14 พฤษภาคม 2567 -รายการฟังเสียงประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เสวนาออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในหัวข้ออนาคตท่องเที่ยวชุมชนเมืองภูเขาอีสาน (เลย–ขอนแก่น-หนองบัวลำภู-ชัยภูมิ) เพื่อมองภาพอนาคตการท่องเที่ยวเมืองภูเขาอีสาน ในอีก 10 ปี ข้างหน้า ณ อาศรมมรรคง่าย ต.ผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย พร้อมเสนอ 3 ฉากทัศน์ (Scenario) สำหรับอนาคตชุมชนเมืองภูเขาอีสาน รับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการประมวลผล facts and figures หรือการค้นหาข้อมูลจากบริบทและสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้เข้าร่วมเสวนาทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ฟังเสียงประเทศไทย อนาคตท่องเที่ยวชุมชนเมืองภูเขาอีสาน (เลย–ขอนแก่น-หนองบัวลำภู-ชัยภูมิ)

ฉากทัศน์ A เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงหลากหลายระดับฐานรากในวงกว้าง

การท่องเที่ยวมีความหลากหลายในเชิงกิจกรรมและพื้นที่ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ

ด้านอื่นๆ ที่มีความเป็นท้องถิ่น ซึ่งมักดำเนินการโดยผู้ประกอบการขนาดเล็ก มีกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสชนบท อาจไม่โดดเด่นในระดับนานาชาติ จำเป็นต้องพึ่งพาการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม ทั้งการเดินทางคมนาคมเชื่อมต่อเมืองต่างๆ ทั้งเมืองรอง เมืองเล็ก ให้สะดวกสบาย มีราคาต่ำลง ซึ่งอาจมีปัจจัยเอื้อ คือ รถไฟความเร็วสูงที่ขยายเครือข่ายมายังภาคอีสาน

ต้องได้รับการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากรัฐเพื่อให้เข้าถึงบริการ พื้นฐานเนื่องจากเอกชนอาจสร้างกำไรได้น้อยจากการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว

มีความต้องการแรงงานในภาคบริการท่องเที่ยวโดยตรง ทั้งการผลิตและการบริการ ซึ่งต้องการรับการปรับปรุงและพัฒนาทักษะมากขึ้น เพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยว ผู้พัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือนักเดินทางผู้สนใจวิถีชุมชนท้องถิ่น

ผศ. ดร.ธีรวัฒน์ แสนคำ อาจารย์มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง

ผศ. ดร.ธีรวัฒน์ แสนคำ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง ให้ความคิดเห็นสนับสนุนฉากทัศน์นี้ว่า “เมืองท่องเที่ยวภูเขาอีสานในอีก 10 ปีข้างหน้าจะไม่ได้มีลักษณะโดดเด่นมากนัก แต่จะเติบโตในระดับแนวราบเป็นวงกว้างและขยายตัวแบบเครือข่าย โดยการท่องเที่ยววิถีชุมชนกระจายไปตามภูเขาเรียกกันว่า ไทภู ซึ่งนักท่องเที่ยวจะคำนึงถึง การฟื้นฟู การอนุรักษ์ การเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนและธรรมชาติ อีกทั้งภูเขาอีสานยังเชื่อมโยงคติภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีแหล่งโบราณคดี ถ้ำพระ ภาพเขียนสี กระจัดกระจายอยู่ แต่จะค่อยเชื่อมโยงเข้าหากัน”

เสกสรร ศรีไพรวรรณ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น

เสกสรร ศรีไพรวรรณ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่นให้ความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องนี้ว่า “ภาพการท่องเที่ยวชุมชนภูเขาอีสานที่เราเห็นคือการดูแลพื้นที่ และคาดการหวังการดูแลชุมชนเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่อยากให้มองการท่องเที่ยวคู่ขนานไปกับอาชีพหลัก เพื่อไม่ให้คนในพื้นที่ทิ้งกลิ่นอายวิถีชีวิตของตน และอยากให้รัฐสร้างโครงข่ายสาธารณูปโภคอย่างทั่วถึง เพื่อช่วยให้ชุมชนแต่ละชุมชนพัฒนาศักยภาพของตนเอง ได้ตามบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดนโยบายเกษตรกรรมที่นำมาสู่การท่องเที่ยวสร้างสรรค์ และอยากให้เกิดเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงหลากหลาย โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน”

ฉากทัศน์ B เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงหลากหลายที่เด่นนำเฉพาะพื้นที่

การท่องเที่ยวมีความหลากหลายและมีความโดดเด่นของกิจกรรมเฉพาะถิ่นเช่น งานบุญ ประเพณี มีการพัฒนาระบบท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองการเดินทางที่หลากหลายระดับนานาชาติและระดับโลก ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนความรู้และทักษะเฉพาะทาง เพื่อให้มีการให้บริการหรือผลิตสินค้าที่มีความเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ให้กับผู้เดินทาง ต้องได้รับการลงทุนและสนับสนุนพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ เนื่องจาก นักท่องเที่ยวมีการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น อาทิ การจอง การค้นหาข้อมูล และการชำระเงิน ขณะเดียวกันความต้องการใช้แรงงานในระบบท่องเที่ยวแบบเดิมจะลดน้อยลง เพราะนักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมและความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้พัฒนาตัวเองทางสายอาชีพ นักท่องเที่ยวที่หนีเมืองไปหาประสบการณ์เชิงลึก และนักท่องเที่ยวผู้ชอบสานสัมพันธ์

ราชวัตร โพธิ์เตมีย์ ผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านเจ้าป่า Roaster

ราชวัตร โพธิ์เตมีย์ ผู้ประกอบการท้องถิ่น ขยายความว่า “ในพื้นที่ จ.เลย ถ้าพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวภูเขา ย่อมนึกถึงภูกระดึงเป็นพี่ใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวอื่น เป็นน้องเล็ก แม้ตัวเลขมูลค่าด้านการท่องเที่ยวจะสูงขึ้น แต่ในฐานะคนพื้นที่ เห็นว่าการเติบโตของชุมชมชนภูเขาไม่ย่ำต๊อกก็เติบโตเพียงนิดหน่อย เพราะคนภูกระดึงสามารถประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยวได้แค่ 7 เดือน จึงอยากให้การท่องเที่ยวกลุ่มอื่น เช่น กลุ่มท่องเที่ยววิถีสีชมพู ช่วยกันสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีในชุมชนภูเขาอีสาน ด้วยการดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นออกมาเป็นจุดขาย”

ชนะชัย แก้วผาง จากเพจอีเกิ้ง ขอบคุณรูปจาก อยู่ดีมีแฮง

ชนะชัย แก้วผาง จากเพจอีเกิ้งได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “การประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในชุมชนเริ่มจากเงินทุน คล้ายปลาใหญ่กินปลาเล็ก ใครมีเงินทุนมากก็สามารถสร้างกำไรได้มาก มีผลประกอบการสูง สามารถสร้างธุรกิจที่มีมูลค่ามากได้ แต่เท่าที่เห็นคนในพื้นที่ พวกเขาไม่สามารถก้าวทันนายทุน เเม้จะอยากทำธุรกิจในชุมชน เพราะทุนไม่ถึง เช่น ภูผาม่าน จากที่คลุกคลีมา แทบจะกลายเป็นแผ่นดินอื่นเพราะมีนายทุนนอกพื้นที่เข้ามามากกว่าคนในชุมชน คนในชุมชนรักษาพื้นที่ไม่ได้เพราะไม่มีทุนทำต่อ นายทุนเริ่มลงทุนจากการทำรีสอร์ท ร้านกาแฟ สืบทอดระบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก รูปแบบการท่องเที่ยวจึงมีความโดดเด่นเฉพาะจุดเพราะเงินทุน”

ฉากทัศน์ C เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงเดี่ยวที่เด่นนำระดับสากล

การท่องเที่ยวเน้นผลิตภัณฑ์และบริการที่เยี่ยมเยือนสถานที่จริง สถานที่ที่น่าสนใจ และตื่นตาตื่นใจ เน้นการท่องเที่ยวที่นำเสนอความเป็นสากลมากกว่าขายอัตลักษณ์ท้องถิ่นซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการ ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกซึ่งมักจะอยู่ในเมืองเป็นหลัก สินค้าและบริการต้องมีแบบแผนในการให้บริการระดับสูง

ต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสำหรับนักท่องเที่ยวที่มารับบริการ ทั้งด้าน สุขภาพ การพักผ่อน และนักท่องเที่ยวผู้ใช้เวลากับตัวเอง ซึ่งควรได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก และลดผลกระทบปัญหาความแออัด ปัญหาด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการประชาสัมพันธ์และท่องเที่ยวครบวงจร และความเป็นเมืองเพื่อรองรับผู้เดินทาง

จริยาทร สูหู่ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย

จริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย เปิดเผยว่า “แม้ตัวเลขเศรษฐกิจใน จ.เลย จะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่การท่องเที่ยวชุมชนภูเขาทำรายได้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไม่ได้สูงมาก เเต่จังหวัดเลยมีเชียงคานเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะเชียงคานมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม กิจกรรมมีความหลากหลาย อีกทั้งยังสามารถรองรับการจัดประชุมสัมมนา จึงทำให้ตัวเลขการท่องเที่ยวในจังหวัดสูงขึ้น และด้วยศักยภาพของภูมิประเทศ ทำให้เกิดเป็นแคมเปญ 20 ยอดภู ต้องมาดูที่จังหวัดเลย เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวชุมชนภูเขาเติบโตขึ้นในระดับนานาชาติ”

สัญญา มครินทร์ มหาลัยไทบ้าน

เราสามารถทำทุกฉากทัศน์ได้ ถ้าท้องถิ่นเข้มแข็งและจับมือร่วมกัน

ด้านนายสัญญา มัครินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จัดงานเสวนาให้ความเห็นปิดท้ายว่า “การท่องเที่ยวเริ่มต้นจากฉากทัศน์ A คือเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงหลากหลายระดับฐานรากในวงกว้าง อาทิการท่องเที่ยววิถีสีชมพู ซึ่งเป็นเมืองทางผ่าน เนื่องจากการเดินทางเข้าถึงยาก ต้องอาศัยการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และด้วยความที่เป็นทางผ่านต้องดึงจุดเด่นขึ้นมา ตามแนวคิดของฉากทัศน์ B เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงหลากหลายที่เด่นนำเฉพาะพื้นที่เพื่อใช้ความหลากหลายพัฒนาไปพร้อมกัน เช่นเดียวกับเขาหินปูนในรอยต่อ จ.เลย และ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่มีศักยภาพระดับนานาชาติ เป็นแหล่งปืนผาที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวทั้ง เยอรมัน สิงคโปร์ ฮ่องกง สามารถพัฒนาเรื่องนี้แล้วค่อยมาขยายฉากทัศน์แบบ B หรือ A ก็ได้”

โดยข้อมูลจาก Isan Insight ระบุว่าปี 2566 ภาคอีสานมีนักท่องเที่ยว 41,658,727 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 88,299 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 56.89

 โดยในจังหวัดที่มีเส้นทางเชื่อมต่อกัน อย่างจังหวัดเลย-หนองบัวลำภู-ขอนแก่น-ชัยภูมิ มีจำนวนนักท่องเที่ยว 8,066,437คน สร้างเม็ดเงินมากถึง 19,232 ล้านบาท

วิวผานกเค้าบริเวณ อาศรมมรรคง่าย

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของชุมชนภูเขาในภาคอีสานมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมถึงการสร้างรายได้และโอกาสให้กับชุมชนท้องถิ่น แต่การจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ และการป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ยังจำเป็นต้องอาศัยการวางแผนและการบริหารจัดการที่ดีต่อไป

กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฟังเสียงประเทศไทย

อ้างอิง

image_pdfimage_print