เมื่อท้ายปี 2566 ที่ผ่านมา การพูดถึงอุตสาหกรรมการเก็บเบอร์รีป่าโดยใช้แรงงานไทยในการเดินทางไปเก็บตามฤดูกาล แรงงานหลายคนติดหนี้สิน และถูกสรุปความว่านี่คือเหตุการณ์การค้ามนุษย์ข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง ตามมาถึงข่าว DSI ฟ้องอดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและอดีตผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงแรงงาน หลายคน นับเป็นปรากฏการณ์ความคืบหน้าที่แรงงานกำลังรอแสงสว่างปลายอุโมงค์ว่าพวกเขาจะได้รับความเป็นธรรมหรือค่าชดเชยหรือเปล่า 

13 มีนาคม 2566  ณ สำนักงานเดอะอีสานเรคคอร์ด กองบรรณาธิการได้เข้าร่วมฟังการบรรยายร่วมกับเครือข่ายคนงานเก็บเบอร์รีป่าฟินแลนด์ของ แฟร์เทรดฟินแลนด์ (กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ – ฟินแลนด์) องค์กรส่งเสริมการพัฒนาการค้าโดยระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยการทำวิจัยค้นคว้าและการนำเสนอทางออกที่ดีกว่าในกระบวนการการผลิต ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในภาคการผลิต ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค

ในการบรรยายดังกล่าว ตัวแทนจากแฟร์เทรดฯ ได้นำเสนอโครงการนำร่องการค้าระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืนโดยการพัฒนาและใส่ใจในด้านสิทธิมนุษยชนในภาคการผลิต เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับภาคการผลิต เนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาของบริษัทในอุตสาหกรรมเก็บผลไม้ป่านั้นไม่ได้ให้ความใส่ใจในด้านสิทธิมนุษยชนเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นด้านสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อแรงงาน สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงที่อยู่อาศัยที่ไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้ใช้แรงงาน โครงการนำร่องนี้จะนำประเด็นปัญหาไปแก้ไขและพัฒนาให้ภาคการผลิตหันมาคำนึงถึงในด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น โดยบรรทัดฐานนี้จะเป็นไปตามบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น หลักการองค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) เป็นต้น 

โดยโครงการนำร่องดังกล่าว จะเริ่มภายในฤดูใบไม้ร่วงของฟินแลนด์ในปีนี้ และกฎเกณฑ์ข้อควรระวังในโครงการก็จะถูกใช้ในฤดูกาลการเก็บผลไม้ป่านี้ด้วย เมื่อโครงการผลของการนำร่องเสร็จสมบูรณ์ บรรทัดฐานนี้จะถูกใช้จริงในฤดูใบไม้ผลิของปี 2568

ไพรสันติ จุ้มอังวะ

“ผมอยากถามว่าทางแฟร์เทรดรับรู้รับทราบเรื่องสัญญาไหม ทางแฟร์เทรดรู้ไหมว่ามันทำไม่ได้จริง ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาระบุไว้ถึงการชดเชยค่าเสียหาย แต่ความเป็นจริงก็คือเก็บ (เบอร์รี) น้อยได้ (ค่าตอบแทน) น้อย เก็บมากได้มากเหมือนเดิม” ไพรสันติ จุ้มอังวะ หนึ่งในอดีตแรงงานเก็บเบอร์รีป่าและผู้ต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิเกี่ยวกับค่าชดเชยกว่า 10 ปี ตั้งคำถามกับแฟร์เทรด

แฟร์เทรดให้คำตอบว่า องค์กรรับทราบปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นและสิ่งที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาคือโครงการนำร่องที่องค์กรกำลังขับเคลื่อน 

เจนปรียา จำปีหอม

ส่วน เจนปรียา จำปีหอม อดีตแรงงานเก็บผลไม้ป่าได้กล่าวหลังจากการเข้าร่วมประชุมว่า สิ่งที่แฟร์เทรดกล่าวมามันก็ดี ที่เขาจะพยายามทำให้บริษัทได้มีบรรทัดฐานมากขึ้น เพราะที่ผ่านมานั้นแรงงานมีปัญหาเรื่องสภาพการจ้างเป็นอย่างมาก

“ตอนที่เราไปเก็บ สวัสดิภาพของแรงงานแทบดูไม่ได้ อยู่กันโดยกินข้าวกับไข่ต้มและพริกแห้ง ทำงานมากกว่า 10 ชั่วโมง ฉะนั้นถ้าแฟร์แทรดทำได้จริงนับว่าดี”

วสันต์ หมั่นบ่อแก

ขณะที่ วสันต์ หมั่นบ่อแก ผู้เข้าร่วมประชุม กล่าวทิ้งท้ายถึงแฟร์เทรดเรื่องการแก้ปัญหาและโครงการนำร่องที่นำเสนอว่า จากการรับฟังครั้งนี้ตนยังไม่เห็นทิศทางที่ดีขึ้นมากนัก และเป็นการแก้ปัญหาเหมือนพายเรือในอ่าง

“ผมรู้สึกว่าการแก้ปัญหามันก็เป็นแบบเดิมๆ ตอนที่เริ่มมีสัญญาจ้างปีแรกคือปี 2009 ตอนที่ผมไปสวีเดนแรกๆ แต่พอก่อนจะบินเขาก็ให้เซ็นสัญญาอีกตัวที่เป็นสัญญายกเลิกการประกันรายได้ มันก็กลับมาเป็นเรื่องเก็บมากได้มาก เก็บน้อยได้น้อย สัญญาจะบอกว่าเป็นธรรมอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมันก็จะไม่เป็นธรรมกับแรงงานเหมือนเดิม ส่วนตัวผมมองว่าสวีเดนเขามีเจตนาที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ฟินแลนด์จะเดินตามรอยสวีเดน ซึ่งมันก็เหมือนพายเรือวนในอ่าง และผมว่ามันแก้ปัญหาไม่ได้จริง” 

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

image_pdfimage_print