หมู่บ้านหนองบัวแพ ตั้งอยู่ในเขต อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน จาก 170 หมู่บ้าน และ 61 ชุมชน ของ จ.สกลนคร ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของ อ.สว่างแดนดิน ที่มีระยะทางห่างจากตัวจังหวัดเกิน 100 กิโลเมตร สว่างแดนดินจึงกลายเป็นอำเภอที่ขยายตัวเพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนประชากร แต่ไม่ใช่สำหรับโอกาสและตำแหน่งงานตามความสามารถของประชากรในพื้นที่ 

บ้านหนองบัวแพ เป็นหมู่บ้านขนาดกลาง มีจำนวนบ้านเรือน 241 ครัวเรือน และ ประชากร 960 คน ในจำนวนดังกล่าว เป็นผู้สูงอายุ 126 คน ผู้ใหญ่และเยาวชน 721 คน เด็ก 90 คน และเด็กเล็ก 23 คน ในหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่มากพร้อมกับจำนวนผู้พักอาศัย เห็นทีท่าน่าจะเป็นชุมชนที่ครึกครื้นไม่เบา ทว่าหากเข้าไปอยู่ในบรรยากาศตรงนั้น ผู้อยู่อาศัยแทบจะเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งของจำนวนประชากร สาเหตุสำคัญเป็นเพราะโอกาสในการทำงานและการเติบโตมีอยู่ไม่กี่ทางเลือกสำหรับประชาชนในพื้นที่ กล่าวคือ หากไม่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก็จำต้องพยายามให้เข้าสู่เส้นทางข้าราชการเพื่อความมั่นคงของชีวิต นอกจากนั้นคือประชาชนวัยผู้ใหญ่และเยาวชนร้อยละ 75 ต้องเป็นแรงงานกระจายไปทั่วเมืองใหญ่ต่างๆ ไปจนถึงต่างประเทศ

หนองบัวแพ – กรุงเทพฯ – อิสราเอล

ยศวิน นิสุวรรณ อายุ 30 ปี หรือ หมี คือชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยภายในหมู่บ้าน หลังจากที่เขามีลูกชาย 1 คน นับรวมกับลูกของพี่สาวอีก 2 คน ทำให้ครอบครัวของเขากลายเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลเด็กวัยอ่อนไปจนถึงมัธยมต้นทั้ง 3 คน แม้พี่สาวของเขาคือผู้นำร่องการทำงานที่ต่างประเทศอย่างเกาหลีใต้ แต่ด้วยกฎหมายที่รัดกุมและความเสี่ยงที่ไม่อาจแบกรับ หมีจึงเลือกทำงานเป็นกรรมกรรับเหมาก่อสร้างในกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัด แต่นั่นก็ไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการของเขาและอนาคตของครอบครัว 

“แต่ก่อนนี้เฮ็ดงานก่อสร้างอยู่กรุงเทพฯ ครับ หาเช้ากินค่ำ มีรายได้ประมาณ 15,000 บาท รายได้มันบ่พอกิน มันบ่มีเงินเก็บครับ มันเฮ็ดหยังกะบ่ได้ เงินเก็บบ่มี กะเลยตัดสินใจหนีจากบ้าน เพราะว่าเมืองนอกมันได้เงินเดือนหลาย” 

หมีเล่าว่าเป็นเวลากว่า 2 ปีหลังจากที่เห็นประกาศจากกรมแรงงานและการเล่าขานประสบการณ์จากคนรู้จักถึงการทำงานในอิสราเอล เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้นานสมควร แต่ด้วยเงื่อนไขชีวิตและโอกาสการเติบโตของสมาชิกใหม่ ก่อนต้องตัดสินใจไปทำงานในประเทศที่เสี่ยงเกิดสภาวะสงคราม

“โดน (นาน) อยู่เด้ครับ ประมาณปีสองปีพุ้นล่ะครับก่อนตัดสินใจ มันไกลบ้านไกลเมืองครับ เมืองนั้นกะเมืองสงคราม สู้รบกัน กะย่าน (กลัว) แต่กะตัดสินใจไป ย้อน (เพราะ) หนี้มันหลาย กะเลยต้องจำใจไปครับ”

เกาหลีใต้ หมุดหมายแรงงานไทย

หากจะพูดถึงหนึ่งในประเทศที่เป็นหมุดหมายหลักของแรงงานไทยในต่างประเทศ คงหนีไม่พ้นประเทศเกาหลีใต้ จากข้อมูล “รายงานสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจ การแรงงานระหว่างประเทศ และการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศ” ประจำไตรมาสที่ 3/2564 พบว่า มีแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้ถูกกฎหมายจำนวนทั้งสิ้น 15,496 คน (สถิติเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564) ในขณะที่ในปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้โควต้าจัดส่งแรงงานไทยไปเกาหลีใต้เพิ่มจำนวน 15,000 คน โดย 3 อาชีพที่คนไทยนิยมทำในประเทศเกาหลีใต้ได้แก่ อุตสาหกรรมโรงงาน เกษตรกรรมและการประมง และช่างก่อสร้าง 

รูปภาพเปิดรับจำนวนแรงงานไทยไปเกาหลีใต้ ณ วันที่ 1 ธ.ค. 2565 โดยไทยคู่ฟ้า

นี่เป็นเพียงหนึ่งในจำนวนแรงงานไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นเพียง 1 ใน 3 ของจำนวนแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้ จากข้อมูลแรงงานในปี 2562 – 2563 พบว่ามีแรงงานไทยที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่เกือบสามเท่าตัว หนึ่งในนั้นคือ “ดวงดาว” (นามสมมุติ) อดีตแรงงานไทยในเกาหลีใต้ในปี 2561 – 2563

ข้อมูลจำนวนแรงงานไทยในเกาหลีใต้จากวันที่ 11 ธ.ค. 2561 – 1 มี.ค 2563 โดยสำนักข่าวอิศรา

เหตุผลของคนที่ถูกเรียกว่า “ผีน้อย”

ก่อนการตัดสินใจไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้แบบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดวงดาว คือหนึ่งในประชาชนทั่วไปที่พบเจอได้ในชุมชนบ้านนอก เธอมีวุฒิการศึกษาเพียงชั้นประถม ประสบการณ์ส่วนใหญ่คืองานเกษตรกรรม ทำนา และโรงงาน แต่หลังจากการแต่งงานและมีลูกคนแรก เธอจำต้องตัดสินใจหาเส้นทางอาชีพที่รายได้เพิ่มขึ้น เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของลูกๆ

“มื้อสิไปลูกอายุเกือบ 2 ปีนี่ล่ะค่ะ แต่ก่อนเฮากะทำงานเลี้ยงลูก ทำนา ทำการเกษตร ทำงานโรงงานกะเคยทำ โรงงานอยู่นนทบุรี เดือนหนึ่งกะ 8,000 – 9,000 บาท”

ดวงดาวเล่าให้ฟังถึงวันที่อยู่บนเครื่องบินจากประเทศไทยไปเกาหลีใต้ เหตุผลของการตัดสินใจคล้ายคลึงกันกับหมี เมื่อทั้งสองมีแรงผลักดันและความท้าทายมาใหม่ สาเหตุของคนที่กำลังอยู่ ตามมาด้วยเหตุผลของคนที่ต้องจากไปแดนไกลนั้นไม่ต่างกัน ดวงดาว พูดให้หวนถึงประสบการณ์ครั้งนั้นว่า

“ร้องไห้ตอนขึ้นเครื่อง บ่อยากไป แต่กะต้องไปย้อน (เพราะ) เงิน แต่ว่ากะบ่อยากไปย้อนห่างลูก กะคิดนำลูก ถ้าบ่ไปแฮงคิดนำลูกว่ากว่าเขาจะใหญ่ (เติบโต)” 

งานใหม่ในต่างประเทศ

สำหรับดวงดาว เธอไม่อาจรู้ได้ว่าลักษณะงานที่นั่นจะเป็นเช่นไร มีเพียงคำแนะนำจากคนใกล้ชิดที่ทำงานอยู่ตรงนั้นอย่างถูกกฎหมาย สุดท้ายดวงดาวได้ทำงานเป็นผู้ช่วยในครัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง หน้าที่ของเธอคือรับจบทุกอย่างในร้านอาหาร ตั้งแต่เป็นผู้ช่วยทำกับข้าว หั่นผัก เก็บของ ไปจนถึงเก็บกวาดล้างจาน ภาระงานทุกอย่างขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าในแต่ละเวลามื้ออาหาร

“เข้างานแปดโมง เลิกทุ่ม สองทุ่ม บ่มีเวลาตายตัว เพราะเฮ็ดงานร้านอาหาร คนเข้าคนออกเรื่อยๆ งานกลางวันบ่ปานได๋  (ไม่เท่าไหร่) แต่กลางคืน ยามมื้อแลงยามห้าโมงหกโมง คะเจ้า (เขา) จะเหมาโรงงาน พวกโรงงานกะจะไปกินข้าวอยู่นั่น กะอาจจะมียุ่งบ้าง ตอนเช้ากะขายกับข้าวธรรมดา”

ต่างกันกับหมี – หมีรู้ดีว่าสิ่งที่ตนเองจะเจอคืออะไร ซึ่งมันอาจหมายถึงความปลอยภัยในชีวิตของเขา แต่ด้วยกระบวนการคัดเลือกและอบรมของกรมการจัดหางาน สังกัดกระทรวงแรงงาน ทำให้หมีรู้ว่าเขาต้องรับมืออย่างไรในสถานการณ์เหล่านี้ที่อิสราเอล

“กรมแรงงานบอกซุ (ทุก) อย่างครับ แจ้งว่ามีอิหยังแหน่ ตู้หลบภัย อิหยังเขากะมีเบิด ไปอบรมประมาณ 40 ชั่วโมง อยู่กรมแรงงาน กระทรวงแรงงาน อยู่ที่ดินแดง เขากะบอกซุอย่างครับ สงครามเป็นจั่งได๋ เวลาหลบภัย จั่งซั่นจั่งซี้ (อย่างนั้นอย่างนี้) ยามมีเสียงเตือนเขากะบอก”

ลักษณะงานของหมีคืองานเกษตรกรรม ความท้าทายขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่ต่างกันสุดขั้ว ฤดูร้อนอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป ส่วนฤดูหนาวปรอทวัดอุณหภูมิอาจหยุดอยู่ที่ -1 องศาเซลเซียส 

“งานต่างกันหลาย (เยอะ) กับเกษตรบ้านเฮา งานเกษตรเนาะครับ กะมีตากแดด กะฮ้อนแหน่ หน้าร้อนหนิกะสิฮ้อน หน้าหนาวนี้กะสิหนาว หนาวสุดติดลบหนึ่ง ร้อนสุดกะสี่สิบบวก งานมันเป็นระบบครับ บ้านเขามันเป็นระบบ เฮ็ดหลายพร้อม เฮ็ดบ่ได้อยู่ได้เซา (ไม่ได้พัก) ละครับ บางช่วงกะเริ่มหกโมง แล้วแต่งานหลายงานหน่อยครับ งานหน่อยกะเฮ็ด (น้อยก็ทำ) 8-10 ชั่วโมง งานหลายกะเฮ็ด (เยอะก็ทำ) 12 ชั่วโมง ประมาณนี้”

ค่าตอบแทนของแรงงานต่างแดน

“ประมาณ 4-5 หมื่นต่อเดือน ต่างจากบ้านเฮาหลายเท่า”

ดวงดาวเล่าให้ฟังว่าเงินเดือนเหล่านี้อุ้มชูความเป็นอยู่ของครอบครัวเธออย่างไร การแบ่งรายได้ใช้จ่ายถูกแยกออกเป็น 3 เหตุผลหลักๆ ได้แก่ ค่าครองชีพตนเอง ครอบครัว และเงินเก็บ 

เช่นเดียวกับหมี หมีเปรียบเทียบให้เห็นว่าชีวิตในกรุงเทพฯ ต้องแลกมาด้วยรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน แต่ที่อิสราเอลหมีสามารถส่งกลับมาให้ที่บ้านมากกว่านั้น

“ได้เดือนละหกหมื่น กะต้องใช้ซื้ออยู่ซื้อกินคือกันครับ เดือนหนึ่งตกอยู่หลักหมื่น ส่งบ้านกะสองหมื่น ที่เหลือกะเก็บ ประมาณนี้ล่ะครับ”

โอกาสและความเสี่ยงของแรงงานไร้ฝีมือ

“อยู่เกาหลีเฮาทำงานมื้อหนึ่งเฮาได้หลาย ค่าใช้จ่ายเฮากะหลาย แต่ว่าเทียบกับเงินที่เฮาได้มามันกะยังยัง (เหลือ) อยู่”

จากหนองบัวแพสู่สองประเทศตัวอย่าง การทำงานบนความเสี่ยงคือเส้นทางของแรงงานไร้ฝีมือไทยต้องพบเจอ ปัญหาค่าแรงและค่าครองชีพไม่ใช่เป็นปัญหาของรัฐบาลเพียงเท่านั้น เพราะผลกระทบโดยตรงนั้นคือประชาชนคนทั่วไป และเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ 

“ประเทศเขาแตกต่างกันหลายค่ะ เศรษฐกิจ ค่าแรง มันต่างกัน อยู่เกาหลีแบบว่า เฮาทำงานมื้อหนึ่งเฮาได้หลาย ค่าใช้จ่ายเฮากะหลาย แต่ว่าเทียบกับเงินที่เฮาได้มามันกะเหลืออยู่ แต่อยู่ไทย เฮาได้มา ใช้จ่ายออกไปเฮาแทบสิบ่เหลืออยู่แหมค่ะ มันบ่มีเก็บ มันได้แค่ใช้กิน ซื้อหยังกะจะเบิด (หมด)  ซื้อหนึ่ง ซื้อสองกะเบิดแล้ว แฮงลูกมีสองคนแฮงต้องได้ใช้จ่าย ค่าแรงมื้อละ 320 กะ เบิดละค่ะมื้อหนึ่ง (หัวเราะ)”

ดวงดาวหัวเราะให้กับค่าแรงและค่าใช้จ่ายในแต่ละวันเมื่อเธอต้องกลับมาทำงานใกล้บ้านอีกครั้ง แม้เวลาผ่านไปหลายปี ค่าแรงในไทยยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก และสร้างความลำบากใจให้กับแรงงานอย่างเธอ

อย่างที่ทราบกันว่าสงครามอิสราเอลและฮามาสทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย แม้หมีรู้ซึ้งว่าสงครามและสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด คือความเสี่ยงที่เขาต้องแบกรับ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริง งานนี้อาจหมายถึงชีวิตและความปลอดภัยของเขาได้ 

“ย่าน (กลัว) ครับ ย่าน ละกะบ่สบายใจครับ ย่าน”

“มันกระทบโดยตรงอยู่ครับ เขากะให้เลือกผู้ได๋ (ใคร) สิกลับกะกลับครับ กะไผสมัครใจอยู่กะอยู่ครับ คนอยู่บ่หลาย (ไม่เยอะ) ที่เขายิงกันอยู่ไกลประมาณ 40-50 กิโล แต่ผลกระทบกะมาถึงเฮาคือเก่า เพราะว่าจั้กมันสิตกไส (ไม่รู้ว่ามันจะตกที่ไหน) เนาะครับ ระเบิด RPG เนาะ บางลูกอยู่ใกล้ๆ ห่างบ่ถึง 500 เมตร กะลงครับ กะเลยตัดสินใจกลับ ย่าน”

เสียงจากคนเป็นแม่

“อยู่ดีซำบายอยู่บ่ล่ะลูก เฮ็ดงานหนัก เฮ็ดงานเหมื่อยบ่ ถามไถ่ความรู้สึกของลูก”

บุญสม นิสุวรรณ หรือ แม่กี้ ที่คนในหมู่บ้านรู้จัก เธอมีลูกที่หมด 3 คน ซึ่งลูกสาวคนโตและหมี ที่เป็นลูกชายคนกลางคือ 2 ใน 3 ของลูกที่ไปทำงานต่างประเทศ แม่กี้เล่าให้ฟังว่า รู้สึกดีใจที่ลูกตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ ด้วยเหตุผลของสมาชิกครอบครัวที่กำลังขยาย ข้อจำกัดด้านต้นทุนครอบครัว และอาชีพในพื้นที่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สงครามในประเทศอิสราเอลที่ลูกชายกำลังทำงานอยู่ จึงไม่ลังเลที่จะบอกให้ลูกรีบกลับมา 

“ตกใจ เทียว (คอย) ถามข่าวลูกอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ว่าเป็นจั่งได๋ ตอนนี้เป็นจั่งได๋ ลูกว่าลูก สะเทือน ได้ฮู้สึกอิหยังสะเทือน กะให้ลูกคืน (กลับ) มาเลย มีเสียงระเบิด อื้มๆๆๆ ยุ”

ครอบครัวของเธอคุ้นเคยกับความรู้สึกที่ต้องอำลาจากที่แห่งนี้ ลูกเต้าจำต้องเดินทางไกลเพื่อไปตามหาปัจจัยที่ทำให้มีชีวิตดีขึ้น แม้เธอจะมีข้าวเต็มทุ่ง วัวเต็มคอก แต่นั่นไม่ได้การันตีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของสมาชิกในครอบครัว แม่กี้แบ่งปันความรู้สึกของคนเป็นแม่ว่า

“เป็นห่วงเบิ่ดทุกคน เป็นห่วงคัก เป็นห่วงว่าย่านลูกไปตกระกำลำบาก แต่ว่าแม่หนิกะสิอดทนเอา ย้อนว่าลูกไปหาเงิน”

เสียงของอดีตแรงงาน International

“ถ้าเลือกได้กะอยากอยู่บ้านล่ะค่ะ อยู่กับครอบครัว นำลูกนำเต้า”

ดวงดาวยังคงยืนยันว่าบ้านเกิดและครอบครัวของเธอคือทางเลือกแรกที่เธออยากจะอยู่ แม้ค่าแรงที่นี่ทำให้นึกถึงการทำงานที่เกาหลีไม่น้อย เช่นเดียวกับหมี แม้เขายังคิดถึงเงินตราที่อิสราเอลมากแค่ไหน แต่ด้วยความปลอดภัยของชีวิตก็จำต้องยอม ความรู้สึกรักแผ่นดินเกิดยังทำให้เขามีแรงฮึดต่อ

“ในอนาคตอยากไปเฮ็ดงานรับเหมาล่ะครับ รับเหมางานอยู่นำบ้าน เสียดายงานที่อิสราเอลยุ แบบว่าได้เงินดีกว่าเนาะ”

หมีเล่าถึงแผนหลังจากกลับมาที่บ้านเกิดได้เพียง 2 เดือนเศษ อย่างน้อยการทำงานที่อิสราเอลได้ช่วยให้ครอบครัวเขาต่อเติมบ้าน และรถยนต์ไว้ทำงานรับเหมา เพราะนี่คงเป็นไม่กี่โอกาสที่จะทำให้เขาประกอบอาชีพเพื่อความก้าวหน้าต่อไป

นอกจากนี้ แม่กี้ยังให้เหตุผลตรงตามความต้องการลูกชายอีกว่า โอกาสและการเติบโตทางบ้านนั้นมีจำกัด และกรุงเทพฯ คือหมุดหมายหลักให้แรงงานเหล่านี้ต่อไป

“เป็นไปได้กะไปกรุงเทพ บ้านเฮาบ่มีหยังเฮ็ด มีแต่นา นากะบ่เฮ็ด มีแต่นากะนาบ่เฮ็ด (หัวเราะ)”

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าสถานที่ทำงานนั้นจะอยู่ไกลเพียงใด จะเป็นภายในหรือต่างประเทศ แรงงานเหล่านี้ล้วนมีแรงใจและกำลังใจสำคัญเดียวกัน นั่นคือครอบครัวอันเป็นที่รัก มีเพียงเทศกาลและวันสำคัญที่ผู้คนเหล่านี้จะมีเวลาอยู่ร่วมกับเป็นครอบครัว ไม่ใช่แค่หมู่บ้านหนองบัวแพที่กำลังเผชิญปัญหาแรงงานพลัดฐิ่นอย่างเช่นสองคนนี้ ดวงดาว กล่าวทิ้งท้ายถึงแรงงานไกลบ้านทุกคนว่า

“ไผ (ใคร) มีโอกาสได้ตัดสินใจไปแล้ว กะอดทนเอาค่ะ กะไค (ก็ดี) กว่าอยู่บ้านเฮา ถ้ามีโอกาสล่ะกะเฮ็ดให้เต็มที่ค่ะ”

อ้างอิง

image_pdfimage_print