บุรีรัมย์ – 6 มิถุนายน 2567 ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 กลุ่มหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตเรื่องการรับสมัครในหลายอำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ ถึงความไม่โปร่งใส ไม่ชอบมาพากลในการรับสมัคร สว. ช่วงวันที่ 20-24 พฤษภาคมที่ผ่านมา เช่น ในบางอำเภอ สมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) เป็นผู้สำรองจ่ายค่าสมัครให้กับประชาชนผู้ลงสมัคร บางอำเภอมีผู้สมัครเป็นคู่สมรส ซึ่งขัดต่อคุณสมบัติ รวมไปถึงขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเข้ารับสมัครของเจ้าหน้าที่ที่ไม่โปร่งใส เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ลงสมัครเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่ถูกเกณฑ์มาเพื่อลงสมัคร ซึ่งขัดกับกติกาการคัดเลือกของ กกต.  

ความไม่ชอบมาพากลนี้ส่งผลให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนหนึ่งไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงยื่นจดหมายขอความเป็นธรรมให้ตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการรับสมัครผู้สมัครเป็นสมิกวุฒิสภาปี 2567 โดยยื่นข้อเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบความโปร่งใส ดังนี้

  1. กกต. ควรตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สว.ทั้งหมดของจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เรียบร้อยก่อนการเลือกตั้ง สว.ระดับอำเภอที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายนนี้
  2. กกต. ควรตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างลงสมัคร สว. รวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดอย่างถึงที่สุด
  3. กกต. ควรตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้รับสมัครทั้งหมดในจังหวัดบุรีรัมย์ว่าเป็นผู้เอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัคร สว. บางคนบางกลุ่มหรือไม่ มีส่วนรับผลประโยชน์จากกระบวนการเลือก สว. หรือไม่ และมีการเลือกปฏิบัติหรือจงใจให้คุณให้โทษกับผู้สมัครบางรายหรือไม่ หากพบการกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
  4. กกต. ควรปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรม

บุญทริกา วอร์มส์ หนึ่งในผู้รับสมัคร ตั้งข้อสังเกตว่า ขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ต้องการลงสมัครที่มาจากกลุ่มอิสระนั้นเป็นไปได้ยาก มีการตรวจสอบเอกสารหลายขั้นตอนและถูกปัดตกตั้งแต่รอบสมัคร ส่วนผู้สมัครที่ได้รับว่าจ้างมานั้นกลับผ่านได้อย่างง่ายดาย 

“วันที่เปิดรับสมัคร มีคนมาเยอะมาก เราก็ตรวจสอบเอกสารอยู่หลายครั้ง ทั้งๆ ที่เราก็ว่าเราตรวจสอบเอกสารดีแล้วนะ ในช่วงที่เราไปทำเอกสารเพิ่มเติมที่ที่ว่าการอำเภอชั้นล่าง เราเห็น สจ. อำเภอของเรานั่งคุยกับชาวบ้าน ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีอะไร แต่ก็สงสัยว่าจะมีการระดมพลกันสมัครหรือเปล่า 

“หลังจากนั้นเราก็เห็นเพื่อนของเรามาสมัครเหมือนกัน คนเหล่านั้นเอกสารผ่านหมด แต่เราก็ยังไม่ผ่านเรื่องเอกสาร สักพักก็มีเพื่อนที่รู้จักในหมู่บ้าน เราเลยลองแกล้งถามเพื่อตรวจสอบสิ่งที่สงสัยว่า ไม่มีเงินค่าสมัคร ทำอย่างไรดี เขาบอกว่า ต้องติดต่อ สจ. นะ เพราะว่าเงินสำรองจ่ายที่เราถือมันหมดแล้ว” 

“เอาตรงๆ เราสงสารคนที่ถูกเกณฑ์มาลงสมัคร หลายๆ คนไม่รู้เรื่อง บางคนเขาเข้าใจว่า สว. ย่อมาจาก ผู้สูงวัย ด้วยซ้ำ หลังจากเหตุการณ์นี้เราก็ไปยื่นหนังสือให้กกต. จังหวัดบุรีรัมย์ เขาชี้แจงว่าหากมันมีการคัดเลือกระดับอำเภอไปแล้วเราไม่สามารถตรวจสอบหรือดำเนินคดีย้อนหลังได้ เมื่อเขาบอกแบบนั้นเราก็พยายามยื่นข้อเสนอให้เขาตรวจสอบก่อนวันที่ 9 มิถุนายน และก็กำลังหารือกับผู้ลงสมัครคนอื่นๆ ที่มองว่ามันไม่ยุติธรรมเช่นเดียวกัน”

สำหรับจดหมายดังกล่าว มีผู้ร่วมลงชื่อมากกว่า 10 คน ประกอบด้วย

  1. สากล พูนกลาง ผู้สมัครกลุ่ม 19 อ.แคนดง
  2. บุญทริกา วอร์มส์ ผู้สมัครกลุ่ม 20 อ.ละหานทราย
  3. จีรพันธ์ อาจปานกลาง ผู้สมัครกลุ่ม 9 อ.นางรอง
  4. ณัฏฐชัย สวัสดี ผู้สมัครกลุ่ม 18 อ.โนนสุวรรณ
  5. ไสว แกล้วกล้า ผู้สมัครกลุ่ม 16 อ.โนนดินแดง
  6. มนูญ โจมพรม ผู้สมัครกลุ่ม 3 อ.ปะคำ
  7. วิทูลร์ ราดกระโทก ผู้สมัครกลุ่ม 9 อ.นางรอง
  8. ศรีพงษ์ ไชยสุวรรณ ผู้สมัครกลุ่ม 15 อ.ประโคนชัย
  9. รวีกานต์ ประวะศรี ผู้สมัครกลุ่ม 11 อ.แคนดง
  10. ธิติพันธ์ ทวีภูวเวโรจน์ ผู้ลงสมัครกลุ่ม 19 อ.ปะคำ
  11. ราเชนทร์ พงษ์วรสิงห์ ผู้ลงสมัครกลุ่ม 14 อ.ละหานทราย
  12. นายวินัย จีนโน ผู้สมัครกลุ่ม 4 อ.นางรอง 
image_pdfimage_print