ย้อนกลับไปในอดีต อีสานเคยถูกปิดกั้นความเจริญมานานนับศตวรรษ หนึ่งสาเหตุสำคัญคือไม่มีเส้นทางการคมนาคมเชื่อมอีสานกับกรุงเทพฯ ก่อนหน้านั้นมีเพียงทางเท้าหรือเส้นทางขนาดเล็ก ย่อมที่ไม่เพียงพอต่อการขนเอาความเจริญจากรัฐส่วนกลางไปยังแผ่นดินที่ราบสูง ภายหลังประเทศไทยได้มีการสร้างถนนสายสำคัญอย่าง ถนนมิตรภาพ เกิดขึ้น ถูกใช้ประโยชน์เพื่อการคมนาคม และการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างอีสานกับกรุงเทพฯ ตลอดจนเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นแก่ความเจริญก้าวหน้าในทางเศรษฐกิจและสังคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ก่อนหน้าที่ถนนสายนี้จะมีชื่อเรียกว่า “ถนนมิตรภาพ” คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ตั้งชื่อถนนช่วงสระบุรี–ปากช่อง–นครราชสีมาว่า ถนนสุดบรรทัด และในช่วงนครราชสีมา–ขอนแก่น–อุดรธานี–หนองคาย ได้รับการตั้งชื่อถนนว่า ถนนเจนจบทิศ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2493 ก่อนที่จะได้รับการสนันสนุนการก่อสร้างจากสหรัฐ และเริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2498 จากสระบุรีจนถึงนครราชสีมา ระยะทางประมาณ 148 กิโลเมตร ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี

เพื่อแสดงถึงมิตรภาพของประเทศไทยกับสหรัฐในการก่อสร้างถนนร่วมกัน จึงขนานนามถนนสายนี้เป็น ถนนมิตรภาพ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 โดยมีพิธีมอบถนนให้ประเทศไทย ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2501

ต่อมามีการสร้างช่วงต่อจากนครราชสีมาจนถึงหนองคายในปี พ.ศ. 2504 ระยะทาง 360 กิโลเมตร ในครั้งนี้รัฐบาลไทยได้รับความช่วยเหลือจากองค์การบริหารวิเทศกิจแห่งสหรัฐ (USOM) พร้อมทั้งได้จ้างผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันมาช่วยให้คำแนะนำด้วย ส่วนการออกแบบและการก่อสร้างอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมทางหลวง ส่วนใหญ่สร้างทับแนวถนนที่มีอยู่เดิม ยกเว้นช่วงนครราชสีมา-บ้านไผ่ ที่แนวถนนเดิมคดเคี้ยวและอยู่ในสภาพชำรุด จึงสร้างแนวถนนขึ้นใหม่ เพราะย่นระยะทางลงกว่า 30 กิโลเมตร

ถนนมิตรภาพได้กลายเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 207 และ 2440 หลักกิโลเมตรของถนนสายนี้เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 0 ที่ จ.สระบุรี ซึ่งเดิมจะนับกิโลเมตรที่ 0 จากกรุงเทพฯ ตามหลักกิโลเมตรของถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพตลอดสาย มีระยะทางทั้งสิ้น 509 กม. แต่ถ้านับเลขหลักกิโลเมตรตามถนนพหลโยธินจากกรุงเทพฯ ขึ้นมา จะมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 615 กม. โดยปัจจุบันถนนมิตรภาพตลอดสาย (รวมทั้งส่วนที่ไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว) ถูกกำหนดให้เป็น ทางหลวงเอเชียสาย 12

หมุดหมายของการก่อสร้างถนนสายนี้ก็เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ เพราะการสร้างเส้นทางคมนาคมนับเป็นการสร้างเส้นทางเพื่อให้เกิดความเจริญของสองข้างทาง ตลอดจนการเกิดขึ้นของความสัมพันธ์ของผู้คนบนถนน ดังคำกล่าวในพิธีเปิดให้ใช้ถนนเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2508 ของ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ณ ขณะนั้น ความว่า

“ถนนหนทางมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ในท้องถิ่นใดก็ตามที่มีถนนไปถึง ความเจริญของท้องที่ การเพิ่มพูนขยายตัวของการทำมาหากินและรายได้ของประชาชนก็ย่อมจะบังเกิดเป็นเงาตามตัวมาด้วย

“ทางหลวงสายนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อมวลชนและทรัพยากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างมาก เพราะจะช่วยเชื่อมชุมนุมชน ไร่นา และตลาดในท้องที่สำคัญๆ หลายแห่ง ให้ใกล้ชิดติดต่อกัน และจะเปิดทางเพื่อการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ดังเช่นที่ประจักษ์อยู่แล้ว ในความเจริญทางเศรษฐกิจที่บังเกิดขึ้นกับอาณาบริเวณถนนมิตรภาพในเวลาอันไม่นานมานี้”

ส่วนระยะเวลาในการสร้างถนนสายนี้หากนับรวมตั้งแต่การเกิดขึ้นของ ถนนสุดบรรทัด จนกลายมาเป็น ถนนเจนจบทิศ ที่สร้างในปี พ.ศ. 2493 และได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2498 โดยใช้ชื่อว่า ถนนมิตรภาพ กระทั่งถูกเปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2501 และถูกสร้างช่วงต่อให้ทอดยาวถึงเขตชายแดนของประเทศในปี พ.ศ. 2504 จะใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง 11 ปี เท่านั้น

ที่มาข้อมูล:

image_pdfimage_print