11 พฤศจิกายน 2566 ณ อนุสาวรีย์แห่งความดีอุบลราชธานี ทุ่งศรีเมือง หน่วยงานภาครัฐรวมไปถึงภาคประชาชน ลูกหลานเชลยศึก ร่วมกันจัดกิจกรรม ‘รำลึกความดีชาวอุบลราชธานี’ ประจำปี 2566 โดยมี นคร ศิริปริญญานันท์ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี ตัวแทนประธานในพิธีร่วมวางพวงมาลา จากนั้นกล่าวเปิดงานถึงที่มาและจุดประสงค์ของกิจกรรม

โดยกิจกรรมดังกล่าวเริ่มต้นในช่วงเช้า เวลาประมาณ 8.30 น. มีตัวแทนจากตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม อาทิ  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี กลุ่มลูกหลานเชลยศึก เป็นต้น 

นคร ศิริปริญญานันท์ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับชาวอุบลราชธานีผ่านอนุสาวรีย์แห่งความดีว่า ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงของเชลยศึกที่ถูกกองทัพญี่ปุ่นควบคุมตัวมาจาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เพื่อให้มาสร้างสนามบินบ้านหนองไผ่ จ.อุบลราชธานี ชาวอุบลฯ ในตอนนั้นทราบดีถึงความทุกข์ยากลำบาก เห็นเชลยศึกตัวเปลือยเปล่าสวมเพียงกางเกงในทำงานท่ามกลางแดด ตกเย็นถูกคุมตัวไปอาบน้ำที่ริมแม่น้ำมูล อาหารมีเพียงน้อยนิดให้พอกิน ชาวอุบลฯ เกิดความสงสารจึงได้นำอาหารไปให้ โดยลอบให้เมื่อมีโอกาส เมื่อถูกจับได้ ทหารญี่ปุ่นก็ข่มขู่และทำร้ายชาวบ้าน กระนั้นก็ไม่ลดละความช่วยเหลือ

“เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เชลยศึกถูกปล่อยตัว เชลยศึกกลุ่มหนึ่งได้เรี่ยไรเงินสร้างบางสิ่งขึ้นมา ชาวบ้านเรียกสิ่งนั้นว่าเสาหินบ้าง แท่งหินบ้าง แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งใด กระทั่งปี 2514 ทหารอากาศออสเตรเลียที่มาร่วมรบในสงครามเวียดนามและมีฐานปฏิบัติการที่สนามบิน จ.อุบลราชธานี ประมาณหนึ่งกองร้อยในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ได้เดินแถวมายังหน้าอนุสรณ์สถานแห่งนี้ แล้วทำความเคารพพร้อมกัน ครั้งนั้นผู้บัญชาการกล่าวข้อความสั้นๆ และวางพวงมาลา หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีพิธีกรรมใดๆ เช่นนี้อีกเลย”

เชลยศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ในอุบลราชธานี

นคร กล่าวอีกว่า ปี 2549 มีชาวต่างประเทศจำนวนหนึ่งที่ทำงานอยู่ใน จ.อุบลราชธานี และส่วนหนึ่งเดินทางมาท่องเที่ยว พวกเขามายังทุ่งศรีเมือง พร้อมทั้งได้สืบค้นเรื่องราวเกี่ยวกับเชลยศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเรียกอนุสรณ์สถานแห่งนี้ว่า The Monument of Merit แปลว่าอนุสาวรีย์แห่งความดี และเสนอว่าควรจะมีพิธีการรำลึกเป็นประจำทุกปี โดยเทียบเคียงกับวันสำคัญของโลกอย่างวัน Remembrance Day ซึ่งตรงกับวันที่ 11 เดือน 11 ถัดจากนั้นจ.อุบลราชธานี จึงกำหนดให้วันที่ 11 เดือน 11 ของทุกปีเป็นวันรำลึกความดีของบรรพชนอุบลราชธานี ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา

“ในโอกาสที่พวกท่านทั้งหลายมาร่วมชุมนุมกันในวันนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่านรวมใจเป็นหนึ่งเดียว น้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพชนอุบลราชธานีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และพวกเราจะร่วมการสืบสาน ส่งต่อความดีงามให้กับลูกหลานชาวอุบลราชธานี” นคร ศิริปริญญานันท์ กล่าว

ต่อมาเป็นพิธีแบบสากลนำโดย Mr.Noel Anderson ซึ่งกล่าวถึงงานวันนี้ว่า มีตัวแทนของทหารผ่านศึกที่มาร่วมในพิธีครั้งนี้ พร้อมทั้งชาวต่างชาติในอุบลฯ นำโดยกลุ่ม Farang of Ubon 

Anderson เล่าถึงกิจกรรมในช่วงปี 2564-2565 ว่า เมื่อก่อนผู้ที่ดำเนินรายการนี้คือ Mr.Mike Chapman แต่เขาเสียชีวิตเมื่อปี  2565 และกล่าวถึงดอกป๊อบปี้ที่เป็นสัญลักษณ์ของวันทหารผ่านศึก ว่าดอกป๊อบปี้ที่เปรียบเสมือนาสัญลักษณ์ของทหารผ่านศึกได้เผชิญเรื่องราวของทุ่งดอกป๊อบปี้นั้นถูกถ่ายทอดออกมาในบทกวีชื่อ In flanders’ Fields the poppies blow ซึ่งเขียนโดยนายแพทย์ทหารบกชาวแคนนาดา John Mccrae ทั้งยังขอบคุณกลุ่มสตรีที่ช่วยทำดอกป๊อบปี้สำหรับผู้เข้าร่วมงาน และขอบคุณภรรยาของคุณ Mike Chapman ที่ช่วยเหลือกิจกรรมวันนี้

สำหรับความหมายของดอกป๊อบปี้ในบทกวี “In Flanders’ fields the poppies blow” นั้น ถ่ายทอดจากประสบการณ์ของนายแพทย์ John Mccrae ในสมรภูมิฟานเดอร์ส ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 แม้เสียงกระสุน คาวเลือด และเขม่าปืนจะคละคลุ้งในเศษซากปรักหักพักของบ้านเรือน แต่เขาพบว่าดอกป๊อบปี้สีแดงยังเบ่งบานท่ามกลางความตาย John Maccrae จึงนำความทรงจำนี้มาแต่งเป็นบทกวี ด้วยข้อความในท่อนหนึ่งว่า

“We are the dead.
Short days ago We lived,
felt dawn, saw sunset glow,
Loved and were loved,
and now we lie In Flanders’ fields.”

“เราคือคนตาย ขณะนี้ไร้ซึ่งลมหายใจ
เราคือคนเป็น ในคืนวันของเมื่อวาน
เราเคยเห็นรุ่งอรุณ และรับรู้การลับหายของแสงตะวัน
เราเคยเป็นทั้งคนที่ได้รัก และเป็นคนที่ถูกรักจากใครสักคน
เรา ณ บัดนี้ทอดกายบนผืนดิน ณ ทุ่งดอกไม้แดงฉานแห่งแฟลนเดอร์” (โกวิท โพธิสาร – แปล)

สมรภูมแฟลนเดอร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเบลเยียม เป็นหนึ่งในแนวรบที่มีทหารฝ่ายสัมพันธมิตรสูญเสียมากที่สุด ดอกป๊อบปี้ที่เบ่งบานเหนือหลุมศพของเหล่าทหารในวันนั้น กลายเป็นสัญลักษณ์ทั้งเพื่อระลึกถึงความสูญเสีย และผลกระทบของสงคราม

image_pdfimage_print