โรงเรียนริมราง ในฝันรางเลือน

“คนจนก็มีส่วนร่วมพัฒนาเมือง ให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ในเมือง” ข้อความบนป้ายที่อยู่ในงาน เปิดบ้านชุมชนริมรางมิตรภาพ ขอนแก่น

ชุมชนมิตรภาพยังคงเป็นข้อถกเถียงในขอนแก่นว่าสุดท้ายแล้วจะหาทางออกให้กับเรื่องนี้อย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ อีก 5 ปีข้างหน้า ชุมชนริมรางบางส่วนที่อยู่ใกล้ 40 เมตร บริเวณสร้างรถไฟความเร็วสูงต้องย้ายออกทันที โดยทางการรถไฟกำลังหาที่อยู่ใหม่สำหรับผู้อพยพ

แต่ก็มีเยาวชนกลุ่มหนึ่งนำโดย มะพร้าว ฉัตรบดินทร์ อาจหาญ ครูแคท จันทิมาพร ชีวะสวัสดิ์ ร่วมกับคนรุ่นใหม่ เด็กนักเรียน จากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน มองเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้มาเปิดโรงเรียนริมรางให้เด็กในชุมชนได้เข้าถึงสิทธิ์ขั้นพื้นฐานนั่นคือการศึกษา และเมื่อวันเวลาเหมาะสม เขาได้เปิดบ้านชุมชนมิตรภาพ ชวนคนจากภายนอกเข้ามาดูว่าภายในชุมชนนี้มีอะไรบ้าง

บรรยากาศภายในงานมีนิทรรศการ ผลงานศิลปะของเด็กๆ ที่ทำร่วมกับนักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน พร้อมกับวงดนตรี สมจริง, ลัทธิ โยหาสิทธิ์ และสุขเสมอ และวงพูดคุยแชร์เรื่องราวในชุมชนกับกลุ่มแม่ญิงริมราง

ในงานได้มีการฉายหนังของโดม – อติเทพ จันทร์เทศ หนึ่งในผู้จุดประกายเรื่องราวชุมชนริมราง ซึ่งในอดีตเขาได้ลงพื้นที่ทำข่าวในที่แห่งนี้เป็นเวลาหลายปี

นัท – ณัฐวุฒิ กรมภักดี กลุ่มเพื่อนฅนไร้บ้านขอนเเก่น เล่าว่า การฉายหนังเรื่องดังกล่าว คือการทำความฝันของโดมได้เป็นจริง

“โดมเคยบอกผมอยากจะเอาหนังที่เขาทำมาฉายที่นี่ ให้คนในชุมชนได้เห็นเรื่องราวของพวกเขาที่โดมได้มาถ่ายเก็บไว้ ก่อนที่หนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้นเขาจะเสียชีวิต”

สิทธิในการอยู่อาศัย เป็นหนึ่งสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่มนุษย์พึงจะมี รวมถึงน้ำ อากาศ การรักษาพยาบาล ตามที่ ป๋วย อึ้งภากรณ์เคยกล่าวไว้ใน “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” คนที่อาศัยอยู่บริเวณริมรางส่วนหนึ่งเป็นลูกหลานของคนที่มาซ่อมไม้หมอนรางรถไฟ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติหลายๆ ฉบับ เขาเป็นส่วนหนึ่งในการซ่อมสร้างการคมนาคมที่คนอีสานยังต้องพึ่งพารถไฟเป็นหลัก มีส่วนทำให้เศรษฐกิจอีสานดีขึ้น แต่วันนี้พวกเขากำลังจะถูกทางการรถไฟขอคืนพื้นที่ ต้องไปอยู่ที่ใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นที่ไหน หากคนเหล่านี้ไม่มีที่อยู่ใหม่ เขาจะไปไหน “คนไร้บ้าน” อาจจะเป็นสถานะต่อไปของพวกเขา

“หากจะไล่ก็ขอเช่าพื้นที่ใหม่ในการอยู่อาศัย คนจนมีสิทธิ์ตรงนี้ไหมคะ”

หนึ่งเสียงที่เสนอทางออกของปัญหานี้กล่าวว่า ปัจจุบันมีบางหน่วยงานกำลังตรวจเช็กรายชื่อคนในชุมชนเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งที่อยู่นั่นก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะไปอยู่ตรงไหน บางเสียงบอกอยากจะขอเช่าพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือ ใกล้บริเวณสวนเรืองแสง บริเวณใกล้เซนทรัลขอนแก่น ขยับออกไปจากชุมชนนิดหนึ่ง แต่ได้รับคำตอบว่า “เช่าไม่ได้” ทว่าเมื่อเอกชน นายทุน จะมาขอเช่าโดยการสร้างคอนโด อพาร์ทเมนต์พื้นที่บ้าง อ้างคำว่าเพื่อพัฒนาเมือง กลับสามารถทำได้

“เกิดเป็นคนจนในประเทศนี้มันแสนลำบาก” หนึ่งเสียงสะท้อนจากในวงสนทนา

คน 10% บนสุดของประเทศไทย มีที่ดิน 62% ทั้งหมดของประเทศ เมื่อที่ดินส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยคนส่วนน้อย ความเหลื่อมล้ำในที่ดินย่อมมีมาก ปัจจุบันอีสานที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนโดยภาคเกษตรกรรม แต่ชาวนาหลายคนไม่มีที่นาเป็นของตัวเองต้องเช่านาคนอื่นทำ และชาวนาอีกหลายคนต้องเช่านาของตัวเองเพื่อทำนา เพราะว่าพื้นที่เดิมได้นำไปขาย เพื่อมาใช้หนี้ เพื่อส่งลูกเรียน หรือถูกโกง ทำให้ไม่มีที่เป็นของตัวเอง

เมื่อย้อนกลับมาเรื่องสิทธิ์ที่อยู่อาศัย แนวโน้มราคาบ้านอีก 10 ปีข้างหน้า มีแต่จะแพงขึ้น โดยเฉพาะบ้านในเมืองพุ่งสูงขึ้นกว่า 37% – 74% ในขณะที่ค่าจ้างแรงงานกลับลดลงเฉลี่ย 4% ตามรายงานของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ต่อกรณีนี้ สมมุติมีนักศึกษาคนหนึ่งเรียนโดยที่ต้นทุนชีวิตไม่ได้มีมาก ทำงานเงินเดือนไม่ถึงสองหมื่น ความฝันของการมีบ้านสักหนึ่งหลังจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด

ชุมชุมริมรางมิตรภาพ ขอนแก่น เป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ ของปัญหาโครงสร้างใหญ่ประเทศนี้ ที่ต้องการมีเพียงที่อยู่อาศัย สะท้อนให้เกิดการกระจายที่ดิน คนจน คนรวย สามารถอยู่ร่วมกันได้ในเมือง

“เราควรจะตั้งคำถามเรื่องปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย เพราะมันไม่ใช่เรื่องปัจเจก บุคคล หรือชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แต่ที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะเข้าถึงได้รับ” ณัฐวุฒิ กรมภักดี กลุ่มเพื่อนฅนไร้บ้านขอนเเก่น กล่าวประโยคนี้หลังจากงานเปิดบ้านโรงเรียนริมรางเสร็จสิ้นลง