นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 (วานนี้) ช่วงเช้ากลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด รวมตัวกันบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) เพื่อปราศรัยถึงความเดือดร้อนจากผลกระทบและแสดงละครที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดของชาวบ้านที่เกิดจากการทำเหมืองโพแทชของบริษัทเอกชน ให้ประชาชนที่ผ่านไปมาได้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

จากนั้นผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปยังทางเข้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยแกนนำได้ประกาศว่า ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มารับฟังข้อเรียกร้องก็จะปักหลักชุมนุมค้างคืน พร้อมกับมีการสลับกันปราศรัยถึงความเดือดร้อน จากผลกระทบของเหมืองแร่โพแทช

“วันนี้เราออกมาต่อสู้ เพราะเหมืองแร่สร้างผลกระทบให้กับพวกเรา ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ เราก็มีที่นาทำกิน แต่พอมีเหมืองแร่ มาขุดเจาะอุโมงค์แล้วพอเจาะไปเจอน้ำเค็มทำให้น้ำเค็มรั่วไหลออกมา ที่นาทำกินไม่ได้มาตั้งแต่ปี 2562 น้ำซึมมาไม่หยุด เพียง 8 ปี ผลกระทบมันยังขยายวงกว้างขนาดนี้ ขอให้ผู้ว่าฯ เร่งลงตรวจสอบ ไม่ใช่มานั่งกินเงินเดือนโดยไม่แก้ปัญหาอะไร” พิริยะกร ดีขุนทด สมาชิกกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดฯ ปราศรัย

ต่อมาเวลา 15.00 น. แกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ประกาศให้มวลชนเดินเข้าไปภายในศาลากลางเพื่อขอพบผู้ว่าฯ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังคนมายืนปิดประตูเพื่อป้องกันไม่ให้เคลื่อนขบวนเข้าไปในอาคารศาลากลาง ทำให้เกิดการปะทะและผลักดันประตูกันระหว่างมวลชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ได้ประกาศว่า ให้มวลชนเดินหน้าเข้าไปภายในศาลากลาง เพราะพื้นที่ศาลากลางประชาชน มีสิทธิ์ที่จะเข้าได้ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถอยไป

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงยอมถอยจากประตู เพื่อให้ชาวบ้านเข้าไปภายในศาลากลาง แต่ยังวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 20 นาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปยังห้องผู้ว่าฯ

กระทั่งเวลา 17.00 น. ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ อานันท์ ฟักสังฆ์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเปิดห้องประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา

เสถียร มินขุนทด สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าวในการเจรจาถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นว่า เหมืองได้ตั้งแท่นเพื่อขุดเจาะสำรวจแร่ โดยที่จุดที่เจาะนั้นอยู่ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะที่ชุมชนใช้เพียงไม่กี่ร้อยเมตร หลังจากสอบถามไปยังหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ พบว่า ยังไม่มีการขออนุญาต หากพิจารณาจากการที่หมู่บ้านหนองไทร ได้รับผลกระทบจนแหล่งน้ำเสียหาย ไม่สามารถใช้ได้จึงทำให้เกิดความกังวลว่า จะเกิดเหตุเดียวกันกับหมู่บ้านที่อยู่อาศัย

“ที่พวกเรามาวันนี้ เพราะเดือดร้อนจริงๆ เราอยากให้ผู้ว่าฯ มาลงพื้นที่ดู ว่า มันเกิดผลกระทบจริงไหม มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราเกิด โต และอยากจะตายอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่อยากตายก่อนกำหนด หากมีการอนุญาตให้ขุดอุโมงค์เฟสใหม่ โดยการใช้ระเบิดเพื่อขุดเจาะก็ยิ่งจะเกิดผลกระทบหนัก ตอนนี้เหมืองกำลังจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเรา ไม่เว้นแม้แต่ที่ดินทำกิน” เสถียร กล่าว

หลังจากที่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้เล่าถึงความเดือดร้อนและปัญหา จึงได้ประกาศความต้องการกับผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนี้

1.ให้มีการตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นที่ ต.หนองไทร โดยเฉพาะอุโมงค์ของเหมืองแร่ที่เกิดน้ำท่วม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำเค็มรั่วไหลสู่ที่ดินชาวบ้าน

2.ต้องยุติการดำเนินการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับแผนการทำเหมือง หรือการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแผนผังต่างๆ ของเหมืองแร่

3.หยุดการดำเนินการทำโรงต้มเกลือ ซึ่งอาจเป็นแหล่งความเสี่ยงที่อาจซ้ำเติมผลกระทบของชาวบ้าน

4.ให้มีการตรวจสอบการขออนุญาต EIA ใหม่อีกครั้ง เพราะมีการขอใช้ระเบิดเพื่อขุดเจาะอุโมงค์ รวมถึงอุโมงค์ใหม่

5.ให้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบและหากพบการกระทำผิดต้องกำหนดกรอบ และวิธีการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

หลังฟังข้อเสนอ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า หากข้อเสนอดังกล่าวไม่ขัดต่อระเบียบหรือข้อกฎหมายก็ยินดีที่จะดำเนินการให้ได้ตามที่เรียกร้อง แต่มีข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่รัฐก็จะต้องรับฟังความทั้งสองฝั่งให้รอบด้าน และรับฟังกันอย่างเปิดใจและมีเหตุมีผล

หลังการเจรจาได้มีการลงชื่อในรายงานการประชุมร่วมกับกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันการรับข้อเสนอร่วมกัน

อานนท์ ฟักสังฆ์ รองอธิบดี กพร. กล่าวว่า ส่วนราชการต่างๆ บางครั้งการทำงานก็มีขั้นตอน มีกระบวนการของข้อกฎหมายต่างๆ ไม่สามารถข้ามขั้นหรือกระทำผิดกฏหมายได้ เราเองก็ต้องรับผิดชอบ

image_pdfimage_print