สุรสีห์ ผาธรรม ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง ประเภทภาพยนตร์ (อีสาน) พ.ศ. 2551 บุคคลสำคัญแห่งวงการแผ่นฟิล์มผู้สร้างปรากฏการณ์หนังอีสานโรงแตกเมื่อครั้งอดีต ภาพยนตร์หลายเรื่องในการกำกับการแสดงของสุรสีห์ได้สร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นที่รู้จักของคนในระแวกวงการหนัง ตลอดจนประชาชนทั่วไปเมื่อได้ยินชื่อของภาพยนตร์เหล่านี้ มนต์รักแม่น้ำมูล, ครูบ้านนอก, มนต์รักแม่น้ำมูล, หนองหมาว้อ, ลูกแม่มูล, ครูวิบาก, ครูดอย, ผู้แทนนอกสภา, สวรรค์บ้านนา,หมอบ้านนอก, ราชินีดอกหญ้า, ครูบ้านนอก บ้านหนองฮีใหญ่ และเรื่องอื่นๆ น่าสนใจที่ภาพยนตร์หลายเรื่องในการกำกับของสุรสีห์ มักจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมอีสานสะท้อนฉากทัศน์ให้เห็นถึงแก่นแท้ของสภาพสังคมอีสานในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

หลายคนรู้จักสุรสีห์ ในนามของ “พ่อใหญ่สีห์” เขาเกิดที่ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี  กระทั่งในปี พ.ศ. 2540 ได้สำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ (ภาพยนตร์โฆษณา) ม.สุโขทัยธรรมมาธิราช ในวัยเด็ก สุรสีห์เป็นคนที่ชอบดูหนังจนเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อมีโอกาสจึงเข้าเป็นนักพากย์หนัง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการ ใน พ.ศ. 2520 และเข้าทำงานในบริษัท ดวงกมล มหรสพ ในเวลาถัดมา

ครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2520 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการหนังไทยได้ถือกำเนิดขึ้น เมื่อ กมล กุลตังวัฒนา และสุรสีห์ ผาธรรม สองนักพากย์หนังชาวอีสาน ได้ไปชักชวน พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา นักพากย์และนักแต่งเพลงชาวอีสานและเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการภาพยนตร์ มาร่วมกันสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งขึ้นโดยใช้ชื่อเรื่องว่า มนต์รักแม่น้ำมูล

ภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักแม่น้ำมูล

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของสุรสีห์ กับการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ออกฉายเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2520 ณ โรงภาพยนตร์เพชรรามาประตูน้ำ และโรงภาพยนตร์เพชรเอ็มไพร์เชิงสะพานพุทธ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถทำรายได้ถึงหนึ่งล้านบาท ถือได้ว่าเป็นหนังเพลงแนวอีสานเรื่องแรกที่สามารถสร้างรายได้ทะลุล้าน แม้จะอยู่ในช่วงรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินห้ามออกนอกเคหสถานหลังเวลา 22.00 น. หรือช่วงเวลาเคอร์ฟิว

พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ผู้กำกับหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เขียนถึงบรรยากาศของแฟนหนังและกระแสความมาแรงของมนต์รักแม่น้ำมูลไว้อย่างน่าสนใจในหนังสือ หอมดอกผักกะแญง ความว่า 

“เมื่อบัตรเข้าชมรอบกลางวัน รอบบ่าย รอบค่ำหมดเกลี้ยง แฟนหนังชาวอีสานไม่มีทางเลือก ก็ต้องเสี่ยงกับการติดเคอร์ฟิวไปชมรอบดึก ทำให้แฟนหนังต้องพักค้างจนล้นหน้าโรงหนัง ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองกำลังตึงเครียด ซุมแซงหมู่เฮาชาวอีสานกลับร้องรำทำเพลง ม่วนซื่นโฮแซวกันแบบโต้รุ่งที่หน้าโรงหนังนั่นเอง”

จากความตั้งใจของผู้สร้างทั้งสาม ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังเพลงฟอร์มใหญ่ โดยมีพระ-นาง ถึง 3 คู่ คือ สมบัติ เมทะนี-นัยนา ชีวานันท์, สุริยา ชินพันธุ์-วิชชุตา เธียรโสภณ และ ปิยะ ตระกูลราษฏร์-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์  นอกจากนี้ยังมีดาราชื่อดังร่วมสมทบ อย่าง เศรษฐา ศิระฉายา, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ฯลฯ เมื่อผนวกกับเรื่องราวของความรักและความฝันของหนุ่มสาวลูกแม่น้ำมูล ทำให้หนังเรื่องนี้เข้าถึงแก่นแท้ของหัวใจคนอีสานที่เข้ามาแสวงโชคในเมืองหลวงได้อย่างอยู่หมัด และเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสความนิยมของหนังอีสานมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี พ.ศ. 2561 หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “มนต์รักแม่น้ำมูล” ให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ 

ภายหลังจากภาพยนตร์เรื่องมนต์รักแม่น้ำมูลออกฉาย ในปี พ.ศ. 2520 และทำรายได้สูงสุดในหน้าประวัติศาสตร์วงการหนังเพลง ในปีถัดมา สุรสีห์ได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้กำกับภาพยนตร์อย่างเต็มตัว ในภาพยนตร์เรื่อง ครูบ้านนอก ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือ บันทึกของครูประชาบาล จากปลายปากกาของ คำหมาน คนไค เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2521 ณ โรงหนังศาลาเฉลิมไทย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถทำรายได้ถึง 9 ล้านบาท

ภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอก

ครูบ้านนอกเป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงเรื่องราวของครูหนุ่มท่านหนึ่งนามว่า “ครูปิยะ” ครูผู้มีความมุ่งมั่นด้วยอุดมการณ์ โดยตัดสินใจสอนหนังสือที่โรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน และต้องเผชิญกับอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่ครูหนุ่มผู้รักในความถูกต้องกลับไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ เพราะถูกฉาบเคลือบด้วยอุดมการณ์ของความเป็นครู ถือเป็นอุดมการณ์ของครูรุ่นใหม่ในทศวรรษนั้น แตกต่างไปจาก “ครูคำเม้า” ตัวแทนข้าราชการครูรุ่นเก่าที่ทำงานตามคำสั่งไปวันๆ ไม่กล้าต่อสู้กับระบบที่ไม่ถูกต้อง และทำงานเอื้อต่อการอุปถัมป์จากข้าราชการชั้นสูงกว่า

ครูบ้านนอกเป็นภาพยนตร์แหวกขนบการทำหนังในยุคสมัยนั้น เพราะตีแผ่เรื่องราวชีวิตของคนชนบทและอิทธิพลมืดในพื้นที่ทุรกันดารได้อย่างเฉียบแหลม เป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้กำกับรุ่นหลังกล้าผลิตภาพยนตร์สะท้อนสังคมมากขึ้น

สุรสีห์เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ความจริงไม่ตาย ตอน ครูบ้านนอก ทางช่อง Thai PBS ถึงเหตุการณ์ที่ภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกเกือบจะไม่ถูกฉาย ภายหลังจากการพิจารณาจากกองเซ็นเซอร์ถึงความถูกต้องเหมาะสมของภาพยนตร์

“ ไม่ผ่าน! ต้องมีการอุทธรณ์กันเกิดขึ้น เขาบอกว่ามันสะท้อนภาพลักษณ์องค์กรการศึกษาที่เสียหาย และสภาพชีวิตชนบทต่างๆ ก็รู้สึกว่ามีความยากจนข้นแค้นจนเกินไป เพราะความจริงแล้วชนบทไทยก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกแห่งเราก็เลยได้มีการไปอุทธรณ์กัน เขาเลยให้ผ่าน”

ท้ายที่สุด “ครูบ้านนอก” ก็ถูกฉายฉากทัศน์ความเป็นชนบทอีสานผ่านจอหนังขนาดใหญ่ สร้างภาพจำและเป็นที่พูดถึงของแฟนหนังเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เพราะสภาพของระบบการศึกษาในพื้นที่ชนบทบางแห่ง ยังคงคล้ายกันกับเรื่องราวในภาพยนตร์แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 40 ปี ก็ตาม 

ความจริงไม่ตาย ตอน ครูบ้านนอก

จากผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกของสุรสีห์ ทำให้เขากลายเป็นที่ประจักษ์แก่ภาพยนตร์ จนสามารถคว้ารางวัล ผู้กำกับหนังยอดเยี่ยมและภาพยนตร์สร้างสรรค์เยาวชนดีเด่น ในงานมหกรรมภาพยนตร์ที่นครทาชเคนต์ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบก (ปัจจุบันคือกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน)

นอกจากนั้นยังมีรางวัลสร้างชื่ออื่นๆ อีกมากมายที่การันตรีความสามารถของสุรสีห์ อย่างรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำภาพยนตร์สร้างสรรค์สังคมดีเด่นและบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2524 จากภาพยนตร์ “ครูวิบาก” รางวัลตุ๊กตาทองผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2526 จากภาพยนตร์ “ผู้แทนนอกสภา” รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ประจำปี 2529 จากภาพยนตร์ “ราชินีดอกหญ้า” รางวัลแท็กอะวอร์ดภาพยนตร์โฆษณาสร้างสรรค์สังคมดีเด่น ประจำปี 2531 จากภาพยนตร์โฆษณา “ขอแขนให้แม่ข้า” และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย 

กระทั่งวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2566 สุรสีห์ได้เสียชีวิตลงในวัย 75 ปี ด้วยอาการหัวใจวาย ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี บุคคลสำคัญแห่งวงการภาพยนตร์ไทย เหลือไว้เพียงชื่อเสียงและผลงานการกำกับภาพยนตร์ดังครั้งก่อน หลายเรื่องยังคงสะท้อนสังคมจากอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างชัดเจนแม้จะเลยผ่านมานานหลายปีก็ตาม กลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ทำให้แฟนหนังต่างคิดเห็นเช่นเดียวกันว่า “หนังสุรสีห์ ไม่มีวันตาย”

อ้างอิง

  • DAILYNEWS. (2566). เปิดประวัติ ‘สุรสีห์ ผาธรรม’ ผู้กำกับหนังไทยชั้นครู สร้างตำนาน ‘ครูบ้านนอก’ กระฉ่อนค้ำฟ้า. เว็บไซต์ DAILYNEWS
  • หอภาพยนตร์ Thai Film Archive. (2565). หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ประกาศขึ้นทะเบียน “มนต์รักแม่น้ำมูล” ให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ เมื่อ พ.ศ. 2561. FACEBOOK. จาก หอภาพยนตร์ Thai Film Archive
image_pdfimage_print