เปิดเหตุผล 9 ข้อ กลุ่มรักษ์ดงลานยื่นหนังสือค้านเหมืองหิน ส.ส.เพื่อไทย ให้คำมั่นติดตามตรวจสอบ

17 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. ภาควัต ศรีสุรพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 5 พื้นที่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียน คัดค้านการทำโรงโม่หินที่อยู่ติดกับพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม และแหล่งโบราณคดีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ของชาวบ้าน ต.ดงลาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

โดยกลุ่มรักษ์ดงลานให้ข้อมูลกับภาควัต ศรีสุรพล ส.ส. เขต 5 พรรคเพื่อไทย ถึงเหตุผลในการคัดค้านโรงโม่หิน ดังนี้

1.พื้นที่บริเวณของประทานบัตรในปัจจุบันเป็นป่าผืนเดียวกันกับอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน และป่าสงวนแห่งชาติดงลาน สภาพป่าเขาหินปูน มีพืชพรรณเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งพืชและสัตว์ เป็นระบบนิเวศน์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณพืช ตลอดจนสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่นๆ  แหล่งบริเวณดังกล่าวยังเป็นแหล่งอาหาร ที่สำคัญของชุมชน เช่น เห็ดป่า หน่อไม้ ผักหวานป่า สมุนไพรสำคัญๆ เช่น ชาฤาษีคืนชีพ ในบริเวณพื้นที่ขอประทานบัตร

2. พื้นที่บริเวณขอสัมปทานบัตรมีแหล่งน้ำซับซึมธรรมชาติที่ชาวบ้านในพื้นที่ เรียกชื่อว่าซำเวอ ซำเมา และโสกลึก ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่ขอสัมปทานบัตร ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 มาตรา17 วรรค 4 “พื้นที่ ที่จะกำหนดให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อทำการเหมืองต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เขตโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เขตพื้นที่ที่กฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ หรือพื้นที่แหล่งน้ำหรือป่าน้ำซับซึม”

3. บริเวณใกล้เคียง พื้นที่ขอประทานบัตร ในรัศมี 500 เมตร มีภาพเขียนสีโบราณ “ผาแต้ม” ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีขอฝนหรือพิธีกบในสมัยโบราณ ซึ่งมีแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ “ผาพวง” อายุราวประมาณ 2,000 ปีขึ้น ซึ่งภาพเขียนสีทั้ง 2 แหล่ง ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานกรมศิลปกร สำนักที่ 8 แล้ว ซึ่งขัดต่อ พรบ.แร่ พ.ศ.2560 มาตรา17 วรรค 4 

4. บริเวณใกล้เคียง พื้นที่ขอประทานบัตร ในรัศมี 500 เมตร มีถ้ำผาพวงซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความสวยงามเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สำคัญ ที่อยู่ในคำขวัญของ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น นอกจากนี้ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมีระลึกชาติ เป็นภาพยนตร์ผลงานกำกับของอภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล คนไทยคนแรก และผู้กำกับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนแรกที่ชนะรางวัลปาล์มทองคำ สำหรับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 64 ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งแรงสั่นสะเทือน ฝุ่นละอองปกคลุม แหล่งท่องเที่ยวสูญเสียความงดงาม 

5. การดำเนินกิจการเหมืองแร่ หากได้รับการดำเนินการ ถนนที่ใช้ในการสัญจร จักชำรุด พังเสียหาย เนื่องจากมีรถสิบล้อบรรทุกหิน ขนาดหนัก วิ่งไปมา ทุกวัน และกินพื้นที่ถนน ชาวบ้านบางส่วน ต้องใช้เส้นทางในการสัญจร แม้อาจมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ย่อมมีผลกระทบถึงค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียเวลา ค่าน้ำมัน การซ่อมบำรุง และหากต้องเดินทางต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน หลายเดือน หรือเป็นปี ชาวบ้านก็จะต้องรับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

6.การดำเนินกิจการเหมืองแร่ หากได้รับการดำเนินการ จักต้องมีการทำลายชั้นหิน บดหิน ซึ่งทำให้เกิดฝุ่นละออง เกิดมลพิษทางอากาศ กระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของชุมชน รบกวนความเป็นอยู่อันเป็นปกติสุข ทำลายสุขภาพซึ่งยากต่อการแก้ไขในความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างใหญ่หลวง

7. การดำเนินกิจกรรมเหมืองแร่ หากถ้าได้มีการดำเนินการ จะมีผลต่อสุขภาพ เขต ด้านเสียง เช่น เสียงดังจากการระเบิด เสียงดังจากการบดเหมืองหิน เสียงดังจากรถบรรทุกหิน ผลกระทบทางด้านสุขภาพ เช่นฝุ่นละออง PM10 ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าจากการระเบิดที่มีความสูง 50 เมตรจะเข้าทำลายพืชสวน, พืชไร่ทางการเกษตรในระยะ 3 ถึง 5 กิโลเมตร PM2.5 จากการระเบิดหินที่ความสูง 200 เมตรจะล่องลอยอยู่บนอากาศในระยะ 3-5 กิโลเมตรจะเข้าทำลายระบบทางเดินหายใจอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ วัณโรค และเป็นผังผืดในปอดเนื้อปอดเสียหาย อาจจะกลายเป็นมะเร็งปอดได้ง่าย และ อาจทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า โรคปอดฝุ่นหิน 

8. กิจการของเหมืองแร่ไม่ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนจริงตามที่ทางบริษัทกล่าว เพราะเป็นกิจการที่ใช้เครื่องจักรกลหนัก ใช้เครื่องมือ เครื่องจักรที่เกินศักยภาพของบุคลากรในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร 

9.การดำเนินกิจการเหมืองแร่ หากได้รับการดำเนินการ จักส่งผลกระทบโดยตรง กับการท่องเที่ยวในพื้นที่ ที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่มีความสวยงาม ทางธรรมชาติ เป็นเอกลักษณ์ มีความโดดเด่น สามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ช่วยสร้างชื่อเสียง ให้กับ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น และเกิดการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษณ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  

จากนั้น กลุ่มรักษ์ดงลาน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียน เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการการยื่นคำขอประทานบัตรที่  1/2567 และ 2/2566 ซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชน แหล่งต้นน้ำ และโบราณคดี รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวของำเภอสีชมพู ว่าชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ และขอให้มีการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ลุกขึ้นมาใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 

ด้าน ภาควัต ศรีสุรพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 5 ได้ให้ความมั่นใจกับชาวบ้านกลุ่มรักษ์ดงลาน ว่าจะติดตามตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง