ขอนแก่น – 19 พฤษภาคม 2567 เกิดความไม่ปกติโปร่งใสต่อการเลือกตั้ง คณะกรรมการชุมชนมิตรภาพ ในพื้นที่เขตเทศบาลนครขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ชุมชนที่กำลังต่อสู้เรื่องสิทธิที่อยู่อาศัยรวมถึงการเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจากผลกระทบของการอยู่ใกล้ลำคลองระบายน้ำขอนแก่น

สมาชิกในชุมชนมิตรภาพเผยว่า ความผิดปกติในระหว่างกระบวนการเลือกตั้ง มาจากยอดรวมผู้มาใช้สิทธิ์รับคูปองเลือกตั้งที่ประกาศก่อนการลงคะแนนเป็นจำนวน 121 คน รวมถึงมีภาพถ่ายบันทึกขึ้นกระดานหน่วยเลือกตั้งอย่างชัดเจน แต่เมื่อสรุปผลการนับคะแนน กลับพบว่า มียอดบัตรเลือกตั้งลงคะแนนรวม 127 คน ซึ่งเกินกว่ายอดจริงของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์รับคูปองเลือกตั้ง จำนวน 6 คน

โดยผลคะแนนเมื่อนับจากจำนวนผู้มาเลือกตั้ง 121 คน ฝั่งตัวแทนผู้ลงสมัครฝ่ายแรกได้รับคะแนนเสียง 61 คะแนน ส่วนอีกฝ่ายได้รับคะแนนเสียง 66 คะแนน เมื่อคำนวณจากจำนวนผู้มาเลือกตั้งจะพบว่าฝ่ายที่ 2 มีผลคะแนนปริศนาโผล่มา 6 เสียง

ภาพ: ณัฐวุฒิ กรมภักดี

ซึ่งจำนวนบัตรเลือกตั้งที่เกินมา ส่งผลต่อการแพ้-ชนะของผู้ลงสมัครเลือกตั้ง ทำให้เกิดความไม่พอใจของสมาชิกชุมชน จากนั้นตัวแทนชุมชนจึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สภ.เมืองขอนแก่น ในวันดังกล่าว

20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีตัวแทนสมาชิกในชุมชน 50 คน เข้ายื่นหนังสือต่อ เทศบาลนครขอนแก่น เพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนมิตรภาพ และขอให้นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานผู้กำกับดูแลและจัดการเลือกตั้ง ให้สั่งการจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม

โดยมีผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม เทศบาลนครขอนแก่น เป็นตัวแทนนายกเทศมนตรีฯ มาชี้แจงรับมอบหนังสือดังกล่าว ตัวแทนชุมชนกล่าวว่า ในระหว่างการพูดคุย เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ได้พูดเปรียบเปรยว่า

“การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นเหมือนการเลือกตั้งหัวหน้าห้อง ชาวบ้านจะตรวจสอบร้องเรียนอะไรไม่ได้”

คำพูดดังกล่าวทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจ และการพูดคุยยื่นคำร้องก็ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้ชุมชนเกิดความกระจ่าง และทางเทศบาลนครขอนแก่นยังคงยืนยันที่จะรับรองผลการเลือกตั้ง

อุ้ย – สมถวิล พิมพิทักษ์ ตัวแทนสมาชิกชุมชนมิตรภาพ ให้ข้อมูลถึงข้อพิรุธและความไม่โปร่งใส 5 ข้อ ซึ่งเป็นเหตุผลในการยื่นหนังสือคัดค้านว่า

ก่อนการเลือกตั้ง มีกระบวนการที่ผู้บริหารเทศบาลฯ บางคน พยายามเข้าไปพูดคุยบอกให้ชาวบ้านอีกกลุ่ม (ผู้สมัครรายใหม่) ไม่ต้องลงเลือกตั้งเเข่งขันกัน รวมถึงมีข้อสังเกตในความไม่ชอบมาพากลว่า ผู้บริหารเทศบาลฯ คนดังกล่าวเข้ามาร่วมกับผู้นำคนเดิมเพื่อแจกสิ่งของให้คนในชุมชนช่วงก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์

มีการทำรายชื่อสมาชิกในชุมชนตกหล่นจากทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กว่า 10 ครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนที่สนับสนุนผู้ลงสมัครเลือกตั้งรายใหม่ คนในชุมชนต้องไปร้องเรียนเรียกชื่อคืนเพื่อให้ทันการเลือกตั้งด้วยตนเอง

ผู้มาลงทะเบียนแจ้งใช้สิทธิ์รับคูปองเลือกตั้ง (ใบสีขาว) ที่ประกาศรับรองก่อนการลงคะแนน และมีภาพถ่ายบันทึกขึ้นกระดานหน่วยเลือกตั้งชัดเจน สรุปยอดมีจำนวนรวม 121 คน แต่เมื่อสรุปผลการนับคะแนน กลับพบว่า มียอดบัตรเลือกตั้งลงคะแนน (ใบสีเหลือง) รวม 127 คน ซึ่งเกินกว่ายอดจริงของผู้มาลงทะเบียนใช้สิทธิ์รับคูปองเลือกตั้ง จำนวน 6 คน ส่งผลต่อการแพ้ชนะของผู้ลงสมัครเลือกตั้ง

เจ้าหน้าที่เทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นคณะกรรมการควบคุมและจัดการเลือกตั้ง ไม่ได้มีการให้ประชาชนผู้สิทธิ์เลือกตั้ง ได้ทำการหย่อนบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง แต่รับบัตรเลือกตั้งจากประชาชนไปดำเนินการหย่อนบัตรให้ ซึ่งผิดปกติวิสัยของกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใส

20 พฤษภาคม 2567 การเข้ายื่นหนังสือต่อเทศบาลนครขอนแก่น เจ้าหน้าที่ได้เจรจากับตัวแทนชุมชนว่า ในช่วงบ่ายวันนั้น จะให้มีการตรวจสอบทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ว่าเป็นรายชื่อสมาชิกในชุมชนที่อยู่อาศัยภายใน 90 วัน หรือไม่ และคณะกรรมการชุมชนที่ถูกคัดเลือกมีคุณสมบัติครบถ้วนมีทะเบียนบ้านอยู่อาศัยในชุมชนภายใน 180 วัน หรือไม่ แต่กลับไม่มีการเปิดเผยเอกสารรวมถึงข้อมูลอื่นๆ แก่ชุมชน และพยายามพูดบ่ายเบี่ยงว่ากระบวนการสิ้นสุดแล้ว ไม่มีการตั้งคณะกรรมการในตรวจสอบใดๆ แสดงออกถึงความไม่ชอบมาพากลและความไม่เป็นกลาง ทั้งที่ประชาชนมีสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ในการรับทราบข้อมูลการครอบครองของหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ หรือราชการท้องถิ่นฯ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในการติดตามการทำงานที่ยุติธรรมโปร่งใส

อีกทั้ง อุ้ย – สมถวิล ยังอธิบายในความไม่สมเหตุสมผลหากผู้รับเลือกอีกฝ่ายได้ทำหน้าที่ประธานชุมชนว่า

“อีกฝั่งเขาเป็นคนที่ย้ายออกจากชุมชนไปนานมากแล้ว ไม่เคยเข้ามาช่วยเหลือชุมชนเวลาได้รับเหตุ จะติดต่อก็ลำบาก เพราะการเป็นประธานชุมชนต้องเป็นคนใกล้ชิดกับชุมชน และพร้อมที่จะช่วยเหลือประสานงานในชุมชน หากเกิดเหตุแล้วให้ไปติดต่อไกลๆ คงลำบากกว่าเดิม”

โย – โยธิตา สิงหาราม ตัวแทนสมาชิกชุมชนมิตรภาพอีกท่าน ที่ร่วมยื่นหนังสือคัดค้านให้สัมภาษณ์ว่า

“เราไม่มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนมาตั้งแต่ช่วงการรัฐประหารของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา การเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเราคนรุ่นใหม่ในชุมชนอยากจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของตัวเอง ด้วยการเสนอตัวลงเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการพัฒนาใดๆ เลย

“น้ำท่วมก็ปล่อยให้ท่วม ขยะลอยมากับน้ำก็ไม่มีกระบวนการแก้ไข ชาวบ้านจะถูกไล่รื้อที่อยู่อาศัย ก็ต้องวิ่งสู้กันเอง การลุกขึ้นมาลงสมัครครั้งนี้ ก็หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงชุมชนให้ดีขึ้น แต่ก็มาถูกกระบวนการที่ไม่โปร่งใส และอำนาจทางการเมืองในท้องถิ่นมาขัดขวางการพัฒนา 11 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีอะไรเจริญขึ้น ถ้าเป็นอย่างนี้ ขออยู่แบบที่ไม่มีประธานหรือกรรมการชุมชนเลยดีกว่า”

จากนั้นตัวแทนชุมชนมิตรภาพ จะมีการยกระดับการติดตามเข้ายื่นหนังสือผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอให้มีคำสั่งชะลอการรับรองผลการเลือกตั้ง และให้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เป็นกลางต่อไป

ข้อมูลล่าสุดจากการสัมภาษณ์ อุ้ย – สมถวิล บอกว่า วานนี้ (21 พฤษภาคม 2567) ทางเทศบาลนครขอนแก่นได้เชิญฝั่งผู้ชนะเข้าไปรับการแต่งตั้งคณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการยื่นหนังสือคำร้องของชาวบ้านกลับอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบต่อไป สิ่งนี้ยังคงสร้างไม่พอใจให้แก่ชาวบ้านจนถึง ณ ตอนนี้

image_pdfimage_print