19 มีนาคม 2567 ชาวบ้านอำเภอสีชมพู เดินทางเคลื่อนขบวนประชาชนเข้ายื่นหนังสือถึงนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงประเด็นโรงโม่หิน ที่ศาลาว่าการจังหวัดขอนแก่น โดยก่อนที่จะเคลื่อนมาถึงศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ชาวสีชมพู ได้ไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่อนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ธนะรัตน์ ประกาศเจตนารมณ์ของการเดินทางมาวันนี้ให้คนในเมืองได้รับฟัง 

“เวลาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในขอนแก่นบ้านเรา บางคนอาจจะไม่รู้จักว่าอำเภอสีชมพูนั้นมีภูเขางาม เวลาเราพูดถึงเมืองใหญ่ ก็จะมี Smart City แต่มันมีอีกมุมครับพี่น้อง ที่เป็นมุมการท่องเที่ยวของจังหวัด นั่นก็คืออำเภอสีชมพู เมื่อก่อนสีชมพูไม่ค่อยถูกพูดถึงเลย

“กลุ่มพี่น้องคนรุ่นใหม่พยายามต่อสู้ ส่งเสียงให้คนได้เห็นว่าสีชมพูมีของดีมากขนาดไหน ทั้งธรรมชาติ ภูเขา ถ้ำ ลำน้ำ หลังจากนั้นอินฟลูเอ็นเซอร์ สื่อต่างๆ ก็พากันมาดูมาชม พวกเขาอยากเห็นธรรมชาติของสีชมพู ซึ่งรัฐไม่เคยเหลียวแลว่าชาวบ้านต้องการผลักดันให้สีชมพูเป็นที่รู้จักของจังหวัดขอนแก่นมากแค่ไหน แต่กำลังจะอนุญาตให้พื้นที่ธรรมชาติอันสวยงามนี้ให้กับโรงโม่ที่จะมาสัมปทาน ตรงนี้พี่น้องชาวสีชมพูเจ็บปวดมากครับ” เสียงจากครูสอญอ – สัญญา มัครินทร์ อดีตครูที่มาทำงานเที่ยววิถีสีชมพูและมหาวิทยาลัยไทบ้าน ร่วมส่งเสียงให้กับผู้ที่ผ่านไปมาได้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดที่บ้านเกิดของเขา

ครูสอญอ – สัญญา มัครินทร์ หนึ่งในผู้เคลื่อนไหวปกป้องชุมชนจากโรงโม่หิน

จากนั้นขบวนเคลื่อนไปที่ศาลาว่ากลางจังหวัด โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด กับนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัด มารอรับชาวสีชมพูอยู่หน้าตึก เมื่อชาวบ้านมาถึงต่างร้องทุกข์และแสดงเจตนารมณ์ของการมาวันนี้ ให้ส่วนราชการรับทราบ

ผู้ว่าฯ ออกโรง

“ป่านี้เป็นป่าต้นน้ำที่ผมอาศัยมาตั้งแต่เด็ก ในเมื่อทางการบอกว่าตรงนี้เป็นป่าต้นน้ำ ชุมชนจะตั้งอยู่ตรงนี้ไม่ได้ จะทำให้ป่าต้นน้ำได้รับความเสียหาย เมื่อก่อนทางการให้ผมย้ายออก ผมก็ยอมย้ายมานอกพื้นที่เพื่อให้เป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ เมื่อป่าต้นน้ำสมบูรณ์แล้ว ทางการกลับจะให้นายทุนสัมปทานโรงโม่ ซึ่งจุดจะทำโรงโม่ติดกันกับป่าต้นน้ำนี้ แถมยังติดกับโบราณสถานสำคัญของสีชมพูด้วย ผมอยากจะฝากว่าให้ยกเลิกสัมปทานตรงนี้เสีย เพื่อพี่น้องลูกหลานได้อยู่กับธรรมชาติที่มีมาอย่างยาวนาน” ชาวบ้านท่านหนึ่งได้ชี้ให้เห็นปัญหาของการทำโรงโม่ที่จะกระทบต่อธรรมชาติในพื้นที่

“ส่วนตัวผมแล้วที่ไม่ใช่ในนามนายไกรสร ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่า ควรจะพอได้แล้วสำหรับโรงโม่ สีชมพูเป็นอำเภอที่มีธรรมชาติสวยงาม ผมไม่อยากให้ธรรมชาตินี้ถูกทำลาย” จากนั้นผู้ว่าฯ ก็ขอตัวไปงานข้าราชการ โดยรับปากว่าจะกลับมาพบกันอีกที่ห้องประชุม

เมื่อได้เข้าไปแลกเปลี่ยนกันที่ห้องประชุม ชาวบ้านได้ตำหนิการทำงานของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ที่สร้างเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ไม่ชอบมาพากล

“การเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็นของอุตสาหกรรมจังหวัด ได้สอบถามชาวบ้านหรือไม่ ทำไมถึงเชิญชาวบ้านไปแค่ 2 พื้นที่ คือ หมู่ 8 กับ หมู่ 11 ทั้งที่ผลกระทบทั้งหมดคือทั้งอำเภอสีชมพู แล้วการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่มีส่วนร่วมถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่” คำถามที่ชาวบ้านมีต่อการเปิดรับฟังความคิดเห็นของอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น

ไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (ขวาสุด)
ธงชัย เมืองสนธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น (กำลังกล่าวชี้แจง)

ต่อจากนั้นไกรสร กองฉลาด ได้ให้อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าว ธงชัย เมืองสนธิ์ ได้มอบหมายให้คณะกลุ่มเจ้าหน้าที่ชี้แจงอธิบาย ก่อนจะถูกผู้ว่าฯ ไกรสร เบรกทันที “คุณนั่นแหละตอบ คุณเป็นหัวหน้า คุณอย่าไปโยนให้ลูกน้อง”

ขั้นตอนกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ไม่ชอบมาพากล

จากนั้นธงชัย เมืองสนธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ตอบคำถาม ข้อสงสัยที่ชาวบ้านถามในกลางที่ประชุมว่า

“ในส่วนขั้นตอนการดำเนินงานการประทานบัตรของอุตสาหกรรมจังหวัด คือเมื่อมีผู้ยื่นขอประทานบัตร ทางสำนักงานก็จะให้เจ้าหน้าที่ไปรังวัดพื้นที่ขอประทานบัตร แล้วส่งผลการรางวัดคำขอนั้นให้กับกรมอุตหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ตรวจสอบว่ามีสิ่งที่ผิดไปล้ำที่คนอื่นหรือไม่ โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานจะเป็นคนตรวจสอบผลของการรางวัดนั้น และแก้ผลการตรวจสอบการรางวัดให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดทราบ

“หลังจากนั้นอุตสาหกรรมจังหวัดจะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบผู้ยื่นคำขอ ได้แก่ สำนักงานศิลปากรพื้นที่ ส่วนกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด (อสจ.) ก็จะตรวจสอบพื้นที่ ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการปิดประกาศขอประทานบัตร ไม่น้อยกว่า 30 วัน ในที่เปิดเผย ได้แก่ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เมื่อครบกำหนดในวันเวลาปิดประกาศการขอประทานบัตรแล้ว ก็จะต้องรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ขอประทานบัตรภายใน 60 วัน ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัด ก็ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้วเมื่อ 14-15 มีนาคม 2567

“ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการสรุปผลรับฟังความคิดเห็น เมื่อสรุปผลแล้วก็จะปิดประกาศผลรับฟังความคิดเห็นภายใน 15 วัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นตรวจสอบความถูกต้อง หลังจากนั้นเราจะส่งความคิดเห็นและประเด็นต่างๆ หรือแม้แต่ประเด็นที่ชาวบ้านมาเรียกร้อง ให้ข้อเสนอแนะต่างๆ วันนี้ ส่งไปให้อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในฐานะเป็นผู้อนุญาตประทานบัตร

“ซึ่งทางผมเองก็จะไม่มีสิทธิไปให้ข้อความคิดเห็นควรหรือไม่ควรอนุญาต เพราะว่าผู้วินิจฉัยคืออธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่”

ธงชัย เมืองสนธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น (กลาง)

การใช้กฎหมายที่ถูก ต้องคำนึกถึงความรู้สึกชาวบ้านด้วย

ก่อนที่ลำดับถัดมา นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ยกพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนหนึ่งว่า 

“กฎหมายไม่ใช่ตัวความยุติธรรม แต่เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งสำหรับรักษาและอำนวยความยุติธรรม

“ถ้าจะแปลง่ายๆ ก็คือถ้าจะก่อให้เกิดความยุติธรรรม เราจะกอดแต่ตัวกฎหมายไม่ได้ มันต้องคำนึงความรู้สึกของชาวบ้านด้วย ถ้าวันนี้คุณจะเอาแต่กฎหมายอย่างเดียวมันก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะเขาก็มีสิทธิในการยื่น ถ้าอุตสาหกรรมจังหวัดไม่รับเขาก็สามารถไปฟ้องร้องได้ อันนี้ผมทราบ แต่เมื่อรับแล้วสิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือไปจากตัวบทกฎหมาย คือ ชาวบ้านรู้สึกยังไง เขาเอาด้วยหรือไม่ มันตรงไปตรงมาหรือเปล่า” ไกรสร กองฉลาด เน้นย้ำถึงความถูกต้องของการใช้กฎหมาย

“ขอกราบเรียนว่าผมไม่ใช่คนใหม่สำหรับขอนแก่น ผมอยู่ขอนแก่นตั้งแต่ปี 2534 อยู่กับผู้ว่าฯ มา 16 คน จากนั้นย้ายออกไปเป็น 10 ปี แล้วจึงค่อยย้ายกลับมาขอนแก่น สีชมพูเป็นดินแดนสนธยาที่รัฐชอบเอาคนไปทิ้ง จริงหรือเปล่า ตั้งแต่สร้างเขื่อนจุฬาภรณ์ก็เอาคนไปทิ้ง ตั้งแต่โครงการ คจก. (โครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎรผู้ยากไร้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรม) ก็เอาคนไปทิ้ง คนที่เป็นเจ้าของนโยบายเขาไม่ได้อยู่ตลอด เขาก็เปลี่ยนไป มีหลายปัญหาไม่ได้ตอบสนองต่อพี่น้องชาวเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเรื่องที่ดินป่าไม้ 

“ผมไม่ใช่คนที่ไม่เคยไปสีชมพูนะ ผมเคยไปยืนดูรอยต่อระหว่างจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ภูเขางดงามมาก มันเป็น Unseen ผมอยากเห็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ผมอยากเห็นสีชมพูเป็นสีแห่งความรัก สีชมพูไม่ควรเป็นดินแดนที่มีแต่ปัญหา ฉะนั้นวันนี้ผมจะรับสั่ง โดยมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ว่ากระบวนถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร และแน่นอนที่สุดความเห็นของพี่น้องชาวบ้านต้องได้รับการรวบรวมนำเสนอ ตราบใดที่ผมยังอยู่ที่นี่ความเห็นของพี่น้องทั้งหมดไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผมจะเป็นคนส่งขึ้นไปด้วยตัวของผมเองนะครับ”

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นส่งคำขอไปยังอุตสาหกรรมจังหวัดดังนี้ “ผมขอให้ยุติการดำเนินการขั้นตอนไว้ก่อน จนกว่าข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ อย่าเพิ่งทำอะไรก่อนจนกว่าข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ” ถัดจากนั้นสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตอบคำถามดังกล่าวว่า “ในการชะลอเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงสามารถทำได้ครับ”

image_pdfimage_print