“แม่มีความกังวลว่า เราจะอยู่ยังไง เพราะแค่ตอนนี้ก็อยู่ยากมากพอแล้ว อนาคตลูกหลานอีก ถ้าสร้างเขื่อนแล้วน้ำท่วม จะท่วมมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่เชื่อทางการแล้วเรื่องที่ปากว่าสร้างเขื่อนน้ำจะท่วมแค่นี้ๆ ซึ่งไม่จริง มันท่วมมากกว่านั้นแน่นอน เราเข็ดมาจากเขื่อนปากมูลแล้ว”

เสียงของ ทรัพย์ทวี ไซยโกษฐ์ อายุ 54 ปี ชาวบ้านบ้านหัวเห่ว หมู่ 4 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แสดงความกังวลต่อโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำ (เขื่อนภูงอย) ที่ประเทศลาว ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการเจรจา ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการหารือล่วงหน้าระหว่างประเทศ ตามคำกล่าวของชุมลาภ เตชะเสน ผู้อำนวยการองค์การระหว่างประเทศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ 

ทรัพย์ทวี ไซยโกษฐ์

ทรัพย์ทวีเล่าว่า ตนเกิดและโตที่บ้านหัวเห่ว ตอนที่มีโครงการสร้างเขื่อนปากมูล ทางการไม่ได้แจ้งรายละเอียดกับชาวบ้านล่วงหน้าก่อน ย้อนกลับไปตอนนั้นตนอายุ 15 ปี เขื่อนที่ทางการจะมาสร้างคือเขื่อนยาง เวลาสูบลมเข้าก็จะกั้นน้ำไว้ คนที่อยู่ข้างบนจะได้ใช้น้ำ พอปล่อยลมจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม นั่นคือสิ่งที่ถูกแจ้งไว้ขณะที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และชาวบ้านแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขื่อนยางเป็นอย่างไร มีจริงไหม แต่ทุกคนก็เชื่อแบบนั้น และไม่คิดว่าจะระเบิดบริเวณรอบๆ เพื่อสร้างเขื่อน ไม่ว่าจะก้อนหิน เศษดิน ตกใส่บ้านเรือนของขาวบ้านแถวนั้น แม้มีการชดเชยค่าเสียหาย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยความหวาดกลัวได้ ต้องพากันย้ายออกจากพื้นที่ มีค่ารื้อถอนให้ สุดท้ายเงินที่ได้มาก็ซื้อที่ใหม่หมด แทบไม่เหลือสร้างบ้านอาศัย

“แม่มีความกังวลว่า เราจะอยู่ยังไง เพราะแค่ตอนนี้ก็อยู่ยากมากพอแล้ว อนาคตลูกหลานอีก ถ้าสร้างเขื่อนแล้วน้ำท่วม จะท่วมมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่เชื่อทางการแล้วเรื่องที่ปากว่าสร้างเขื่อนน้ำจะท่วมแค่นี้ๆ ซึ่งไม่จริง มันท่วมมากกว่านั้นแน่นอน เราเข็ดมาจากเขื่อนปากมูลแล้ว แค่คิดว่าถ้าเขื่อนปากมูล แก่งตะนะ ท่วม บ้านของแม่ก็ท่วมแน่นอน ที่ทำกิน บ้านที่อยู่ ท่วมหมดแล้วเราจะทำยังไง เขื่อนจะสร้างเมื่อไหร่ จะเร็วหรือช้า นี่คือสิ่งที่คิดตลอด

“แล้วแม่ก็คิดอีกว่า ถ้าเราคัดค้านจะได้ผลไหม เพราะเขาสร้างอยู่ที่ประเทศลาว แต่เราคนไทยได้รับผลกระทบเต็มๆ เคยได้ยินเสียงจากปากพี่น้องชาวลาวเหมือนกัน ว่าเขาเองก็โดนหลอกให้เข้าใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ คล้ายกับกรณีที่แม่โดนหลอกตอนที่เขาจะสร้างเขื่อนปากมูล ตอนที่บ้านกุ่ม (ต.ไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี) ก็มีคณะมาสำรวจ แต่ไม่สามารถสร้างได้เพราะมันติดทั้งสองประเทศ หากไทยคัดค้าน ลาวก็ทำไม่ได้ แต่เขื่อนภูงอยคืออยู่ที่ลาว 100% เราจะคัดค้านยังไง รัฐบาลไทยจะช่วยเราได้ไหม แม่กังวลแบบนี้”

ในขณะเดียวกัน หนูใบ ภิลาภา อายุ 61 ปี ชาวบ้าน อ.พิบูลมังสาหาร เล่าว่า ปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องที่ชาวอุบลราชธานีต้องรับมือทุกปี ถึงแม้ไม่ได้ท่วมที่บ้านตน แต่การเดินทางไปไหนมาไหนก็ลำบาก เพราะท่วมเส้นทางจราจร หากป่วยตอนที่เกิดน้ำท่วม เดินทางมาโรงพยาบาลก็ลำบาก สาเหตุเกิดจากการสร้างเขื่อน 

“ตั้งแต่เด็กจำได้ว่าน้ำไม่ค่อยท่วม จะท่วมแค่ริมมูลซึ่งมันขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ตั้งแต่มีเขื่อนปากมูลน้ำก็เริ่มท่วมขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเกิดเขาสร้างเขื่อนภูงอยได้ เอาจริงๆ เรากังวล ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนถ้าหากน้ำท่วม เรามีแค่ที่ดินตรงนั้นที่เดียว ถึงจะบอกว่าให้ไปอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้อยากไป เราเสียดายที่ดินบ้านเกิดเรา ลูกเราก็แค่ไปทำงานหาเงิน สุดท้ายชีวิตของคนต่างจังหวัดก็ต้องกลับมาอยู่บ้าน ถ้าท่วมขึ้นมา รัฐบาลจะจัดที่ดินให้ไหม ถ้าเกิดท่วมขึ้นมาปล่อยให้พวกเราแบกรับชะตากรรมเองก็ไม่อยากให้สร้าง เราอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิดก็ไม่อยากจากไปไหน”

เขื่อนปากมูล

สมปอง เวียงจันทร์ จากสมัชชาคนจน กล่าวถึงอนาคตหากยืนยันที่จะสร้างต่อ ภาคประชาชนพร้อมชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจะล่ารายชื่อเพื่อคัดค้านการสร้างเขื่อน โดยจัดทำแบบฟอร์มทางออนไลน์เพื่อให้คนทั่วไปสามารถเข้ามาลงทะเบียนได้ และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะมีการเดินทางไปที่สถานทูตลาว ซึ่งตอนนี้มีเยาวชนคนอุบลราชธานีเป็นคนเดินเรื่องจัดทำทุกอย่างเองทั้งหมด รวมไปถึงกลุ่มนักเรียน นักศึกษา กลุ่มพี่น้องเครือข่ายเฝ้าระวังน้ำท่วมอุบลฯ ช่วยกันให้ครบ 50,000 รายชื่อ

image_pdfimage_print