27 มีนาคม 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านในวาระที่ 3 โดยมีมติดังนี้

เห็นชอบ 399 เสียง

ไม่เห็นชอบ 10 เสียง 

ไม่ลงคะแนน 3 เสียง

ขั้นตอนของกฎหมายนี้จะถูกเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาและหากผ่านในชั้นวุฒิสภา ร่างกฎหมายฯ จะนำทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายในลำดับถัดไป

นับเป็นประวัติศาสตร์ไทยอีกหน้าหนึ่งที่กฎหมายที่ถูกผลักดันโดยกลุ่มเพศหลากหลายได้ผ่านวาระของสภาผู้แทนราษฎร และถือได้ว่า หากร่างฯ นี้ถูกประกาศใช้เป็นกฎหมาย ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศแรกในประชาคมอาเซียน ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม สำหรับกฎหมายนี้มีการต่อสู้อันยาวนานถึง 22 ปี ตั้งแต่ปี 2544 สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่มีความคิดริเริ่มออกกฎหมายสมรสเท่าเทียมแต่ถูกกระแสสังคมคัดค้านจึงได้พับเก็บไป 

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ. …(ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม) เป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อให้บุคคล 2 บุคคลไม่ว่าเพศใดสามารถทำการหมั้นและสมรสได้ ซึ่งแก้ไขคำว่า “ชาย” “หญิง” “สามี” “ภริยา” เป็น “บุคคล” และ “ผู้หมั้น” เพื่อให้ความหมายครอบคลุมคู่หมั้นและคู่สมรสไม่ว่าจะเพศใด รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้บุคคลนั้นมีสิทธิ หน้าที่ และสถานะทางครอบครัวเท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายและหญิง

อ่านงานที่เกี่ยวข้อง

image_pdfimage_print