลังใจอย่างดี แม่คือคนที่สนับสนุนให้เธอเรียนพยาบาล จะได้ดูแลแม่และคุณยายยามเจ็บป่วย เธอก็ทำหน้าที่นั้นมาโดยตลอด เธอพาแม่กับคุณยายมาตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ถ้ามีอาการเจ็บป่วยก็จะรีบไปรับพามาโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่

ครอบครัวเรามีกันสามคน แม่ คุณยาย และตัวเธอ ที่จริงเธอเคยมีพ่อ แต่พ่อเสียไปตั้งแต่เธอยังเด็ก พ่อจากไปอย่างเงียบสงบ หลับและจากไป แม่บอกแต่เพียงว่า พ่อนอนหลับ พักผ่อน อีกไม่ช้าคงได้เจอกันอีก ด้วยความเป็นเด็ก แม่จึงตอบเธอเพียงเท่านั้น เมื่อโตขึ้นเธอจึงเข้าใจความหมายของคำว่าการหลับที่อาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

เวลาทำงานวนกลับมาอีกครั้ง ใช้เวลาเดินจากที่พักไม่เกินยี่สิบนาทีก็ถึงตึกที่ทำงานเป็นประจำ เข้ารับเวรต่อจากพยาบาลคนก่อนหน้า เธอเดินตรวจเช็คดูความเรียบร้อยของคนไข้ทุกคน ความสงบเงียบปรากฏกายในยามดึกอีกครั้ง แม้แสงไฟบริเวณทางเดินจะสว่าง ทว่าไร้ซึ่งเสียงใด เพราะเวลาแบบนี้คือเวลาของการพักของคนไข้ ขณะที่พยาบาลอย่างเธอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ จนกระทั่งช่วงใกล้เช้า

คุณหมอเวรก็แวะเวียนมาดูอาการคนไข้เช่นกัน “ตามญาติคนไข้เตียงนี้ให้หน่อยครับ” เสียงคุณหมอดังขึ้น เตียงคนไข้ถูกเข็นไปที่ห้องฉุกเฉิน หลายชั่วโมงผ่านไป เตียงนั้นก็ไม่ได้ถูกเข็นกลับมา จะว่าชาชินแล้วก็ได้ ที่เห็นการหลับไปโดยไม่ตื่นอีกเลย

เธอเดินกลับคอนโดฯด้วยความเหนื่อยล้า ใช้เวลาอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ล้มตัวลงนอน โดยไม่ได้มีเวลาคิดอะไรเลย ร่างกายทำงานอัตโนมัติ เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ปิดสวิตช์ทุกอย่างลง ทุกอย่างดูพร่าเลือนไป เหมือนเข้าไปอยู่ในแคปซูลกาลเวลา ไม่ได้ฝัน ว่างเปล่า รู้สึกตัวอีกทีจากเสียงสัญญาณโทรศัพท์

เสียงของเขาที่เธอคุ้นเคย “มีเวลามาเจอกันบ้างไหม” บางครั้งเขาก็แวะเอาอาหารมาให้ถึงที่ทำงาน เธอกับเขานาฬิกาชีวิตแตกต่างกัน เขาเป็นนักวาดภาพ มีเวลาอิสระในการทำงาน เขามักจะหมกมุ่นอยู่กับการวาดภาพ เริ่มจากความเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัย จนความสัมพันธ์ดำเนินไปเรื่อยอย่างสบายใจกันทั้งสองฝ่าย มีแค่เขาที่เข้าใจหน้าที่การงานของเธอ เวลาของเธอให้กับงานเป็นอันดับแรก

“อีกสัปดาห์หนึ่งก็มีเวลาได้หยุดแล้ว เดี๋ยวจะบอกอีกทีนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงทอดยาว

เคสผ่าตัดใหญ่รออยู่ที่โรงพยาบาล เธอต้องไปทำหน้าที่ส่งคนเข้าแคปซูลกาลเวลา ภาวะของการหลับ เหมือนกับการแช่แข็งความรู้สึกเอาไว้ ส่วนร่างกายนั้นก็ได้รับการเยียวยารักษา

ในห้องผ่าตัด แสงไฟสว่าง ทีมผ่าตัดพร้อมแล้ว ทุกคนประจำตำแหน่ง คุณหมอ พยาบาล และเธอก็ทำหน้าที่พยาบาลวิสัญญีอย่างเต็มที่ อุปกรณ์ ยา สิ่งจำเป็น คอยเฝ้าระวังอาการผู้ป่วย รักษาภาวะของการนิทราให้คงที่ เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้ตื่นจากความหลับใหลขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

แม้จะเข้าห้องผ่าตัดมาหลายครั้ง ทว่าทุกครั้งที่ทำหน้าที่ หัวใจมักจะเต้นแรงเสมอ สติ สมาธิ และความระมัดระวังช่วยให้งานผ่านไปด้วยดีทุกครั้ง ทุกเสี้ยววินาทีมีความหมาย โดยเฉพาะคุณหมอที่ยืนระยะผ่าตัดยาวนานหลายชั่วโมง เป็นงานที่ใช้พลังกาย พลังใจ และความรับผิดชอบอย่างเต็มเปี่ยม

“เรียบร้อยครับ” เสียงบอกสถานการณ์ช่วงสุดท้ายของการผ่าตัด ทุกอย่างผ่อนคลายลง รู้สึกตัวอีกทีเธอก็เดินกลับที่พักอีกครั้ง แสงแรกของวันปรากฏขึ้น คอนโดฯ ที่พักสงบเงียบ ผู้คนออกไปทำงานแล้ว สวนทางกับเธอที่เดินทางกลับจากการทำงาน

พักผ่อนอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่ร่างกายต้องการ เข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์ ภาวะของการหลับไม่ลงจะสร้างความทรมานให้ร่างกาย ยังจำได้ว่าตอนที่จิตใจไม่ปกติ ที่ทำให้ภาวะตื่นยาวนานกว่าภาวะนิทรา แม้ว่าจะอยากหลับเพียงใด ทว่าความวุ่นวายใจทำให้ไม่อาจหลับได้ ช่วงนั้นถึงกับต้องพึ่งพายาคลายเครียดเพื่อให้หลับลงได้ เพราะร่างกายต้องการการพักผ่อน

คราใดที่ไม่สามารถหลับได้อย่างปกติ นี่เป็นสัญญาณเตือนถึงอาการไม่ปกติที่เกิดขึ้น เธอรู้ตัวเองเป็นอย่างดี ยามที่มีเรื่องกังวล ความคิดที่วนเวียนสับสนไปมา อาการนอนไม่หลับจะปรากฏขึ้นเป็นอย่างแรก ดูเหมือนว่าเป็นอาการปกติที่อาจจะไม่ต้องมีการรักษา แต่ที่จริงแล้วการไม่สามารถนอนหลับได้ เป็นต้นทางของภาวะเจ็บป่วยที่ค่อยๆ สะสม

ก่อนวางสายจากโทรศัพท์ของแม่กับคุณยาย แม่จะพูดเสมอว่า “นอนพักบ้างนะ”

คนไข้ในห้องผ่าตัดหรี่เปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า แล้วก็เข้าสู่ภาวะไร้ความรู้สึก คุณหมอผ่าตัด คุณหมอวิสัญญีแพทย์ และทุกคนในห้องผ่าตัดทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ทุกครั้ง เธอเฝ้าสังเกตอาการของคนไข้อย่างละเอียด ระมัดระวังเรื่องการหายใจ การผ่าตัดกินเวลามากกว่าห้าชั่วโมง จนเสร็จเรียบร้อย จึงย้ายคนไข้ออกไปที่ห้องพักฟื้น

ลมหายใจที่สม่ำเสมอที่บางเบา บอกให้รู้ว่าคนไข้ยังมีชีวิตอยู่ รอเวลาที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะการใช้ยาที่ทำให้หลับ ทำให้ไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผ่าตัด

ความง่วงจู่โจมเธอ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่เธอรู้สึกง่วงนอน อีกไม่กี่นาทีก็จะได้พักแล้ว เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บของ เดินกลับคอนโดฯ ที่อยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาล ถึงห้องก็ล้มตัวลงนอน

อาคารสีขาวขนาดใหญ่ มีประตู้โค้งกว้าง ภายในอาคาร เรียงรายไปด้วยเตียงนอน ใกล้สุดลูกหูลูกตา มีคนนอนอยู่ในเตียง สวมชุดสีขาว เหมือนชุดคนไข้ ทุกคนอยู่ในภาวะหลับใหล มีแต่เธอคนเดียวที่ตื่นอยู่ พวกเขาหลับอย่างมีความสุข ได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบา สม่ำเสมอ

มีเตียงว่างบ้างไหม เธอเดินไปเรื่อย เพื่อมองหาเตียงที่ว่าง ทว่าทุกเตียงมีคนนอนหลับอย่างสงบ จนกระทั่งเธอพบใครบางคนที่เธอคุ้นเคย “พ่อแค่นอนหลับ” แม่บอกเธอเสมอเมื่อตอนเป็นเด็ก สีหน้าของพ่อไม่มีความกังวล

เธอนั่งลงข้างเตียงที่พ่อกำลังหลับ ในใจอยากเรียก ปลุกพ่อให้ตื่น ทว่าสิ่งที่ทำคือการเฝ้ามองพ่อที่นอนหลับอย่างสบาย เธอเอื้อมมือไปสัมผัสมือพ่ออย่างนุ่มนวล

ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อพร่าเลือน รู้แต่ว่าเธอกับพ่อเคยมีช่วงเวลาที่ดีด้วยกัน จำได้แค่เสียงอ่านนิทานให้ฟังของพ่อ นิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทราผู้หลับใหล ที่พ่อมักจะอ่านวนไปวนมาให้ฟัง ทว่ามันรางเลือนมากจนไม่สามารถปะติดปะต่ออะไรได้ การปล่อยให้พ่อนอนหลับอย่างเงียบสงบคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เธอเดินไปเรื่อยในอาคารสีขาวหลังนั้น เตียงที่ว่างมีบ้างไหม ขาที่ก้าวเดินเริ่มอ่อนล้า

เสียงโทรศัพท์ดังอยู่ตลอดเวลา เธอพยายามจะกดรับ ทว่ารู้สึกเหมือนร่างกายไม่สามารถขยับได้เลย เพราะอะไร เธอลองพยายามอีกครั้ง

“ได้ยินเสียงแม่ไหมลูก” เสียงที่คุ้นเคยของแม่ เหมือนพูดจากที่ไกลแสนไกล อยากบอกออกไปว่าได้ยินแต่ก็ทำไม่ได้ เธอค่อยตั้งสติ ผ่อนลมหายใจเข้าออก เพื่อฟังเสียงอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีขาว มีเครื่องช่วยหายใจ ขยับร่างกายไม่ได้ แต่รับรู้ความรู้สึกทุกอย่าง “คงทำงานหนักมาตลอด ร่างกายล้ามาก” เสียงใครสักคนกำลังคุยกัน เธอปรับสัญญาณของสายตาให้มีโฟกัส คนแรกที่เห็นคือแม่ คนที่สองคือเขา

เขาสังเกตเห็นเธอลืมตาขึ้น จึงเรียกคุณหมอให้มาดูอาการ แม้ว่าจะพยายามขยับตัว ทว่าแขนขากลับไร้เรี่ยวแรง เหมือนเธอเพิ่งเดินทางกลับมาจากที่ไกลแสนไกล

“นอนหลับสักพักนะ ตื่นมาจะได้สดชื่น” เขาบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เธอช่วยให้คนอื่นเข้าสู่ห้วงของนิทรารมณ์ ไร้ความเจ็บปวด ช่วยให้พวกเขาได้ฟื้นจากความเจ็บป่วย ทว่าตัวเธอเองกลับไม่ค่อยได้ให้เวลาของตัวเองเลย ตื่นเช้าไปทำงาน ตกเย็นกลับห้องพัก ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ไม่ได้ลา ไม่ได้ไปเที่ยว ไม่ได้กลับบ้านไปเจอแม่และคนรัก นานเท่าไหร่แล้วที่ปล่อยให้ชีวิตไหลไปกับเรื่องของงาน

ตั้งแต่ตอนเรียนพยาบาล เธอกลับบ้านน้อยลง พอกลับถึงบ้าน สิ่งที่เธอทำมากที่สุดคือการนอน ไม่ว่าจะนอนพักอย่างไร แต่ใจก็เต็มไปด้วยความกังวล ความเหนื่อยล้าจากการงาน ทำให้เธอคุยกับแม่และยายน้อยลง งานพยาบาลดูแลชีวิตผู้คน แทบจะกลืนกินชีวิตของเธอไปทั้งหมดที่มี เธอเฝ้าดูแลผู้คน ทว่าร่างกายของตัวเอง บางครั้งเธอก็หลงลืมไป

แม่และเขาเฝ้าดูแลเธออยู่ข้างเตียง เธอหลับตาลงอีกครั้ง ขอเพียงได้หลับสนิทสักครั้ง อย่างที่ไม่มีอะไรต้องกังวล แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ชายคาเรื่องสั้นเป็นกิจกรรมน้ำหมึกโดย ‘คณะเขียน’ ซึ่งเปิดพื้นที่วรรณกรรมมากว่าทศวรรษ ก่อนย้ายตัวเองจากสิ่งพิมพ์มาสู่ออนไลน์ตั้งแต่มกราคม 2022 โดยนักเขียนที่สนใจสามารถส่งประกวดเพื่อคัดเลือกเรื่องสั้นที่ดีที่สุดของแต่ละเดือนมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ The Isaan Record อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจชายคาเรื่องสั้น

image_pdfimage_print