ชุมชนใกล้เคียงส่งเสียงถึงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีช่วยกระตุ้นนักศึกษาให้ความสำคัญกับการย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในเขตพื้นที่ที่อาศัยปัจจุบัน เพื่อให้ได้งบประมาณที่มากขึ้นเท่ากับผู้อยู่อาศัยจริงที่ชุมชนต้องดูแล เพื่อช่วยให้การจัดการขยะในเขตรับผิดชอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากขยะส่วนใหญ่นั้นมาจากมหาวิทยาลัย

พื้นที่ ต.เมืองศรีไค และ ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นชุมชมที่ส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ร้านค้า และธุรกิจหอพักให้นักศึกษา, บุคลากร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ชาวบ้านและนักศึกษาใช้พื้นที่ชุมชนร่วมกัน เมื่อผู้อาศัยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีตามแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของนักศึกษาที่สวนทางกับงบประมาณที่ใช้ดูแลชุมชน

นายอรรถวิทย์ แสงดิษฐ์ หัวหน้าสำนักปลัด ให้ข้อมูลว่า ต.เมืองศรีไค มีปริมาณขยะ 6 ตันต่อวัน คิดเป็น 180 ตันต่อเดือน หมู่บ้านที่อยู่ในเขตรับผิดชอบทั้งหมด 11 หมู่บ้านและขยะส่วนใหญ่นั้นมาจากหอพักและร้านอาหารที่อยู่รอบมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี งบประมาณที่ยังไม่ถูกจัดสรรรวม 45-48 ล้านบาทต่อปี เจ้าหน้าที่เก็บขยะ 14 คน รถเก็บขยะ 3 คัน การมีรถขยะเพิ่มเข้ามา ช่วยให้การเก็บขยะไม่ตกค้างมากเท่าเมื่อก่อน เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

“เราพูดตามตรงทางมหาวิทยาลัยเป็นนิติบุคคล ทางเทศบาลเองก็เป็นนิติบุคคล ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับเทศบาลยังไม่ค่อยมีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องการจัดการขยะ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเองก็มีวิธีการจัดการขยะของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว จะต้องแยกส่วนกัน แต่มองว่าคำถามนี้ตรงประเด็นมาก ข้อ 1 ทางเทศบาลนโยบายของผู้บริหารคือท่านนายกเทศมนตรี มองว่าอยากให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยเรื่องงบประมาณ และอยากขอความร่วมมือให้ทางมหาวิทยาลัยโอนนักศึกษาในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยที่มาอาศัยหรือมาอยู่ที่นี่เข้ามาอยู่ในเขตพื้นที่บริการ เพื่อให้ได้งบประมาณที่มากขึ้น สามารถจัดสรรเพียงพอต่อประชากร และการจัดการขยะนั้นดีอยู่แล้ว ไม่มีผลกระทบ ผมขอการันตี”

ด้าน จ.ส.อ.หญิงปัญจภรณ์ ประมายะ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ต.ธาตุ ที่ในแต่ละวันต้องรองรับขยะ 4-5 ตัน คิดเป็นเดือนละ 170-180 ตัน จาก 11 หมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ และให้ข้อมูลเช่นเดียวกันว่าขยะส่วนใหญ่นั้นมาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

“การสร้างวิสัยทัศน์ปลูกจิตสำนึกให้กับคนในชุมชน ในการคัดแยกขยะและจัดการขยะของตัวเอง หากมีการรณรงค์สำเร็จก็อาจทำให้ไม่จำเป็นต้องเสียค่าทิ้งขยะถึงปีละ 900,000 บาทเลยด้วยซ้ำ”

สำหรับเทศบาล ต.ธาตุ มีงบประมาณในการจัดเก็บขยะอยู่ที่ 900,000 บาทต่อปี เจ้าหน้าที่เก็บขยะ 9 คน รถเก็บขยะ 2 คัน ไม่เพียงพอทั้งในแง่ของงบประมาณและการบริหารจัดการขยะ เมื่อไม่เพียงพอส่งผลกระทบในเรื่องของขยะตกค้าง ส่งกลิ่นเหม็น แม้มีโครงการรณรงค์ให้ชาวบ้านทำบ่อขยะเปียกของตนเองที่บ้าน บางส่วนให้ความร่วมมือ แต่ทว่าหอพักนักศึกษากลับมองว่ามีความยุ่งยากในการจัดเก็บและคัดแยกขยะ

“ยังไม่เคยประสานความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย แต่ทางมหาวิทยาลัยมีโครงการ อย่างคณะวิทยาศาสตร์ก็มาเป็นภาคีเครือข่ายที่มาร่วมด้วยช่วยกันกับเทศบาลใกล้เคียงมหาวิทยาลัย เป็นโครงการเกี่ยวกับชุมชนเกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม  อันนี้เป็นความคิดเห็นในฐานะที่ทำงานด้านขยะอยากให้ช่วยคิดค้นหรือเป็นแม่งานในการทำให้ขยะลดลง ทางมหาลัยมีศักยภาพทั้งทางด้านวิชาการและงบประมาณ และอยากให้ทางมหาลัยมาร่วมด้วยช่วยกันในการทำให้ขยะรอบมหาวิทยาลัยลดน้อยลง” จ.ส.อ.หญิงปัญจภรณ์ ประมายะ กล่าว

ข่าวนี้สัมภาษณ์และถ่ายภาพโดย  วันฉัตร กุลสิงห์ ณัจฉรียา ลิ้มถวิล และนัชชา สุขนิจ นักศึกษานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

image_pdfimage_print