แก่งละว้า ความอุดมสมบูรณ์ของ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ภาพ: ลาวเด้อ

ความอุดมสมบูรณ์ของ แก่งละว้า และขุมทรัพย์ทางธรรมชาติอย่าง บ่อกฐิน (บ่อเกลือสินเธาว์)  เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ ละเอียด มนต์ขลัง เกิดไอเดียการสร้างแบรนด์ปลาร้าแดดเดียวขึ้นมา แรกเริ่มเดิมทีละเอียดสานต่อกรรมวิธีการทำปลาร้าจากผู้เป็นแม่ของเธอโดยใช้ปลาจากแก่งละว้า 

ในระยะแรกเป็นการทำเพื่อบริโภคและใช้เป็นเครื่องปรุงรสในครัวเรือนเท่านั้น แต่ในระยะต่อมาละเอียดก็ได้ยึดการทำปลาร้าเป็นอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว และเมื่อปี พ.ศ. 2562 ละเอียดเล็งเห็นว่าปลาร้าแดดเดียวที่เธอทำขายอยู่นั้น มีศักยภาพมากพอที่จะต่อยอดได้ จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ขึ้นมาเพื่อขยายธุรกิจ โดยได้ลูกสาวคอยดูแลด้านการประชาสัมพันธ์ ทั้งการวางขายในพื้นที่อำเภอบ้านไผ่และประกาศขายในโลกออนไลน์อย่างเพจเฟสบุ๊กปลาร้าแดดเดียวแม่ละเอียด

เส้นทางการทำธุรกิจของละเอียดดูเหมือนจะราบรื่น แต่แล้วในปี 2564 เธอกับสามีตัดสินใจกู้เงินก้อนจำนวน 500,000 บาท เพื่อหวังจะต่อยอดธุรกิจ และในปีเดียวกันนั้นเองพายุโซนร้อนระดับ 3 นาม ‘โพดุล’ ก็ได้พรากเงินก้อนนั้นไปอย่างหน้าตาเฉย อำเภอบ้านไผ่เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลอย่างหนัก หลายชุมชนของตัวเมืองจมอยู่ใต้บาดาลเป็นเวลากว่าสัปดาห์ ธุรกิจปลาร้าแดดเดียวของละเอียดก็ต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากความเสียหายของพายุดังกล่าว

แต่เส้นทางของนักสู้ยังต้องไปต่อ ละเอียดตัดสินใจกู้เงินอีกครั้ง โดยการกระโดดร่วมวงเข้ากับกลุ่มผู้เลี้ยงปลาแปลงใหญ่ของ บ.นาขวัญ ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในช่วงฤดูแล้งที่หาปลาได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จนในปัจจุบัน ปลาร้าแดดเดียวแม่ละเอียด เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในกลุ่มลูกค้าขาประจำและลูกค้าขาจรบนแพลตฟอร์มออนไลน์

โอ่งหมักปลาร้าของแม่ละเอียด

ทำไมต้องเป็นปลาจากแก่งละว้าและทำไมต้องเป็นเกลือจากบ่อกฐิน

“ปลาจากแก่งละว้าเป็นปลาที่มีคุณภาพ เนื้อเเน่น ไม่ค่อยมีกลิ่นคาว เหมาะกับการทำปลาร้าแดดเดียว” ละเอียดให้เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นปลาจากที่นี่

ชาวบ้านกำลังหาปลาในพื้นที่แก่งละว้า

แก่งละว้าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาด 17,000 ไร่ รองรับมวลน้ำชีจาก จ.ชัยภูมิ ครอบคลุมพื้นที่ อ.บ้านไผ่ และ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น เป็นแหล่งทำกินที่สำคัญของชาวบ้านกว่า 40 หมู่บ้าน ในสามตำบล นอกจากนี้แก่งละว้ายังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ที่สำคัญระดับชาติ ร่วมกับแหล่งชุ่มน้ำอื่นอีก 11 แห่งในภาคอีสาน เป็นถิ่นที่อยู่ของปลาและพืชอย่างน้อย 58 ชนิด  จากความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์รอบๆ พื้นที่ของแก่งละว้า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปลาของที่นี่จึงมีคุณภาพสูง

วิถีชีวิตของผู้คนกับสายน้ำแก่งละว้า

“เกลือจากบ่อกฐิน มีรสชาติละมุน มีความเค็มโดยธรรมชาติแต่ติดหวานปลายลิ้น มีคุณสมบัติรักษาคุณภาพของเนื้อปลาได้ดีอีกด้วย” ละเอียดเล่าถึงคุณสมบัติของเกลือจากบ่อกระถินซึ่งแตกต่างจากเกลือทั่วไปในท้องตลาด บ่อกฐินเป็นแหล่งเกลือสินเธาว์ขนาด 200 ไร่ ในพื้นที่ ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เกลือจากบ่อแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นทองคำขาวบนผืนดิน เนื่องจากความละเอียดของผลึกเกลือที่เกิดจากดินเอียดธรรมชาติหรือดินที่ติดคราบเกลือ (Salt Crast)  

เกลือจากบ่อกฐิน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

โดยกรรมวิธีผลิตเกลือของที่นี่เริ่มจากการนำคราดมาขูดหน้าดินที่มีผลึกเกลือไปพักไว้ในบ่อกรองซึ่งเป็นบ่อคันดินรองด้วยแกลบ จากนั้นเจาะรูด้านข้างแล้วทำเป็นร่องน้ำ เพื่อให้ได้น้ำเกลือและนำมาต้มจนได้เกลือที่เป็นเม็ดละเอียด จากความได้เปรียบทางธรรมชาติของพื้นที่และกรรมวิธีการผลิตทำให้เกลือจากบ่อกฐินมีรสชาติน่าพิสมัยกว่าเกลือทั่วไปตามท้องตลาด

Local Business กับ ธุรกิจปลาร้า

ละเอียดเล่าว่า ก่อนที่เธอจะเริ่มวางขายสินค้าอย่างเป็นทางการ เธอได้ทดลองทำปลาร้าแดดเดียวแจกจ่ายชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้พวกเขาได้ลิ้มลองรสชาติก่อนตัดสินใจซื้อ และตัวเธอก็ได้รับเอาความคิดเห็นของลูกค้ามาปรับปรุงพัฒนาจนเป็นปลาร้าแดดเดียวสูตรที่วางขายในปัจจุบัน 

ปลาร้าแดดเดียวที่ปรุงสุกแล้ว

นอกจากจะได้ผูกมิตรกับคนในชุมชนเธอก็ได้ช่วยให้ชาวบ้านตระหนักถึงคุณค่าของปลาจากแหล่งน้ำแก่งละว้า อันเป็นสมบัติร่วมกันที่ต้องช่วยกันดูแลรักษา

เธอให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “หากธุรกิจท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนที่ดี เศรษฐกิจในชุมชนจะมีความแข็งแกร่ง เมื่อชุมชนสามารถสร้างรายได้เพียงพอให้กับผู้คน สถาบันครอบครัวก็จะเข้มแข็งขึ้นด้วย” เหมือนดั่งที่เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าอยากให้ลูกสาวสานต่อธุรกิจของตน เพื่อให้ครอบครัวเป็นพื้นที่อบอุ่น

ปลาสำหรับทำปลาร้า

การหมักปลาร้าด้วยเกลือจากบ่อกฐิน
แม่ละเอียดกับลูกสาว

ปลาร้ากับชุมชน

ด้วยที่มีแก่งละว้าเป็นแหล่งทำมาหากินขนาดใหญ่ ในอดีตปลาร้าจึงมีความสำคัญในฐานะที่เป็นความมั่นคงทางอาหาร และเป็นหลักประกันความอยู่รอดในยามข้าวยากหมากแพง เพราะสามารถเก็บไว้กินได้นานและประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ต้ม แกง อ่อม หรือการนำตัวปลาร้ามาประกอบเป็นอาหาร อาทิ ปลาร้าบอง ปลาร้าต้มหรือปลาร้าหลนแบบอีสาน

ปัจจุบัน ปลาร้ามีความสำคัญกับบ้านโนนละม่อมและระแวก อ.บ้านไผ่ ในฐานะที่เป็นเครื่องมือหมุนเวียนรายได้ ยกตัวอย่างปลาร้าแดดเดียวแม่ละเอียด ที่ได้รับซื้อปลาท้องถิ่นจากคนในชุมชน

ปลาบึกธรรมชาติจากแก่งละว้า

“ฤดูน้ำหลากที่มีปลาเยอะ การนำปลาไปขายในท้องตลาดโดยไม่ผ่านการแปรรูปเป็นไปได้ยาก เพราะปลามีราคาต่ำ และคนส่วนใหญ่ก็มีปลากินกันทุกครัวเรือน เราจึงรับซื้อปลาเหล่านั้นจากชาวบ้าน เพื่อมาแปรรูปขายอีกทีหนึ่ง เกิดเป็นการหมุนเวียนรายได้ในชุมชน”

ละเอียดเล่าให้เราฟังถึงแนวทางการหมุนเวียนรายได้ในท้องถิ่น นอกจากนี้เธอยังกล่าวอีกว่า

“ปลาร้าคือวิถีบ้านเรา เราจะไม่ยอมชุบมือเปิบวิถีของผู้คน ถ้าแบรนด์ปลาร้าแม่ละเอียดโตขึ้นชุมชนก็ต้องโตขึ้นตามด้วย”

ข้อความนี้สะท้อนให้เห็นถึงปณิธานอันแรงกล้าของเจ้าของแบรนด์ผู้เห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเม็ดเงินทางเศรษฐกิจ

แม่ละเอียดกับลูกสาวสาธิตวิธีการทำปลาร้าเเดดเดียว

มุมมองของผู้ค้าในวันที่อุตสหกรรมปลาร้าโตขึ้น

ตามรายงานจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ระบุว่าปัจจุบันธุรกิจน้ำปลาร้ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมส่งออกกว่า 1,000 ล้านบาท และมีกำลังการผลิตมากกว่า 40,000 ตัน/ต่อปี แบรนด์น้ำปลาร้าปรุงสุกรายใหญ่หลายๆ เจ้าต่างยึดครองส่วนแบ่งทางการตลาดหลักร้อยล้านบาท จากการเติบโตดังกล่าวละเอียดให้แง่คิดกับเราว่า “การเป็นตัวเองคือสิ่งสำคัญในยุคที่การบริโภคเป็นไปตามกระแสนิยม”

เธอเล็งเห็นว่าการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นทำให้แบรนด์ปลาร้าแดดเดียวแม่ละเอียดโดดเด่นขึ้นมาจากผู้ค้ารายอื่นๆ ตัวเธอเองอยากพาแบรนด์ปลาร้าแดดเดียวแม่ละเอียด ส่งออกปลาร้าไปขายยังตลาดที่ใหญ่ขึ้นเช่นกัน หากแต่เธอยังขาดความพร้อมหลายด้าน ทั้งแหล่งทุนและการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม แต่เหนือสิ่งอื่นใด ละเอียดย้ำกับเราเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเธอจะพาชุมชนบ้านโนนละม่อม เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ด้วย

อ้างอิง

image_pdfimage_print