มองผังเมืองและระบบขนส่งสาธารณะ ผ่านปัญหาวงเวียนแยกวนารมย์ เมืองอุบลฯ

“ปัญหาต้นตอจริงๆ ต้องเริ่มตั้งแต่แนวคิดการพัฒนาระบบขนส่งทั้งระบบไม่สมดุล ไม่มีทางเลือกให้คน คนก็ใช้ถนนเยอะ การควบคุมการใช้ที่ดินก็ไม่เหมาะสม เพราะว่าถนนเลี่ยงเมืองไม่ควรที่จะมีห้างร้านเปิดเยอะขนาดนั้น ส่งผลให้รถติดที่สี่แยก การที่รถติดที่แยกดงอู่ผึ้ง-วนารมย์เป็นปลายเหตุ” ผศ.ดร.สิทธา เจนศิริศักดิ์ อาจารย์สาขาวิศวกรรมการขนส่ง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เจ้าของงานวิจัยอาทิ แบบจำลองสมการโครงสร้างสำหรับการวิเคราะห์อุบัติเหตุทางถนนกรณีศึกษาจังหวัดภูเก็ต,  Planning our way ahead: A review of Thailand’s transport master plan for urban areas. Transportation Research Procedia และหนึ่งในผู้เข้าร่วมถกประเด็นบนเวทีเสวนา “แผนผังเมืองใหม่ใครกำหนด” ที่จัดขึ้นในปี 2553 ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ จ.อุบลราชธานี เล่าถึงโครงสร้างของวงเวียนแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์ และปัญหาของการใช้พื้นที่ไม่เหมาะสม

ลักษณะของวงเวียนแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์ เป็นลักษณะวงเวียนที่มีทางลอดด้านล่างทางเดียว ด้านบนของทางลอดคือวงเวียนสี่เส้นทาง จุดตัดทางหลวงหมายเลข 231 (แยกดงอู่ผึ้ง) กับทางหลวงหมายเลข 23 ทางลอดคู่ขนาน หากมาจากทาง จ.ศรีสะเกษ จะมุ่งหน้าสู่แยกวนารมย์ หลังคาวงเวียนมุ่งสู่เมืองอุบลราชธานี และ จ.ยโสธร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นโครงการของกรมทางหลวงที่สร้างขึ้นเพื่อจัดระเบียบการจราจรและความปลอดภัยในการสัญจร อยู่ในเขตรับผิดชอบของแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 งบประมาณ 800 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาทำโครงการเมื่อ 30 เมษายน 2562 ถูกเปิดใช้งานเมื่อ 31 ธันวาคม 2565 มาจนถึงปัจจุบัน 

แม้เจตนาของโครงการนี้คือเพื่อแก้ปัญหาจราจร แต่สิ่งที่เป็นปัญหาตามมาคือการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนเนื่องจากผู้สัญจรไม่เชี่ยวชาญในการใช้วงเวียน ทั้งยังพบว่าในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวจะมีรถพ่วงบรรทุกข้าวขนาดใหญ่ใช้เส้นทางมากขึ้น การเข้าวงเวียนหรือเลี้ยวออกตามจุดตัดมีความเสี่ยงในการเฉี่ยวชนทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ปัญหาต่อมาพบว่าปริมาณรถที่ใช้งานเริ่มมีมากขึ้น สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของอาจารย์สิทธา ถึงประเด็นที่ว่า เมื่อประมาณรถเริ่มล้นวงเวียน กรมทางหลวงจะจัดการอย่างไรต่อไป

โดยหลักการทั่วไปแล้ว ประโยชน์ของวงเวียนคืออะไร

การทำวงเวียนจะทำรถเคลื่อนที่ได้ดี ถ้าในกรณีที่รถไม่ได้เยอะมาก ประโยชน์ของวงเวียนนั้นดีแน่ ถ้าอยู่ในการใช้งานและความจุที่เหมาะสม อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการลดอุบัติเหตุที่รุนแรงได้ ลดจุดตัด 

ถ้าเป็นทางแยกที่ไม่ว่ามีสัญญาณไฟจราจรหรือไม่มีก็ตาม หากเกิดการชนกันจะชนแบบตั้งฉาก ชนกลางลำ เป็นมุมที่ค่อนข้างอันตราย ความรุนแรงจะมากกว่า โอกาสตายสูง ส่วนอุบัติเหตุในวงเวียนที่จะชนกันในลักษณะเฉี่ยวชนในมุมข้างมากกกว่า

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ต้องสร้างวงเวียนแยกดงอู่ผึ้ง-วนารมย์

ถ้าจะเท้าความเรื่องนี้ ต้องพูดไปถึงการพัฒนาเมืองของอุบลฯ หรือแต่ละเมือง เวลาจะวางแผนระบบจราจรขนส่งก็ต้องมีภาพวิสัยทัศน์ มีภาพต่างๆ ร่วมกันแล้วค่อยวางแผนว่าจะออกแบบแต่ละระบบอย่างไร ทั้งเรื่องถนน รถขนส่งสาธารณะ และทางเดิน ถ้าเราพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งมากอย่างเดียว ด้านอื่นไม่พัฒนาตาม ก็จะส่งผลให้คนเลือกใช้ถนนด้วยรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์เยอะขึ้น 

สมัยก่อนเคยมีรถเมล์ เปลี่ยนมาเป็น 2 แถว คุณภาพไม่ดี รัฐบาลไม่เคยดูแล ผู้คนก็เลือกที่จะใช้รถส่วนตัวเยอะขึ้น ทำให้สี่แยกต่างๆ เกิดปัญหารถติด เส้นทาง Bypass ทางเลี่ยงเมืองที่ควรจะเป็นทางเลี่ยงเมืองก็ไม่ใช่ เพราะว่าการควบคุมการใช้ที่ดินบนถนนเลี่ยงเมืองไม่ดีพอ กลายเป็นปล่อยให้ห้างร้านต่างๆ สร้างเยอะแยะเต็มไปหมด ตรอกซอกซอยมีรถเข้าออกเยอะแยะ เสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ตรงสี่แยกก็เกิดปัญหารถติดตามมาเพราะว่ามีสัญญาณไฟจราจร

ปัญหาต้นตอจริงๆ ต้องเริ่มตั้งแต่แนวคิดการพัฒนาระบบขนส่งทั้งระบบไม่สมดุล ไม่มีทางเลือกให้คน คนก็ใช้ถนนเยอะ การควบคุมการใช้ที่ดินก็ไม่เหมาะสม เพราะว่าถนนเลี่ยงเมืองไม่ควรที่จะมีห้างร้านเปิดเยอะขนาดนั้น ส่งผลให้รถติดที่สี่แยก การที่รถติดที่แยกดงอู่ผึ้ง-วนารมย์จึงเป็นปลายเหตุของเรื่องนี้ 

ผศ.ดร.สิทธา เจนศิริศักดิ์ อาจารย์สาขาวิศวกรรมการขนส่ง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ระบบผังเมืองและการใช้ที่ดินบนถนนเลี่ยงเมืองมีปัญหาอย่างไร และปัญหาของวงเวียนนี้คืออะไร

จากที่พูดถึง 2 เรื่องคือการวางแผนระบบขนส่งไม่ดี กับการควบคุมการใช้ที่ดิน ผังเมืองไม่ดี อย่างที่บอกเอาไว้ว่า พอเกิดปัญหาที่สี่แยกเลยเป็นปัญหาที่ปลายเหตุ เฉพาะจุดตรงนั้น มีทางเลือกไม่มาก พอปัญหาเกิดแล้วจะไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พอเป็นสี่แยกไฟแดง คิวยาวเนื่องจากรถเยอะเกิดรถติดยาว โดยเฉพาะเช้าและเย็น วิธีแก้ที่มักจะใช้กันคือการทำทางข้ามหรือทางลอด อุบลฯ ก็เลือกเป็นทางลอด พอเป็นทางลอดก็ช่วยลดการติดขัดบนท้องถนนได้ อย่างน้อย 1 เส้นทางไหลไปได้โดยไม่ต้องจอดไฟแดง ซึ่งเป็นจุดขัดแย้ง (เส้นทางรถเข้าออกที่จะมาเจอกัน) ที่จะต้องหลบเลี่ยงกันก็คือ อีกเส้นทางที่เข้าออกเมืองที่ไม่มีทางข้ามหรือที่ทำเป็นวงเวียน เส้นทางที่ตรงเข้าเมืองและเลี้ยวซ้ายขวาที่ขัดแย้งกัน ถ้าจะให้ดีที่สุดคือทำทางข้ามด้วย จะกลายเป็นทางลอดด้านหนึ่งทางข้ามด้านหนึ่ง เป็นสะพานข้ามจะช่วยแก้ปัญหาได้เยอะกว่านี้ รถจะไม่มากองกันอยู่ข้างล่างมากนัก กลายเป็นวงเวียนที่รถไม่เยอะ 

แต่พอทางเข้าออกเมืองไม่ใช่ทางข้าม กลายเป็นต้องมาตัดกับรถเลี้ยว เหตุผลที่ทำแบบนั้น สันนิษฐานว่ากรมทางหลวงจ้างบริษัทที่ปรึกษาเอกชนมาออกแบบ คงนับปริมาณจราจร คำนวณคาดการณ์อนาคตว่าใช้การทำทางวงเวียนเพียงพอ ถ้าทำทางข้ามก็จะแพงขึ้นไปอีก ถามว่าเพียงพอไหม ก็เพียงพอในระดับหนึ่ง ช่วงเวลาเช้า-เย็นมีปัญหาเพราะรถเยอะ วงเวียนจะจัดการปัญหาได้ดีถ้าการจราจรไม่มากนัก อยู่ในระดับที่วงเวียนรับได้ แต่ถ้าปริมาณจราจรเยอะเกินกว่าความจุของวงเวียนก็จะเกิดปัญหาอย่างที่เห็นคือ รถแต่ละทิศทางเข้าออกยากขึ้น ปัญหาจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ารถเยอะขึ้น

ปัจจุบันปัญหารถก็ใกล้เคียงหรือเต็มความจุของวงเวียนที่จะรับได้ในช่วงเช้า-เย็น กายภาพเองอย่างการขีดสีตีเส้นอาจจะไม่ชัดเจนในเรื่องช่องจราจรต่างๆ  แต่ในเรื่องนี้ถือว่าไม่ได้มีปัญหามากนักพอมองเห็นได้ แต่ถ้าชัดเจนขึ้นกว่านี้ก็จะดี อีกอย่างคือผู้สัญจรใช้วงเวียนไม่ถูกต้อง ขับปาดเลน ไม่ให้สัญญาณไฟ ว่าง่ายๆ คือพฤติกรรมของคนใช้วงเวียนที่อาจจะมีปัญหา แต่ไปโทษคนใช้วงเวียนอย่างเดียวอาจจะไม่ถูก เพราะปัญหาข้อสุดท้ายก็คือกฎระเบียบหรือข้อแนะนำในใช้วงเวียนของประเทศไทยไม่ชัดเจน กฎหมายของไทยเขียนไว้ในพระราชบัญญัติ พ.ร.บ.จราจรทางบกปี 2522 เขียนแค่ว่า ‘ให้รถในวงเวียนไปก่อน’ เท่านี้คงไม่เพียงพอ ในต่างประเทศที่มีวงเวียนเยอะๆ อย่างอังกฤษ เขียนไว้ละเอียดมากว่าเข้าวงเวียนจะต้องชะลอความเร็ว จะต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวบอกทิศทางให้ชัดเจน จะไปช่องไหนและเลี้ยวออกช่องไหน 

บ้านเรามีมอเตอร์ไซค์เยอะ และความเร็วของการขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็เร็วด้วย บางครั้งรถยนต์อาจมองไม่เห็นมอเตอร์ไซค์ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่อุบลฯ แต่ทุกจังหวัดก็มีปัญหาอย่างนี้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ชัดเจนพอ คนใช้วงเวียนเองก็ยังใช้ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ทั้งนั้นมองว่าหลักเกณฑ์ของภาครัฐยังไงก็ต้องมาก่อน แนะนำสอนคนสัญจรให้ได้ก่อน และก็จะเกิดการใช้งานที่ถูกต้องตามมา 

จะแก้ปัญหาอย่างไร

การมีข้อมูลการใช้งานในเรื่องต่างๆ เช่น การใช้งานช่วงเช้า-เย็นเต็มความจุจริงไหม หรืออาจจะเป็นเพราะการใช้วงเวียนและกฎการใช้วงเวียนอาจจะไม่ถูกไม่ดี ต้องมาดูปัญหาสาเหตุที่แท้จริง ต้องมีข้อมูลปริมาณจราจรที่เข้ามาใช้วงเวียนจากทุกทิศทาง ปริมาณเท่าไหร่ ในช่วงไหน ต่อมาเป็นข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ จะต้องมีการบันทึกวิดีโอดูว่าพฤติกรรมการขับขี่ เช่น มีการเข้าวงเวียนที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมมากน้อยเพียงใด การเปลี่ยนช่องจราจร การปาดเลน การขับเข้าวงเวียนด้วยความเร็วหรือการเข้าวงเวียนที่ไม่ได้รอรถในวงเวียนไปก่อน ไม่เปิดสัญญาณไฟให้ชัดเจน เหล่านี้ถือเป็นการขับขี่ที่ไม่เหมาะสม 

จริงๆ มันก็ควรที่จะมีการเก็บสถิติทั้งอุบัติเหตุและการขับขี่ด้วย ใช้วิธีบันทึกวิดีโอ ปริมาณจราจรที่ใช้ในวงเวียนในแต่ละทิศทาง เลี้ยวซ้ายเท่าไหร่ เลี้ยวขวาเท่าไหร่ ตรงไปเท่าไหร่ ถ้าพูดถึงการแก้ไขปัญหาก็มี 2 ข้อมูลที่สำคัญคือพฤติกรรมการเข้าวงเวียนกับปริมาณการใช้งานวงเวียน ที่ผมเคยทำงานกับทางงานวิจัยที่ญี่ปุ่น คือการเก็บข้อมูลที่อ้างมาจะใช้โดรนบินจะเห็นพฤติกรรมการขับขี่ทั้งหมด ถ้าไม่มีซอฟแวร์หรือ AI ในการนับพฤติกรรม ก็อาจจะใช้คนในการนับแทน นับโอกาสในการเฉี่ยวชนหรือเบียด และคิดว่าน่าจะไม่มีการเก็บสถิติแบบนี้ไว้ แต่ถ้าเป็นปริมาณจราจรก็คงต้องถามกรมทางหลวง

มองไปถึงในอนาคตว่าถนนวงเวียนหรือทางลอดมีโอกาสที่จะน้ำท่วมหรือไม่ในมุมมองของอาจารย์

ถ้าปั๊มไม่เสียก็ไม่ท่วม ทุกอุโมงค์ทุกทางลอดจะมีระบบปั๊มอัตโนมัติ ถ้ามีน้ำขึ้นมาในระดับนึง ปั๊มจะทำงานทันทีโดยอัตโนมัติ ถ้าปั๊มเสียก็ซวยไป รถที่ลงไปก็อาจจะจมน้ำได้ ถ้ากรณีฝนตกหนักในช่วงกลางคืนไม่มีใครเช็คปั๊ม ก็ต้องมีระบบเตือนเรื่องการทำงานของปั๊มเหมือนกันว่าทำงานหรือไม่ทำงาน ทางหลวงต้องบำรุงรักษา เช็คตลอด ทางลอดเองจึงแพงกว่าทั้งในแง่การก่อสร้างและการดูแล

ย้อนกลับไปสักหน่อย ก่อนเริ่มต้นทำโครงการนี้อาจารย์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมหรือไม่

ไม่ได้มีส่วนร่วมเข้าไปดูโดยตรง มีบริษัทจากกรุงเทพฯ มาออกแบบ ซึ่งกรมทางหลวงที่กรุงเทพฯ เป็นคนจ้างมาออกแบบ และบริษัทออกแบบก็โทรมาคุยด้วยและชวนไปช่วยทำ แต่บอกไปว่า “ผมไม่เข้าร่วมดีกว่า” แต่ได้คุยกับคุณนิมิต สิทธิไตรย์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี เขาเองก็กังวลกับเรื่องนี้เหมือนกัน และในอนาคตก็อยากจะให้พิจารณาเรื่องไฟจราจร แต่ผมไม่ได้แจ้งกรมทางหลวงโดยตรง แค่คุยกันในวงสนทนาเท่านั้น ระยะเวลาสร้างเองก็ดีเลย์มา 1 ปีตามสัญญา เพราะว่าโควิด-19 ด้วย น้ำท่วมด้วย

มองไปข้างหน้า รูปแบบถนนแบบใดที่เหมาะสมกับการใช้งานของแยกดงอู่ผึ้ง-วนารมย์ ที่จะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น

ถ้าจะแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบันนอกจากการสร้างทางข้าม มีสะพานขึ้นสูง สภาพทางกายภาพก็ต้องมีให้ชัดเจนด้วย อย่างการติดป้ายบอก การมีตัวเตือนเรื่องลดความเร็ว กายภาพต้องปรับก่อนเป็นอันดับแรก ทำยังไงให้รถลดความเร็วลงในจุดที่เป็นจุดขัดแย้ง อีกหนึ่งสิ่งที่ควรตั้งคำถามคือการตั้งอยู่ของสถานีขนส่ง ที่ตั้งอยู่ทางแยก ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรอย่างยิ่งที่จะอยู่ใกล้ทางแยก แต่มันเกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นก็ต้องแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุแทน ถนนเลี่ยงเมืองเราสร้างขึ้นเพื่อให้รถวิ่งได้คล่องตัว เพราะฉะนั้นไม่ควรที่จะมีสิ่งปลูกสร้างเข้าออกเยอะแยะขนาดนี้ รถเข้าออก จุดตัด ทางแยก และมันกลายเป็นถนนของชุมชน ก็ต้องปรับถนนให้เข้ากับชุมชนโดยการใช้ความเร็วที่ต่ำลง แต่มันก็ขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ของการสร้างทางเลี่ยงเมือง มันคือปัญหาต้นตอที่พูดไปตั้งแต่แรกเลยเรื่องการใช้ที่ดิน และเป็นปัญหาใหญ่ตั้งแต่แรก 

การแก้ไขจะต้องเป็นการควบคุมความเร็วแทน การไปติดป้ายอาจจะไม่ได้ทำให้ผู้สัญจรเชื่อและปฏิบัติตาม เพราะถนนมันเอื้อให้เขาใช้ความเร็วสูงได้ เนื่องจากทางหลวงออกแบบถนนตรงนั้นเป็นทางเลี่ยงเมือง ที่ใช้ความเร็วได้ ซึ่งทางหลวงไม่ผิด แต่ตรงนั้นดันเป็นพื้นที่ถนนที่ชุมชนใช้ร่วมกัน สิ่งที่แก้ไขได้ตอนนี้คือจำเป็นที่จะต้องลดความเร็วบนถนนลง ลดความสะดวกลงเพื่ออำนวยความปลอดภัย ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น การออกแบบถนนก็คำนึงถึงความสะดวก ปลอดภัยอยู่แล้ว ทีนี้พอกายภาพปัจจุบันเป็นแบบนี้ เลยต้องแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ใช้ตัว speed hump เส้นแถบชะลอความเร็วหรือบีบเลนให้แคบลง การขีดสีตีเส้นเพื่อให้คนรู้ว่าเข้าสู่พื้นที่ที่ใช้ความเร็วต่ำ ปรับให้คนรู้ว่าเขาต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เป็นพื้นที่เสี่ยง ใช้ความเร็วต่ำก่อนที่จะเข้าวงเวียน พอเข้าไปถึงวงเวียน ก็ต้องมาดูกฎระเบียบการใช้วงเวียนอีก โดยเฉพาะกฎเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวที่บ้านเรายังไม่ได้ใช้ ตรงนี้อาจจะนำไปถึงเรื่องการแก้ไขกฎหมายให้มีใน พ.ร.บ.จราจรทางบก ต้องเพิ่มเรื่องนี้เข้าไปว่าการเข้าวงเวียนจะต้องเปิดไฟสัญญาณยังไง สอนคนให้ใช้ และไปจนถึงเรื่องความจุรถที่ใช้งานในแต่ละวัน ถ้าเต็มแล้วก็เริ่มติดสัญญาณไฟจราจร เช่น วงเวียนหอนาฬิกามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี หากตรงนั้นไม่มีสัญญาณไฟ จะวุ่นวายมาก เพราะรถเยอะจนเต็มความจุแล้ว 

จริงๆ พูดไว้ตั้งแต่ก่อนสร้างเสร็จ ว่าให้ใช้ไฟจราจรช่วยสลับกันเข้าวงเวียน แต่ที่ปรึกษาบริษัทที่ออกแบบก็ไม่ได้ใส่ไว้แต่แรก ไม่มีงบทำตรงนี้ ถ้าใส่ไว้แต่แรกก็เปิดเฉพาะบางช่วงเวลาที่รถเยอะ เช่น เช้า 08:00-09:00 น. หรือในช่วงที่รถเยอะมากๆ 

image_pdfimage_print