หากคุณเคยเลื่อนหน้าจอพบกับครีเอเตอร์หรือรายการเกี่ยวกับคนอีสาน อย่าง สาวเจ้ย สาวอีสานจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอหนองพอก นอกเขตเทศบาล หรือรายการพอดแคสต์ภาษาอีสานอย่าง พ้อไผพอดแคสต์ ทางช่อง TODAY – สำนักข่าวทูเดย์  เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับประโยค “สวัสดีพ่อ แม่ พี่น้อง ป้องปาย อ้ายพี่” หรือวลียอดฮิตอย่าง “มากินข้าวนำกันเด้อจ้า” ประโยคซิกเนเจอร์ของไอดอลชาวอีสานกับการเร่งเร้าเชื้อเชิญให้ผู้ฟังติดตามเนื้อหาของผู้พูด ทำไมไอดอลอีสานมักกล่าวถึงสรรพนามมากมายเช่นนี้ แล้วทำไมมื้ออาหารคือเหตุผลที่ผู้พูดใช้เป็นคำชักชวนให้ผู้ฟังคล้อยตาม เบื้องหลังคำพูดเหล่านี้มีความหมายซ่อนเร้นอย่างไร หากมองเข้าไปผ่านมิติอรรถศาสตร์และการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม

เหตุผลคลาสสิคแรกคือภาษาคือตัวแทนผู้ใช้ ในขณะที่เรากำลังส่งสารอะไรบางอย่างไปยังผู้รับสาร ไม่ว่าจะเป็นวัจจนภาษา (การสื่อสารโดยใช้ถ้อยคำ) หรือ อวัจจนภาษา (การสื่อสารโดยไม่ใช้ถ้อยคำ) สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงลักษณะ วัฒนธรรม ชุมชน สถานะทางสังคม หรือแม้แต่อัตลักษณ์ทางเพศของผู้พูด คงไม่แปลกใจหากคุณเป็นคนต่างภูมิภาคไปดูคอนเสิร์ตศิลปินชาวอีสาน จะตั้งคำถามว่าทำไมศิลปินจึงทักทายผู้คนด้วยสรรพนามเครือญาติมากมายเช่นนี้ ทั้งนี้เพราะเมื่อสังคมมีความหลากหลาย ไม่เพียงแค่ด้านภูมิศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เรามี แต่หมายถึงสถานภาพทางสังคม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ หรือแม้แต่โลกาภิวัฒน์ ล้วนส่งผลต่อผู้ใช้ภาษาเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น “พ่อแม่พี่น้องป้องปายอ้ายพี่” จึงเป็นเสมือนเครื่องมือยืนยันตัวตนของคนอีสานแม้สังคมจะผ่านการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใดก็ตาม

เหตุผลที่สองคือภาษาลาวที่คนอีสานพูดมีจุดร่วมกับภาษาไทยราชการหลายอย่าง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือสรรพนามในประโยค “พ่อ แม่ พี่น้อง ป้องปาย อ้ายพี่” นี้ สรรพนามแบบไม่เจาะจงแสดงถึงลำดับชนชั้นที่แนบมาในภาษา เพราะนอกจากคนไทยจะนับถือผู้หลักผู้ใหญ่ในวงศาคณาญาติผ่านลำดับอาวุโสแล้ว ภาษาไทยเองยังนิยมใช้คำสรรพนามแสดงลำดับขั้นของญาติพี่น้อง ดังเช่น พ่อ แม่ ไปยัง พี่น้อง ซึ่งคำว่า พี่น้องในประโยคนี้หมายถึง “ญาติพี่น้อง” แสดงให้เห็นว่าผู้พูดแสดงความเคารพต่อผู้ฟัง อีกทั้งกำลังพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในความสัมพันธ์ของผู้ฟังในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าถึงวัฒนธรรมและเป็นส่วนหนึ่งในสังคมนั้น ผ่านคำพูดดังกล่าวนั่นเอง นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผล หากว่าคุณเข้าไปในคอนเสิร์ตหรือสื่อที่มีผู้ผลิตเป็นคนอีสาน แม้ตอนแรกคุณอาจแปลกหูแปลกตา แต่ถ้าหากคุณเข้ามารับชมเป็นครั้งที่ 2 3 4 ความรู้สึกในการเป็นส่วนหนึ่งกับเนื้อหาก็จะเพิ่มขึ้นไปตามธรรมชาติ

ทำไมต้อง “มาเด้อกินข้าว”

จุดเด่นจนเป็นเอกลักษณ์ของคนในชาติไทยคงหนีไม่พ้นอาหาร โดยเฉพาะภาพจำอาหารอีสานที่มีเอกลักษณ์เด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ กรรมวิธี หรือแม้แต่พ่อค้าแม่ขาย เช่นเดียวกับวัฒนธรรมไทยส่วนใหญ่ เรามักจะทักทายกันด้วยคำว่า “กินข้าวหรือยัง” สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมความห่วงใยที่ออกมาในรูปแบบมื้ออาหาร แต่สำหรับคนอีสาน คำถามนี้จะเป็นคำเชื้อเชิญให้ผู้ฟังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ตามมา หมายความว่า จะมากินด้วยกันจริงๆ หรือตอบกลับคำทักทายแต่ไม่กินก็ได้ นับเป็นมารยาททางสังคมที่เรายึดถือ

เหตุผลสนับสนุนเบื้องหลังคำทักทายนี้ คงหนีไม่พ้นเพราะบ้านเราเป็นเมืองการเกษตร แต่เด่นชัดคงเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ที่ชาติเราผูกพันกับข้าวมาเนิ่นนาน ภายในพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ปรากฎตำนานเมล็ดข้าวใหญ่ที่ได้จากครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทที่พระธาตุเชิงชุม แม้จะมีตำนานมุขปาฐะมากมาย แต่ปัจจุบันเรายังสามารถพบเจอพิธีกรรมที่ผูกกันกับข้าว เช่น พระราชพิธีจรดนังคัลแรกนาขวัญ ที่เราต่างให้ความสำคัญกับการมีอยู่มีกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ข้าว” ในความสัมพันธ์ของคนไทย ที่แสดงออกไปในคำถาม “กินข้าวหรือยัง”

กล่าวได้ว่า ภาษาคือตัวแทนคนในชุมชนและวัฒนธรรม สะท้อนผ่านกิจกรรมและความเชื่อของชาวอีสาน อีกทั้งยังเป็นบรรทัดฐานของสังคมที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป แม้ผู้พูดอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดโดยตรง แต่ภาษาก็เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ให้กับผู้พูดและผู้ฟังเป็นอย่างดี ประโยคดังกล่าวจึงเป็นภาพวิถีชีวิตของคนอีสาน ซึ่งสะท้อนภาพชุมชนที่พึ่งพาอาศัยกันแบบเครือญาติ

พลวัตของภาษา

ช่วงหนึ่งเคยเกิดกระแส “มากินข้าวนำกันเด้อจ้า” บนแพลตฟอร์มออนไลน์หลากหลายรูปแบบ ผู้คนต่างแบ่งปันเรื่องราวของตนด้วยประโยคนี้ แม้ผู้ใช้หลายรายจะไม่ใช่คนอีสานโดยกำเนิด แต่เมื่อเกิดกระแสปลุกความนิยมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ผู้คนต่างแบ่งปันเรื่องราวโดยไม่สนใจกำแพงด้านภาษา ไม่ว่าตนเองจะเป็นคนภาคไหน มื้ออาหารที่กำลังทานคืออะไร “มากินข้าวนำกันเด้อจ้า” คือตัวอย่างของการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม เช่นเดียวกันกับบางกลุ่มที่อุทานว่า “Oh my god!” (แปลว่า โอ้พระเจ้า) หรือ “ออต๊อกเค” ของภาษาเกาหลี (어떡해 แปลว่า ทำไงดี) เมื่อรู้สึกตกใจหรือประหลาดใจ

โดยทั่วไปแล้ววัฒนธรรมถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือวัฒนธรรมแบบปัจเจกนิยม (Individualism) และวัฒนธรรมแบบรวมกลุ่ม (Collectivism) ซึ่งวัฒนธรรมแบบรวมกลุ่มมักจะพบในประเทศกลุ่มเอเชีย ส่งผลให้ลักษณะการสื่อสารจึงมีปัจจัยร่วมหลายอย่าง เช่น วิธีการ ความเชื่อ หรือผู้รับสาร เราลองมาพิจารณาถึงปัจจัยที่ส่งผลให้ “มากินข้าวนำกันเด้อจ้า” กลายมาเป็นภาษาที่สื่อสารข้ามวัฒนธรรมกัน

ปัจจัยแรกๆ ของปรากฏการณ์นี้คงหนีไม่พ้นสภาวะโลกาภิวัฒน์ ภาษาลาวถิ่นอีสานมีพลวัตมาช้านาน ดังเช่นคำว่า “ควาย” ในอดีต ที่มักถูกเปรียบเทียบเหมือนความโง่เขลาเบาปัญญา เสมือนควายโดนชาวนาไถไปตามยฐากรรม ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน ความหมายแฝงเหล่านี้ไม่เข้มข้นเหมือนก่อน คำว่าควายถือเป็นตัวอย่างของพลวัตของภาษาที่ไม่หยุดนิ่ง ประกอบกับจำนวนการใช้งานของโซเชียลมีเดียที่เร่งเร้าให้ผู้ใช้ผลิตเนื้อหาตามกระแสนิยม “มากินข้าวนำกันเด้อจ้า” จึงถูกสร้างความเข้าใจใหม่ต่อทัศนคติของผู้ใช้ภาษาทั้งในและต่างภาษาถิ่น 

ปัจจัยที่สองคือการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรม ขยายความจากเนื้อหาภาษาลาวถิ่นอีสานมีพลวัต เช่นเดียวกับวัฒนธรรมที่ไม่หยุดนิ่ง และภาษาคือวัฒนธรรมที่ควบคู่กันอย่างแนบแน่น เมื่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมสร้างความเข้าใจแบบใหม่ในวลีหรือประโยคของภาษา เดิมทีภาพจำของภาษาลาวขึ้นอยู่กับผู้ใช้แรงงาน แม่บ้าน หรือแม่ค้าส้มตำ ไม่ว่าภาพจำนั้นจะยังคงอยู่หรือเปลี่ยนแปลงไป แต่ความเข้าใจผู้คนกำลังเปลี่ยนไปตามกระแสนิยม และสร้างวัฒนธรรมกระแสนิยมใหม่ (Pop Culture) ให้กับภาษาลาวถิ่นอีสาน

กล่าวได้ว่า เพียงคำทักทาย 2 ประโยค อย่าง “พี่น้องป้องปาย” และ “มาเด้อกินข้าว” สะท้อนเรื่องราวและทัศนคติของผู้คนที่มีพลวัตเกี่ยวเนื่องกับภาษาลาว คนอีสาน และวัฒนธรรมไทยที่ควบคู่กันมาอย่างแนบแน่น ประเด็นที่ควรใส่ใจมิใช่ภาษานั้นมีตำนานยาวนานแค่ไหน เพราะสาระสำคัญของภาษาคือการสื่อสาร และใจความของภาษาคือการสร้างความเข้าใจโดยไร้อคติต่อผู้พูดและผู้ฟัง ดังนั้นหากทุกท่านมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของภาษาใดบนโลกนี้ก็ตาม จงเปิดรับและเคารพความหลากหลายของสำเนียง ภาษา หรือแม้แต่วัฒนธรรมโดยไร้อคติ แล้วคุณจะม่วนจอยกับหมอลำมากขึ้น

อ้างอิง

  • Lu S., Volčič Z. & Gallois C. (2015). Introducing intercultural communication: Global culture and contexts (2nd ed.). London, England: SAGE Publication Ltd.
  • Thaibunterng ThaiPBS. (2022, มิถุนายน 21). เรื่องนี้มีตำนาน : เมล็ดข้าวใหญ่ในตำนานเมืองสกลนคร [วิดีโอ]. สืบค้นจาก https://youtu.be/8WoaTsoPpWQ?si=02YDhNUlfsCmg5z5
  • สำนักงานราชบัณฑิตยสภา: คำสรรพนามในภาษาไทยสะท้อนวัฒนธรรมไทย โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล. (2540, มิถุนายน ไม่ทราบวัน). สืบค้นจาก http://legacy.orst.go.th/?knowledges=คำสรรพนามในภาษาไทยสะท้e
image_pdfimage_print