“มาสิกล่าวฮอดเบื้องเมืองลาวแต่คราวก่อน 

ล้านซ้างเกิดเดือดฮ้อนเมืองบ้านกะวุ่นวาย 

ย้อนว่าเกิดเหตุฮ้ายภายในเอื้องเมืองกรุงศรี

สัตนาคนหุตดุจเปลวเพลิงเผาไหม้

ฮ้อนปานไฟเวียงวังเค้า พิมพาแก้วผู้เข็ญข่ม

เกิดเป็นปมต่อเมืองบ้าน ประหารเจ้ากษัตรา นี่แหลว”

ผญาจากการแสดงชุด กษัตริยาพิมพาแก้ว นาฏยศิลป์สินไซ 12 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

ผญาฉายภาพของหายนะที่เกิดจากสตรีชั้นสูงของล้านช้างผู้หนึ่งพระนามว่า พระนางเจ้าแก้วพิมพา ถึงเหตุการณ์ที่พระองค์ได้สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่บ้านเมืองในประวัติศาสตร์ล้านช้างร่มขาวในช่วงหนึ่ง พระนางถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบปลงพระชนม์ของกษัตริย์ล้านช้างและกุมอำนาจหลังราชบัลลังก์ถึง 7 รัชกาล หลังจากที่พระนางราชินิยาภิเษก ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะถูกจบชีวิตโดยการสำเร็จโทษในตอนที่พระองค์มีพระชนม์มายุ 95 พรรษา 

อีกด้านของประวัติศาสตร์ พระนามของพระนางเจ้าแก้วพิมพา ถูกจารึกไว้เพียงพงศาวดารบางฉบับเท่านั้น การขึ้นครองบัลลังก์ในระยะเวลาสั้นๆ ของล้านช้างยังคงคลุมเครือ บางฉบับไม่ได้กล่าวถึงพระนามอย่างตรงไปตรงมาว่าพระนางมีส่วนรู้เห็นมากน้อยเพียงใดกับเหตุการณ์ที่ไม่สงบของอาณาจักรในช่วงหนึ่ง แต่หากมีปรากฏเหตุการณ์ที่กษัตริย์หลายพระองค์ต้องหนีราชภัย และเหตุการณ์ความไม่สงบทุกอย่างก็เริ่มจะคลี่คลายลงในปี พ.ศ.1980-1981 ซึ่งตรงกับปีที่พระนางเจ้าแก้วพิมพาได้จากไป

แก้วพิมพาเจ้านายสตรีปริศนา

พระนางแก้วพิมพา หรือ สมเด็จพระยาสาธุเจ้าหญิงแก้วพิมพามหาเทวี ( ภาษาลาว : ສົມເດັຈພຣະຍາສາທຸເຈົ້າຍິງແກ້ວພິມພາມະຫາເທວີ ) ประสูติในปี พ.ศ. 1886 พงศาวดารล้านช้าง ฉบับพิมพ์แจกงานฌาปนกิจศพ ปริก วิเศษภักดี มารดาหลวงรัตนสมบัติ ปี พ.ศ. 2473 มีปรากฏเพียงพระนามของพระนางเจ้าแก้วพิมพาในฐานะพระธิดาองค์โตของ พระยาสามแสนไทย เพียงบรรทัดเดียวในการพรรณาถึงเหล่าโอรสและธิดาว่า 

“ยี่ศักราช ๗๓๖ นั้นแลเมื่อฟางงุ้มเป็นพระยาได้ ๓ ปีศักราช ๗๑๘ ปีก็มีลูกชายผู้หนึ่งชื่อเท้าอุ่นเรือน ยามนั้นหมอทั้งหลายก็ถวายว่ากุมารผู้นี้จะแพ้พ่อตาย เมื่อนั้นฟ้างุ้มลวดให้เอาไปไหลน้ำเสีย ฝูงข้อยเลี้ยงทั้งหลายก็เอาไปไหลเสียตามความพยากรณ์นั้น เขาก็ปรากฏเห็นฉ้อธงกั้งกางกุมารนั้นไป เขาจึงไปเล่าแก่หอหลวง ยามนั้นหอหลวงจึงให้ไปเอากุมารมาเลี้ยงไว้ในเรือนมัน ใหญ่มาได้ ๑๗ ปี เมื่อเขาขับพระยาฟ้างุ้มผู้พ่อหนีจากเมืองแล้ว เขาจึ่งเอากุมารมาตั้งราชาภิเษกเป็นพระยาแทนในปีนั้นแล

“เมื่อเป็นพระยาได้ ๓ ปี ก็จึ่งให้จัดตราดูหน่อยเบี้ยคนทั้งหลายฝูงเปนไทยเปนลาวอันเรือนปองกองขึ้นทั้งมวลได้ ๓๐๐๐๐๐ เบี้ย เส้นศึกคนทั้งหลายฝูงเปนชาวต่างบ้านต่างเมืองมาอยู่ก็บ่นับ ค่าเก่าเจ้ากูทั้งหลายก็บ่นับ เหตุดังนั้นคนทั้งหลายจึงหมายชื่อไว้ว่าสามแสนเมืองไทยเพื่ออันแล แต่เปนพระยามาได้ ๕๓ ปี มีความกรุณาไพร่ฟ้าค่าไทยทั้งหลายศุขเกษมด้วยบุญสมภารคราวนั้นเหตุท่านตั้งอยู่ตามบุราณจารีตคองท้าวพญาแต่ก่อนแล

“สมบัติตามคำสอนพระยามหาเถรเจ้าสปาสมันตนเปนครูพระยาฟ้างุ้มตนเป็นพ่อนั่นแล อายุทั้งมวญท่านได้ ๖๐ ทัศ ตายปีระวายสันศักราชได้ ๗๑๘ ตัว ถัดนั้นพระยาสามแสนไทยก็มีลูกชาย ๖ คนผู้หนึ่งชื่อหมื่นบาน ผู้หนึ่งชื่อลานคำแดง ผู้หนึ่งชื่อท้าวไส ผู้หนึ่งชื่อเท้าคำเต็ม 

“มีกับนางแก้วยอดฟ้าลูกพระยาอโยธยาชาวใต้ ผู้หนึ่งชื่อท้าวกองแก้ว มีกับนางน้อยออกสาลูกพระยาเชียงใหม่ ผู้หนึ่งชื่อว่าเท้าฤาชัย มีลูกหญิง ๕ คนผู้หนึ่งชื่อนางแก้วพิมพา ผู้หนึ่งชื่อนางอนุชา ผู้หนึ่งชื่อนางมโนราห์ ผู้หนึ่งชื่อนางสุพัตรา”

หลักฐานของการกล่าวถึงชื่อของพระนางเจ้าแก้วพิมพาว่าเป็นพระธิดาในพระเจ้าสามแสนไทยตรงกับหลักฐานในพงศาวดารล้านช้าง ฉบับพิมพ์เป็นบรรณาการ ในงานพระราชทางเพลิงศพ พันเอกหลวงชาญสงคราม (กฤษณ์ ชาลีจันทร์) พงศาวดารที่กล่าวถึงประวัติล้านช้างรวมถึงลำดับตระกูล ชาลีจันทร์ ที่สืบสายจากราชตระกูลแห่งอาณาจักรล้านช้าง 

เนื้อความหลังจากนี้ไม่มีปรากฏชื่อพระนางในเหตุการณ์ในบ้านเมือง แต่เหตุโกลาหลวุ่นวายในราชสำนักที่ถูกคาดเดาว่าเป็นแผนการของพระนางคือมีการถอดยศและลอบปลงพระชนม์ของกษัตริย์ในรัชกาลต่อจากพระเจ้าสามแสนไทย อ้างอิงจากพงศาวดารฉบับพันเอกหลวงชาญสงคราม ดังนี้

“ปีมะแมสัปศก พ.ศ. ๑๙๕๘ สมณพราหมณาจารย์เสนาพฤฒามาตย์พร้อมกันอัญเชิญท้าวล้านคำแดงขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าล้านช้าง พระองค์มีพระราชโอรส ๒ องค์คือท้าวยุคล (ยูครอง) และท้าวพรหมทัต พระเจ้าล้านคำแดงครองราชสมบัติอยู่ ๑๒ ปีพระชนม์ ๕๒ พรรษาก็สวรรคต

“ปีมะแมนพศก พ.ศ. ๑๙๗๐ เสนาพฤฒามาตย์พร้อมการอัญเชิญท้าวพรหมทัต

พระราชโอรสพระเจ้าล้านคำแดงขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระเจ้าล้านช้าง อยู่ในราชสมบัติ ๔ เดือนก็ถูกสำเร็จโทษ เสนาพฤฒามาตย์จึงพร้อมกันอัญเชิญท้าวคำเต็มพระราชโอรสพระเจ้าสามแสนไทยขึ้นครองราชย์ มีพระนามว่าพระเจ้าปากห้วยหลวงครองราชสมบัติได้ ๕ เดือนก็ถูกถอดในปีเดียวกันนั่นเอง แล้วเสนาพฤฒามาตย์อัญเชิญท้าวหมื่นชัยพระราชโอรสพระเจ้าสามแสนไทย ซึ่งไปครองเมืองตะบองขอนขึ้นเสวยราชสมบัติได้ ๔ เดือนกับ ๒๐ วันเมื่อพระเจ้าหมื่นชัยรู้ว่าคนจะทำร้ายก็ถูกพระสอสวรรคตในส้วมอาบน้ำที่เมืองเชียงทอง

“ปีวอกสัมฤทธิศก พ.ศ. ๑๖๗๑ เสนาพฤฒามาตย์จึงพร้อมกันอัญเชิญท้าวไค (ฟ้าไค)พระโอรสท้าวฟ้าคืนพระราชนัดดาของพระเจ้าล้านคำแดง ขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าล้านช้างอยู่ในราชสมบัติ ๘ ปีถูกปลงพระชนม์ที่ผาเดียวต่อแง่สบคาน

“ปีมะโรงอัฐศก พ.ศ. ๑๙๗๙ สมณพราหมณาจารย์เสนาพฤฒามาตย์อัญเชิญท้าวก้อนคำพระราชโอรสของพระเจ้าสามแสนไทยซึ่งไปครองเมืองเชียงสา ขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระเจ้าล้านช้าง มีพระนามว่าพระเจ้าเชียงสา เรียกตามชื่อเมืองที่เคยไปครองก่อนเสวยราชสมบัติอยู่ในราชสมบัติ ๗ เดือนก็สวรรคตในปีเดียวกันนั้นเอง เสนาพฤฒามาตย์ทั้งปวงจึงได้อัญเชิญท้าวยุคล พระราชโอรสของพระเจ้าล้านคำแดงขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระเจ้าล้านช้าง อยู่ในราชสมบัติได้ ๘ เดือนก็พาบ่าวไปพึ่งชาวใต้เพราะทราบว่าจะมีผู้คิดร้าย

“ปีมะเส็งนพศก พ.ศ. ๑๙๘๐ เสนาพฤฒามาตย์ราชปุโรหิตจึงพร้อมกันอัญเชิญท้าวคำเกิดพระราชนัดดาพระเจ้าสามแสนไทยขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระเจ้าล้านช้างมีพระนามว่าพระเจ้าคำเกิดอยู่ในราชสมบัติ ๓ ปีก็สวรรคต”

มีพระมหากษัตริย์ถึง 7 พระองค์ตามพงศาวดารที่สิ้นพระชนม์โดยการถูกปลดรวมถึงถูกขู่เข็ญในทางใดทางหนึ่งจนถึงแก่ชีวิตหลังยุคสมัยของพระเจ้าสามแสนไทยที่เรืองรอง ในช่วงปี พ.ศ. 1958 – 1980 เอกสารต่างๆ ระบุพอสังเขปว่าขั้วอำนาจของ “พระมหาเทวี” อยู่เบื้องหลังการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินในราชสำนักล้านช้างร่มขาว แต่ชื่อของพระมหาเทวีองค์นี้ยังคงเป็นปริศนาในจารึกของประวัติศาสตร์

พระมหาเทวีเจ้าผู้โหดเหี้ยม

เหตุการณ์การลอบปลงพระชนม์ของพระราชโอรสและพระราชนัดดาของพระเจ้าสามแสนไทยถึง 7 พระองค์ ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าพระมหาเทวีคือใครกันแน่ที่จะเป็นราชินีสำเร็จราชการ หรือราชินีที่ขึ้นครองบัลลังก์ ทุกการสันนิษฐานล้วนใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาคาดเดาว่า พระมหาเทวีนั้นใช่พระนางแก้วพิมพาหรือไม่ หรือมีสตรีที่มีอิทธิพลพระองค์อื่นที่ทำให้ล้านช้างระส่ำระส่ายไปช่วงหนึ่ง

พงศาวดารฉบับพันเอกหลวงชาญสงคราม อธิบายเหตุการณ์จากรัชสมัยนองเลือดถึงสตรีผู้หนึ่งไม่ระบุนามถึงพฤติกรรมและความไม่พอใจในเกมการเมืองรวมถึงจุดจบของนางคาดเดาว่าในปีเดียวกับที่พระเจ้าคำเกิดสวรรคต คือ พ.ศ.1980 ว่า 

“ต่อมาพระราชธิดา ของพระยาสามแสนไทย องค์หนึ่งนามไม่ปรากฎได้เป็นพระมหาเทวี เมื่อพระมหาเทวีไม่ชอบใจท้าวพระยาคนใดก็ใช้คนไปฆ่าเสีย ภายหลังเสนาอำมาตย์จับพระมหาเทวีสำเร็จโทษเสียที่บ้านผาเดียวหัวหนุนหินตีนเลื้อยน้ำละ (วิธีทรมานนักโทษ คือให้นอนเอาหัวหนุนหินเอาตีนแช่น้ำ)” 

พระมหาเทวีที่ถูกจารึกว่าหากไม่ชอบใจพระยาคนใดก็ใช้คนไปฆ่าเสีย เป็นที่ถกเถียงกันทั้งในเนื้อหาของพงศาวดารและนักวิชาการในยุคต่อๆ มา เธอถูกอธิบายในหลายแง่มุมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับพระเจ้าสามแสนไทย บางมุมมองกล่าวว่า เธอนั้นเป็นน้องสาว บางมุมมองบอกว่า เธอคือลูกสาว หรือแม้กระทั่งอีกหนึ่งมุมมองคือ เธอนั่นแหละคือพระมหาเทวีผู้เป็นมเหสีของพระเจ้าสามแสนไทย 

มหาสิลา วีระวงศ์ นักประวัติศาสตร์คนสำคัญของลาว

เหตุการณ์ความวุ่นวายของล้านช้างในช่วงนี้ยังถูกอธิบายในพงศาวดารฉบับมหาสิลา วีระวงศ์ นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีคนสำคัญของลาว ว่า ในรัชสมัยของพระเจ้าฟ้างุ้มนั้นมีความเป็นปกติสุขจนกระทั่งสิ้นสุดรัชสมัยของพระยาล้านคำแดง (หลานในพระเจ้าฟ้างุ้ม) เหตุการณ์ความไม่สงบเนื่องมาจากการเถลิงอำนาจของพระมหาเทวีสตรีผู้กุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จในช่วงหนึ่ง 

พระมหาเทวีในทรรศนะของมหาศิลาเธอมีสถานะเป็น พระราชภคินี (พี่สาว) ของพระเจ้าสามแสนไทย เธอเข้ายึดอำนาจหลังจากการสิ้นสุดรัชกาลของพระยาล้านคำแดง กษัตริย์ที่ขึ้นครองราชย์หลังจากนั้นล้วนเป็นหุ่นเชิดของมหาเทวีทั้งสิ้น มหาศิลาได้ระบุว่า มหาเทวีผู้นี้มีความโหดเหี้ยม หลายชีวิตถูกสังหารในช่วงที่พระนางกุมอำนาจหลังราชบัลลังก์ เนื่องมาจากนางต้องการให้ราชสวามีขึ้นครองบัลลังก์ ก่อนจะสิ้นสุดรัชสมัยเลือดหลังจากการสำเร็จโทษนางมหาเทวี และการขึ้นครองบัลลังก์ของ สมเด็จพระจักรพรรดิ์ไชยแผ่นแผ้ว 

ใครคือพระมหาเทวีเจ้า   

ข้อสังเกตของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ มาร์ติน สจวต-ฟอกซ์ มหาวิทยาลัยควีนแลนส์ ออสเตรเลีย ในบทความเชิงวิชาการ เรื่อง Who Was Maha Thevi ว่า หนังสือ Histoire Abregee du Pays de Lan-Chhang, Hom Khao ฉบับแปลที่มอบให้ โอกุสต์ ปาวี ระบุว่า พระมหาเทวีนั้นคือพระนางเจ้าแก้วพิมพา ที่เป็นพระธิดาองค์โตของพระยาสามแสนไทย ที่เธอลงมือยึดอำนาจหลังจากพระเจ้าล้านคำแดงนั้นเธอจะทำไปเพื่อชิงราชบัลลังก์ให้แก่พระราชสวามี ซึ่งตรงกับมุมมองของมหาสิลา วีระวงศ์ 

แต่อีกข้อสังเกตหนึ่งที่ขัดแย้งกันเองคือ หากพระมหาเทวีคือ พระนางเจ้าแก้วพิมพาจริง มีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดใดที่พระนางจะได้อวยยศเป็นพระมหาเทวี เนื่องจากตำแหน่งนี้เทียบเท่ากับ พระราชินีในองค์พระมหากษัตริย์ (Queen consort) รวมถึงพระมารดาของกษัตริย์ (Queen Mother) ในทางพฤตินัย พระนางแก้วพิมพาไม่สามารถดำรงยศในตำแหน่งพระมหาเทวีได้ เนื่องจากมีพระยศเป็นชั้นลูกหลวง รวมไปถึงอายุของเธอในปี พ.ศ. 1980-1981 เธอมีอายุโดยรวมแล้ว 95 ชันษา ศ.มาร์ติน ตั้งข้อสังเกตว่า เธอไม่มีทางจะเป็นพระธิดาองค์โตของพระยาสามแสนไทยได้ เนื่องจากพระนางแก้วพิมพาประสูติในปี พ.ศ. 1886 และพระยาสามแสนไทย ประสูติในปี พ.ศ. 1900 ตามเอกสารระบุว่า พระยาสามแสนไทยขึ้นครองราชย์และมีราชบุตรราชธิดาในปี พ.ศ. 1936 (อายุ 36 ชันษา) ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่พระนางเจ้าแก้วพิมพาจะเป็นพระธิดาในพระเจ้าสามแสนไทย 

ผู้หญิง การเมือง และประวัติศาสตร์

แม้ว่าตัวจริงของพระมหาเทวีนั้นจะเป็นใครก็ตามในประวัติศาสตร์ จากข้อมูลและการสันนิษฐานของนักวิชาการก็มีแนวโน้มตรงกันว่าช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรล้านช้างร่มขาว ก็มีเหตุให้ระส่ำระสายจากการกุมอำนาจหลังราชบัลลังก์โดยสตรีสูงศักดิ์ในราชสำนัก 

บันทึกประวัติศาสตร์ในลักษณะนี้พบได้ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของศุภยาลัต ในพระเจ้าธีบอ ราชินีองค์สุดท้ายของราชวงศ์คองบอง แห่งเมียนมา ผู้ที่ถูกบันทึกว่าเป็นราชินีสุดโหดร้ายเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้ความปราณี รวมถึงเป็นต้นเหตุแห่งการเสียเอกราชให้จักรวรรดิอังกฤษ 

ไม่มีใครทราบได้ว่าความจริงที่ปรากฎในสนามการเมืองนั้นเป็นอย่างไร ในอีกแง่หนึ่งเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่จารึกถึงสตรีเพศและการเมืองมักจะมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน คือสตรีนั้นเป็นเป็นน้ำมันกับน้ำของสนามการเมืองมาตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน 

อ้างอิง 

image_pdfimage_print