บรรยากาศการเปิดตัว ของมหา’ลัยไทบ้าน และเทคไทบ้าน เป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งครู นักเรียน และผู้ที่สนใจต่างเข้าร่วมกันมากมาย โดยทุกคนต่างมีความตั้งใจและความต้องการสร้างระบบนิเวศที่ดีต่อการเรียนรู้ เพื่อยกคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คนในชุมชน จึงได้สร้างพื้นที่เรียนรู้ทักษะต่างๆ ขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนในชนบทเข้าถึงง่าย

หลักสูตร ชนบทดิจิทัล

ใจความหลักของหลักสูตรสาขาวิชา เทคไทบ้าน มหา’ลัยไทบ้าน เป็นโครงการเสริมศักยภาพด้านทักษะดิจิทัลในระดับชุมชนให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายและบุคคลทั่วไป เปิดพื้นที่ส่งต่อองค์ความรู้ทักษะอนาคตเพื่อคนไทบ้าน โดยผู้เข้าร่วม เรียนฟรี สอนโดยวิทยากรกึ่งอาสาสมัคร (Contributors) ที่เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ โดยมุ่งเน้นเนื้อหาเพื่อเสริมทักษะดิจิทัลเป็นหลัก เรียนรู้ทักษะต่อเนื่อง 12 เดือน 12 วิชา โดยหลักสูตรดังกล่าวมีตั้งแต่ การใช้ Canva สอนทำเว็บไซต์ด้วย Astro การใช้ AI การถ่ายภาพ การตัดต่อวิดีโอ การทำ Content ฯลฯ ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกได้ตามความถนัดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ลดหย่อนภาษีเพื่อชุมชน

“สนับสนุนให้เด็กเก่งขึ้น โดยให้ทุนการศึกษาเด็ก ทุนเหล่านี้มาจากการลดหย่อนภาษี ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ในแต่ละปีเสียภาษีเกือบล้าน คำถามก็คือเราอยากจ่ายเต็มเม็ดเต็มหน่วยขนาดนั้นหรือไม่ แต่หากเรานำเงินภาษีตรงนี้มาลดหย่อนในพื้นที่ ชวนผู้ประกอบการจาก อ.ภูผาม่าน อ.สีชมพู มาทำด้วยกัน มันจะเกิด Impact มหาศาล ดีต่อการศึกษา การเรียนรู้ ดีต่อชุมชนท้องถิ่น” เสียงจาก กุลชาติ เค้นา หนึ่งในผู้ก่อตั้งมหา’ลัยไทบ้าน ที่กล่าวถึงแนวทางให้ผู้ประกอบในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการกระจายอำนาจความรู้สู่ท้องถิ่น

หลักสูตรการศึกษาของครูสอญอ กับการสร้างคนรุ่นในอนาคตให้เห็นปัญหาของบ้านตัวเอง

นอกจากหลักสูตรเทคไทบ้านแล้วยังมีอีกหลักสูตรที่สัญญา มัครินทร์ จากมหา’ลัยไทบ้านนำมาเสนอด้วย โดยความสำคัญของหลักสูตรนี้ คือ การเรียนรู้จากธรรมชาติ ให้ธรรมชาติเป็นครู โดยมีหลักสูตรดังนี้

ครูสอญอ สัญญา มัครินทร์ จากมหา’ลัยไทบ้าน

หลักสูตรที่ 1 ศิลปะ(ถ้ำ) ขับเคลื่อนชุมชน

หลักสูตรที่ 2 ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต

หลักสูตรที่ 3 มหาลัยไทบ้าน (ไททำ ไทมุง ไททอล์ก) 25-27 ตุลาคม 2567

หลักสูตรที่ 4 จะเลิร์นสติ หนุ่มสาวภาวนา 15-17 พฤศจิกายน 2567

หลักสูตรที่ 5 หนุ่มสาวกลับบ้านและท่องเที่ยวโดยชุมชน (ตลอดทั้งปี)

สัญญา กล่าวกับนักเรียน ครู และผู้เข้ามาร่วมงานว่า “ในระบบการศึกษาเราคุ้นชินกับการทางการศึกษาแนวดิ่ง แต่การศึกษาแนวระนาบที่เราจะได้เป็นทั้งผู้เรียนและผู้สอน ผลัดกันเรียนรู้ ยังไม่แพร่หลาย นั่นคือสิ่งที่เราเชื่อ มหา’ลัยไทบ้าน จึงเป็นพื้นที่การเรียนรู้ สร้างความเป็นไทจากระบบการศึกษา พร้อมมีภาคีเครือข่ายทั้งในชุมชนและนอกชุมชน มาช่วยสร้างชุมชนการเรียนรู้และผลักดันในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง

“ภาพฝันความสำเร็จที่เรามองไว้ คือเราอยากอยู่บ้านที่มีความสุข โดยที่ธรรมชาติยังดีอยู่ หากเราไม่ทำอะไรเลย เราจะคาดหวังใครได้ ผมเลยคาดหวังว่าน้องๆ รุ่นถัดมาที่เขาจะเป็นอนาคตของเรา ถ้าคนในอนาคตไม่ได้รับรู้เรื่องบ้านตัวเอง ไม่ได้รู้ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อมาทำหลักสูตรนี้ เราก็คาดว่าจะมีคนรับรู้ปัญหาไม่นิ่งดูดายกับสิ่งที่เกิดขึ้น และคนกลุ่มนี้จะลุกขึ้นมาสื่อสารถึงประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ออกไปให้ข้างนอกรับรู้”

บรรยากาศภายในงานที่ทุกคนต่างทำความรู้จักกัน

บรรยากาศการภายในงาน

ถัดจากนั้นมีนักเรียนชายคนหนึ่งจากโรงเรียนภูผาม่านพูดถึงความรู้สึกหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า “รู้สึกดีที่มีกิจกรรมแบบนี้ ผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ประทับใจที่ได้มางานนี้ ความรู้ที่ได้จากนี้คงได้นำไปต่อยอดอีกเยอะ”

นักเรียนชายคนหนึ่งจากโรงเรียนภูผาม่าน ขอบคุณภาพจาก มหา’ลัยไทบ้าน

ต่อมา สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ผู้ก่อตั้งขอนแก่นพัฒนาเมือง ผู้สนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนในครั้งนี้กล่าวว่า “เมืองจะพัฒนาได้ ต้องใช้พลังงานของสมอง การพัฒนาการศึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ ปีนี้ขอนแก่นได้รับการคัดเลือกเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) จาก UNESCO ซึ่งเป็น 1 ใน 64 เมือง จาก 35 ประเทศ ทั่วโลก ถ้าเกิดเราทำโครงกางหลักสูตรนี้สำเร็จ ก็จะมีแหล่งทุนจากเครือข่ายของ  UNESCO เข้ามาสนับสนุนอีกแรง และชาวขอนแก่นเองต้องช่วยกันผลักดัน ใครกำลังลงมือทำเรื่องการเรียนรู้อยู่ เราต้องช่วยสนับสนุนเต็มที่ ไม่ใช่กลัวว่าจะต้องเสียหน้า เพราะคนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดคือเราทุกคนที่อยู่ตรงนี้และคนรุ่นถัดไปในอนาคต”

สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ผู้ร่วมก่อตั้ง ขอนแก่นพัฒนาเมือง (คนกลาง) ขอบคุณภาพจาก มหา’ลัยไทบ้าน

สำหรับงานเปิดหลักสูตรมหา’ลัยไทบ้านนี้ มีหลายภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้น โดยมี มหาลัยไทบ้าน เทคไทบ้าน มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย และภาคีเอกชนฝั่งเทคโนโลยี ที่ร่วมจับมือกันพร้อมสนันสนุน พร้อมตั้งความหวังว่า จะเกิดเป็นหมุดหมายที่ดี ในการผลักดันให้อำนาจและความรู้ กระจายมาสู่ท้องถิ่นได้จริงๆ 

บุคคลที่สนใจเข้าร่วมหรือติดตามความเคลื่อนไหวของมหา’ลัยไทบ้าน สามารถติดตามได้ทางแฟนเพจ มหา’ลัยไทบ้าน ส่วนหลักสูตรชนบทดิจิทัลสามารถติดตามและลงทะเบียนเรียนได้ที่ ชนบทดิจิทัล ซึ่งมีวิชาที่น่าสนใจให้เรียนฟรี 12 เดือน 12 วิชา

image_pdfimage_print